โหราศาสตร์บ้านเมือง
Mundane Astrology
ภพในโหราศาสตร์บ้านเมือง จากหนังสือ โหราศาสตร์การเมือง สำหรับ พยากรณ์เหตุการณ์บ้านเมืองนานาประเทศ; โดย อ.จรัญ พิกุล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2493 หน้า 38-42
ภพที่ 1 หรือลัคนา หมายถึง ประเทศและประชาชนพลเมืองโดยส่วนรวมทั้งหมด สภาพทั่วไปของความไพบูลย์รุ่งเรืองและสุขภาพ
ภพที่ 2 หมายถึง เศรษฐทรัพย์ของชาติ การคลัง ภาษี ศุลกากร และธุรกิจทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเงิน เช่น ธนาคาร ตลาดหุ้น และการค้า
ภพที่ 3 การขนส่ง การคมนาคมภายใน เช่น ทางรถไฟ ถนน แม่น้ำ รถยนต์ ตลอดจนการให้ข่าวสื่อสาร เช่น ที่ทำการไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ภายในประเทศ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือเล่ม และบรรดาเพื่อนบ้านใกล้เคียง งานด้านวรรณกรรมและการศึกษา (โรงเรียนอนุบาลอยู่ในภพที่5)
ภพที่ 4 หมายถึง ที่ดิน เจ้าของที่ดินและคนงานที่เกี่ยวกับงานดิน พืชผลไร่นาธัญญาหาร เหมืองแร่ สาธารณอาคาร พรรคฝ่ายค้านในรัฐสภา หรือฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล
ภพที่ 5 หมายถึง การมหรสพต่างๆ สถานที่รื่นเริงและหย่อนใจ คนเกิด เด็ก โรงเรียน กีฬา การพนันขันต่อ เรื่องที่เกี่ยวกับสังคมชั้นสูงและงานสังคม
ภพที่ 6 หมายถึง การสาธารณสุข หรือความเจ็บไข้ บริการของชาติ กองทัพบก-เรือ ข้าราชการพลเรือน และชนชั้นกรรมาชีพ
ภพที่ 7 หมายถึง การต่างประเทศ ความสัมพันธ์กับต่างประเทศไม่ว่ามิตรหรือศัตรู การเมืองหรือการค้า การแต่งงานหรือการสมรสของประชาชน การหย่าร้าง (คงหมายถึงกรณีมีบาปเคราะห์) ผู้หญิง สินค้าขาเข้า และสงคราม
ภพที่ 8 หมายถึง การตาย ประเภทของคนที่ตาย ภาษีคนตาย ความสัมพันธ์ทางการเงินกับต่างประเทศ ความลับของรัฐบาล โรคระบาด สภาองคมนตรี
ภพที่ 9 หมายถึง การเดินเรือ การคมนาคมทางทะเล และระยะทางไกล การบินไม่ว่าจะเกี่ยวกับคนโดยสารหรือสินค้า สายโทรเลข โทรศัพท์ทางไกล การศาสนา วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย การโฆษณา การวิทยุ การหนังสือพิมพ์ ข่าวสารการเมืองนอกประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ศาสตราจารย์ การพิมพ์ และสถาบัน
ภพที่ 10 หมายถึง กษัตริย์ ประธานาธิบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะรัฐบาลและผู้รับผิดชอบ บุคคลสำคัญของชาติ การค้าของประเทศ สินเชื่อและอำนาจ เกียรติคุณชื่อเสียงของประเทศ
ภพที่ 11 หมายถึง รัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาการเมืองและท้องถิ่น นโยบายและความมุ่งหมายของชาติ สัมพันธมิตรกับประเทศต่างๆ การบัญญัติกฎหมาย
ภพที่ 12 หมายถึง เรือนจำ ที่ดัดสันดาน อาชญากร จารชน ศัตรูลึกลับของประเทศทั้งภายในและภายนอกประเทศสมาคมหรือคณะพรรคลับ โรงพยาบาลโรคจิต โรงทาน องค์การประชาสงเคราะห์ทั่วไป เช่น โรงพยาบาล สถานรับเงินการกุศล วินาศกรรม ความทุกข์ระทม ความสูญเสียของชาติ ศาสนาเร้นลับ
วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553
ประวัติชาร์ คาร์เตอร์ Charles Carter Astrology วิธีการพยากรณ์โหราศาสตร์สมรสของชาร์ล คาร์เตอร์
CarterCHARLES E. O. CARTER
(31st January 1887 – 4th October 1968)
The Greatest British Astrologer of the Twentieth Century
ชาร์ล คาร์เตอร์ นักโหราศาสตร์ชาวอังกฤษ(
((Charles Ernest Owen Carter)
เกิดที่ปากณ์สโตน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่31 มกราคม คศ.1887 ชาวราศีกุมภ์ เมื่ออายุ35ปี ประมาณปีคศ.1922 ชาร์ลได้เป็นประธาน Astrological Lodge of London (ก่อตั้งโดย Alan Leo in 1915)ต่อมาได้ก่อตั้งโรงเรียนโหราศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษชื่อว่าFaculty of Astrological Studies ในปีคศ.1948 ท่านชาร์ล คาร์เตอร์นั้นเป็นนักโหราศาสตร์ที่โด่งดังมากในหลายประเทศ และเป็นนักโหราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่จวบจนปัจจุบัน ได้เขียนตำราโหราศาสตร์สากล ฝากใว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาดังนี้
'The Encyclopaedia of Psychological Astrology' (1924)
'The Principles of Astrology' (1925)
'The Seven Great Problems of Astrology' (1927)
'The Zodiac and the Soul' (1928)
'Symbolic Directions in Modern Astrology' (1929)
'The Astrological Aspects' (1930)
'The Astrology of Accidents' (1932)
'Some Principles of Horoscopic Delineation' (1934)
'Essays on the Foundations of Astrology' (1947)
'An Introduction to Political Astrology' (1951)
ชาร์ล คาร์เตอร์ได้ตายใน1968เดือนตุลคม ขณะที่จันทร์โปรเกรสกุมอาทิตย์และอังคารโปรเกรส
วิธีการพยากรณ์โหราศาสตร์สมรสของชาร์ล คาร์เตอร์
โดยทั่วๆไปการสมรสนั้น สนใจดาวศุกร์ ระยะวังกะไม่เกิน1องศา ของระยะเชิงมุมหรือการเข้าไปมีมุมสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนภพ7
แต่ชาร์ คาร์เตอร์ได้ตั้งข้อสังเกตใหม่ว่า
การแต่งงานที่เกิดขึ้นเมื่ออายุยังน้อยหรือแต่งงานเร็วนั้นคือช่วงอายุ19 – 25 ขึ้นอยู่กับอาทิตย์ ศุกร์ อังคารและพฤหัส มีมุมสัมพันธ์ดีกับเจ้าเรือนภพ7
การแต่งงานระหว่างอายุ 25 - 30 น่าจะเกิดจากอิทธิพลของดาวเสาร์ ที่ไปมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าเรือนภพ 7 ถ้าแต่งงานช้ามากแสดงถึงมีมุมไม่ดีระหว่างเสาร์กับภพ7 เจ้าเรือนภพ7 จะมีการแต่งงานที่มากกว่า30ปีขึ้นไป
การหย่าร้างและการเป็นโสดจนกระทั้งไม่มีการแต่งงานเกหิดขึ้นน่าจะเป็นระยะเชิงมุมที่ไม่ดีระหว่างดาวเสาร์กับอาทิตย์ สำหรับผู้หญิงและจันทร์กับเสาร์ในดวงชะตาชาย
ดาวศุกร์เป็นดาวเกี่ยวกับความรักมีระยะเชิงมุมร้ายกับเสาร์ซึ่งแปลว่าล่าช้า ซึ่งทั้งสองดาวนี้ไปเกี่ยวข้องกับภพ7เจ้าเรือนภพ7 จะเป็นการยืนยันว่าน่าจะเป็นโสดแน่ๆไม่มีการแต่งงาน
ในความเห็นBogger ศุกร์กุมเสาร์ นั้นส่วนมากจะเป็นการหึงหวงเป็นอย่างมาก สุดท้ายก็มีความทุกข์(เสาร์)และอาจจะตึความในดวงว่าสาวแก่หรือมีคนรักเป็นคนที่อายุมากกว่า ท่านใดที่มีศุกร์ทำมุมไม่ดีกับเสาร์ ตามดวงที่เคยเจอมามักจะเลิกลากันไปในที่สุด
(31st January 1887 – 4th October 1968)
The Greatest British Astrologer of the Twentieth Century
ชาร์ล คาร์เตอร์ นักโหราศาสตร์ชาวอังกฤษ(
((Charles Ernest Owen Carter)
เกิดที่ปากณ์สโตน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่31 มกราคม คศ.1887 ชาวราศีกุมภ์ เมื่ออายุ35ปี ประมาณปีคศ.1922 ชาร์ลได้เป็นประธาน Astrological Lodge of London (ก่อตั้งโดย Alan Leo in 1915)ต่อมาได้ก่อตั้งโรงเรียนโหราศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษชื่อว่าFaculty of Astrological Studies ในปีคศ.1948 ท่านชาร์ล คาร์เตอร์นั้นเป็นนักโหราศาสตร์ที่โด่งดังมากในหลายประเทศ และเป็นนักโหราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่จวบจนปัจจุบัน ได้เขียนตำราโหราศาสตร์สากล ฝากใว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาดังนี้
'The Encyclopaedia of Psychological Astrology' (1924)
'The Principles of Astrology' (1925)
'The Seven Great Problems of Astrology' (1927)
'The Zodiac and the Soul' (1928)
'Symbolic Directions in Modern Astrology' (1929)
'The Astrological Aspects' (1930)
'The Astrology of Accidents' (1932)
'Some Principles of Horoscopic Delineation' (1934)
'Essays on the Foundations of Astrology' (1947)
'An Introduction to Political Astrology' (1951)
ชาร์ล คาร์เตอร์ได้ตายใน1968เดือนตุลคม ขณะที่จันทร์โปรเกรสกุมอาทิตย์และอังคารโปรเกรส
วิธีการพยากรณ์โหราศาสตร์สมรสของชาร์ล คาร์เตอร์
โดยทั่วๆไปการสมรสนั้น สนใจดาวศุกร์ ระยะวังกะไม่เกิน1องศา ของระยะเชิงมุมหรือการเข้าไปมีมุมสัมพันธ์กับดาวเจ้าเรือนภพ7
แต่ชาร์ คาร์เตอร์ได้ตั้งข้อสังเกตใหม่ว่า
การแต่งงานที่เกิดขึ้นเมื่ออายุยังน้อยหรือแต่งงานเร็วนั้นคือช่วงอายุ19 – 25 ขึ้นอยู่กับอาทิตย์ ศุกร์ อังคารและพฤหัส มีมุมสัมพันธ์ดีกับเจ้าเรือนภพ7
การแต่งงานระหว่างอายุ 25 - 30 น่าจะเกิดจากอิทธิพลของดาวเสาร์ ที่ไปมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าเรือนภพ 7 ถ้าแต่งงานช้ามากแสดงถึงมีมุมไม่ดีระหว่างเสาร์กับภพ7 เจ้าเรือนภพ7 จะมีการแต่งงานที่มากกว่า30ปีขึ้นไป
การหย่าร้างและการเป็นโสดจนกระทั้งไม่มีการแต่งงานเกหิดขึ้นน่าจะเป็นระยะเชิงมุมที่ไม่ดีระหว่างดาวเสาร์กับอาทิตย์ สำหรับผู้หญิงและจันทร์กับเสาร์ในดวงชะตาชาย
ดาวศุกร์เป็นดาวเกี่ยวกับความรักมีระยะเชิงมุมร้ายกับเสาร์ซึ่งแปลว่าล่าช้า ซึ่งทั้งสองดาวนี้ไปเกี่ยวข้องกับภพ7เจ้าเรือนภพ7 จะเป็นการยืนยันว่าน่าจะเป็นโสดแน่ๆไม่มีการแต่งงาน
ในความเห็นBogger ศุกร์กุมเสาร์ นั้นส่วนมากจะเป็นการหึงหวงเป็นอย่างมาก สุดท้ายก็มีความทุกข์(เสาร์)และอาจจะตึความในดวงว่าสาวแก่หรือมีคนรักเป็นคนที่อายุมากกว่า ท่านใดที่มีศุกร์ทำมุมไม่ดีกับเสาร์ ตามดวงที่เคยเจอมามักจะเลิกลากันไปในที่สุด
วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553
Alan Leo Book How to Judge a Nativity วิธีอ่านดวงชะตากำเนิดส่วนบุคคล
How to Judge a Nativity
แต่งโดยอลันลีโอ(Alan Leo) นักโหราศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อจริง W.F. Allen ค.ศ. 1860-1917 William Frederick Allan (Alan Leo) เกิดที่Westminster, ลอนดอน วันที่ 7 สิงหาคม 18609ตายที่ Bude, 30 August 1917 เป็นนักโหราศาสตร์สมัยใหม่ ที่โด่งดังตีพิมพ์ผลงานด้านโหราศาสตร์สากลออกมามากมาย ในช่วงปัจฉิมวัยได้ไปท่องเที่ยวที่ประเทศอินเดีย มีโอกาสได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์อินเดีย ต่อมาได้หล่อหลอมวิชาโหราศาสตร์ทั้งสากลและอินเดียเข้าด้วยกันหรือในสมัยปัจจุบันนิยมว่าบูรณาการ
หนังสือโหราศาสตร์สากลเล่มนี้เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจในการพยากรณ์ของพื้นดวงกำเนิด ชะตาส่วนบุคคล ว่าด้วยเรื่องต่างๆทั้ง12เรือน
ttp://books.google.co.th/books?id=mPEGVdg7c5MC&lpg=PR2&ots=LlxajoOeiJ&dq=alan%20leo&pg=PR2#v=onepage&q=&f=false
Introduction
Chapter I - The Twelve Houses of the Horoscope
Chapter II - The Twelve Signs of the Zodiac
Chapter III - The Luminaries and the Planets
Chapter IV - The Aspects
Chapter V - The Three Centres: Sun, Moon and Ascendant
Chapter VI - The Ascendant or Rising Sign
Chapter VII - The Ruling Planet
Chapter VIII - Health and the Hyleg. Length of Life and the Apheta
Chapter IX - The Second House. Wealth and Finance, and Hereditary Position
Chapter X - The Third House. Brethren and Relatives, Short Journeys, The Mind
Chapter XI - The Fourth House. Environment, Home, Parents; the End of Life
Chapter XII - The Fifth House. Children, Enterprise, Speculation, Gains, Love Affairs, Etc.
Chapter XIII - The Sixth House. Sickness, Servants, Work, etc.
Chapter XIV - The Seventh House. Marriage, Partnerships, Enemies, etc.
Chapter XV - The Eighth House. Death, and the Dream Consciousness
Chapter XVI - The Ninth House. Philosophy and Travel
Chapter XVII - The Mid-Heaven or Tenth House.
Chapter XVIII - The Eleventh House. Friends, Hopes and Wishes
Chapter XIX - The Twelfth House. The House of Self-Undoing
Chapter XX - A Compendium of Planetary Positions and Aspects
Chapter XXI - Concluding Remarks on Judgment
Chapter XXII - A Simple Way of Reading Horoscopes
แต่งโดยอลันลีโอ(Alan Leo) นักโหราศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อจริง W.F. Allen ค.ศ. 1860-1917 William Frederick Allan (Alan Leo) เกิดที่Westminster, ลอนดอน วันที่ 7 สิงหาคม 18609ตายที่ Bude, 30 August 1917 เป็นนักโหราศาสตร์สมัยใหม่ ที่โด่งดังตีพิมพ์ผลงานด้านโหราศาสตร์สากลออกมามากมาย ในช่วงปัจฉิมวัยได้ไปท่องเที่ยวที่ประเทศอินเดีย มีโอกาสได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์อินเดีย ต่อมาได้หล่อหลอมวิชาโหราศาสตร์ทั้งสากลและอินเดียเข้าด้วยกันหรือในสมัยปัจจุบันนิยมว่าบูรณาการ
หนังสือโหราศาสตร์สากลเล่มนี้เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจในการพยากรณ์ของพื้นดวงกำเนิด ชะตาส่วนบุคคล ว่าด้วยเรื่องต่างๆทั้ง12เรือน
ttp://books.google.co.th/books?id=mPEGVdg7c5MC&lpg=PR2&ots=LlxajoOeiJ&dq=alan%20leo&pg=PR2#v=onepage&q=&f=false
Introduction
Chapter I - The Twelve Houses of the Horoscope
Chapter II - The Twelve Signs of the Zodiac
Chapter III - The Luminaries and the Planets
Chapter IV - The Aspects
Chapter V - The Three Centres: Sun, Moon and Ascendant
Chapter VI - The Ascendant or Rising Sign
Chapter VII - The Ruling Planet
Chapter VIII - Health and the Hyleg. Length of Life and the Apheta
Chapter IX - The Second House. Wealth and Finance, and Hereditary Position
Chapter X - The Third House. Brethren and Relatives, Short Journeys, The Mind
Chapter XI - The Fourth House. Environment, Home, Parents; the End of Life
Chapter XII - The Fifth House. Children, Enterprise, Speculation, Gains, Love Affairs, Etc.
Chapter XIII - The Sixth House. Sickness, Servants, Work, etc.
Chapter XIV - The Seventh House. Marriage, Partnerships, Enemies, etc.
Chapter XV - The Eighth House. Death, and the Dream Consciousness
Chapter XVI - The Ninth House. Philosophy and Travel
Chapter XVII - The Mid-Heaven or Tenth House.
Chapter XVIII - The Eleventh House. Friends, Hopes and Wishes
Chapter XIX - The Twelfth House. The House of Self-Undoing
Chapter XX - A Compendium of Planetary Positions and Aspects
Chapter XXI - Concluding Remarks on Judgment
Chapter XXII - A Simple Way of Reading Horoscopes
Astrological progressions การพยากรณ์ดวงชะตาจรตามอายุขัย
Astrological progressions
การพยากรณ์ดวงชะตาจรตามอายุขัย
การพยากรณ์ดวงชะตาอายุจร เป็นการพยากรณ์จรดวงชะตาชนิดหนึ่งที่ทำนายอนาคตและแนวโน้มของการพัฒนาการของดวงชะตากำเนิดเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการพยากรณ์จากดาวจรปัจจุบัน (Transits) การพยากรณ์ดวงชะตาอายุจร(Progressing)ในที่นี้จะยึดหลักปรัชญาว่า1วันเท่ากับ1ปีคืออายุเพิ่มขึ้น1ปีในโลกเท่ากับ1วันในสวรรค์(Secondary progression or 'a-day-for-a-year')ดังนั้นการพยากรณ์ชนิดนี้จึงเริ่มนับอายุตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันหรือในปีประสงค์ แล้วผูกดวงชะตาขึ้นมาใหม่
การพยากรณ์ดวงชะตาจรตามอายุขัย(Progressing)ในโหราศาสตร์สากลที่นิยมในปัจจุบันนั้นมี 2 แบบใหญ่ๆคือ
1.ดวงชะตาอายุจร(Secondary progression) 1ปีเท่ากับ1วัน
2 องศาสุริยะอายุจร (Solar arc progression) or 'a-degree-for-a-year' progression
1องศาเท่ากับ1ปี
ทั้ง2ระบบนี้เป็นการพยากรณ์จรตามดวงชะตาใครดวงชะตามัน คือเป็นการพยากรณ์โดยเฉพาะของดวงชะตากำเนิดที่จรตามอายุขัย ลัคนาและเมอริเดียน ตลอดจนราศีและเรือนจะเปลี่ยนไป
การพยากรณ์ดวงชะตาจรตามอายุขัยชนิดอื่นๆ( Other progression methods)
• Minor progression - one lunar month after birth equals one year of life
• 1 เดือนเท่ากลับ1ปี
• Tertiary progression - one day after birth equals one lunar month of life
• 1วันเท่ากับ1เดือน
• Converse progression - one day before birth equals one year of life, (and so on backwards in time).
• 1วันก่อนเกิดเท่ากับ1ปี ชาติปัจจุบันหรือหลังเกิด
• Ascendant arc progression - planets are moved the same distance as the secondary progressed ascendant
• Symbolic arc progression - planets are moved an orbitrary number of degrees a year eg. 3 degrees for each year, 5 degrees and so on.
การแปลความหมาย(Interpretation)
การแปลความหมายโดยทั่วๆไป ยึดหลักการพยากรณ์เช่นเดียวกับการพยากรณ์จรบนท้องฟ้าปัจจุบันคือดาวกระทบดาว ว่าดาวจรให้ผลอย่างไรกับดวงเดิม ดีหรือเสียในปีนั้น แต่ดวงชะตาอายุขัยจรนี้จะเน้นไปที่ดวงชะตาส่วนบุคคลและดาวเคราะห์ชนิดวงในเป็นหลักเช่นลัคนา เมอริเดียน อาทิตย์ จันทร์ พุธ ศุกร์ อังคาร
การพยากรณ์ดวงชะตาจรตามอายุขัย
การพยากรณ์ดวงชะตาอายุจร เป็นการพยากรณ์จรดวงชะตาชนิดหนึ่งที่ทำนายอนาคตและแนวโน้มของการพัฒนาการของดวงชะตากำเนิดเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการพยากรณ์จากดาวจรปัจจุบัน (Transits) การพยากรณ์ดวงชะตาอายุจร(Progressing)ในที่นี้จะยึดหลักปรัชญาว่า1วันเท่ากับ1ปีคืออายุเพิ่มขึ้น1ปีในโลกเท่ากับ1วันในสวรรค์(Secondary progression or 'a-day-for-a-year')ดังนั้นการพยากรณ์ชนิดนี้จึงเริ่มนับอายุตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันหรือในปีประสงค์ แล้วผูกดวงชะตาขึ้นมาใหม่
การพยากรณ์ดวงชะตาจรตามอายุขัย(Progressing)ในโหราศาสตร์สากลที่นิยมในปัจจุบันนั้นมี 2 แบบใหญ่ๆคือ
1.ดวงชะตาอายุจร(Secondary progression) 1ปีเท่ากับ1วัน
2 องศาสุริยะอายุจร (Solar arc progression) or 'a-degree-for-a-year' progression
1องศาเท่ากับ1ปี
ทั้ง2ระบบนี้เป็นการพยากรณ์จรตามดวงชะตาใครดวงชะตามัน คือเป็นการพยากรณ์โดยเฉพาะของดวงชะตากำเนิดที่จรตามอายุขัย ลัคนาและเมอริเดียน ตลอดจนราศีและเรือนจะเปลี่ยนไป
การพยากรณ์ดวงชะตาจรตามอายุขัยชนิดอื่นๆ( Other progression methods)
• Minor progression - one lunar month after birth equals one year of life
• 1 เดือนเท่ากลับ1ปี
• Tertiary progression - one day after birth equals one lunar month of life
• 1วันเท่ากับ1เดือน
• Converse progression - one day before birth equals one year of life, (and so on backwards in time).
• 1วันก่อนเกิดเท่ากับ1ปี ชาติปัจจุบันหรือหลังเกิด
• Ascendant arc progression - planets are moved the same distance as the secondary progressed ascendant
• Symbolic arc progression - planets are moved an orbitrary number of degrees a year eg. 3 degrees for each year, 5 degrees and so on.
การแปลความหมาย(Interpretation)
การแปลความหมายโดยทั่วๆไป ยึดหลักการพยากรณ์เช่นเดียวกับการพยากรณ์จรบนท้องฟ้าปัจจุบันคือดาวกระทบดาว ว่าดาวจรให้ผลอย่างไรกับดวงเดิม ดีหรือเสียในปีนั้น แต่ดวงชะตาอายุขัยจรนี้จะเน้นไปที่ดวงชะตาส่วนบุคคลและดาวเคราะห์ชนิดวงในเป็นหลักเช่นลัคนา เมอริเดียน อาทิตย์ จันทร์ พุธ ศุกร์ อังคาร
วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553
วิตามินกับโหราศาสตร์Vitamin Astrology
วิตามินกับโหราศาสตร์
Vitamin Astrology
วิตามิน เป็นสารอินทรีย์ที่สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องได้รับในบริมาณเล็กน้อย สำหรับการเติบโต ขยายพันธุ์ และช่วยให้ให้มีสุขภาพดี ถ้าสิ่งมีชีวิตขาดวิตามินตัวใดตัวหนึ่งจะมีอาการป่วยซึ่งมีลักษณะเฉพาะขึ้นกับวิตามินที่ขาด
วิตามินแบ่งออกเป็น 2 จำพวก คือ
วิตามินที่ละลายในน้ำ เช่น B1, B2, B3, B5, B6, B12, H, M, C เป็นต้น
วิตามินที่ละลายในไขมันเช่น A, D, E, K เป็นต้น
[แก้] ชื่อเรียก
วิตามินมีชื่อเรียก ดังนี้
วิตามินเอ : Retinol อาทิตย์(sun)มีอทธิพล
วิตามินเอ มีส่วนประกอบสำคัญของคอร์เนีย และยังมีผลต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูก และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง ค้นพบโดย ดร. อี.วี. แมคคอลลัม (E.V. McCollum) นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา
วิตามินเอ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอยู่ในรูปแบบวิตามินอยู่แล้ว (Proformed Vitamin A)หรือเรียกว่า Retinol ซึ่งได้มาจากเนื้อสัตว์ เช่น น้ำมันตับปลา กำลังจะเป็นวิตามินเอ (Provitamin A) หรือเรียกว่า Carotene เป็นสารที่เมื่อเข้าสู่รางกายจึงได้รับการเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ พบมาในผักสีต่างๆ เช่น แครอท ผักโขม
ประโยชน์
ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness) อาทิตย์-จันทร์
ช่วยให้กระดูก ผม ฟัน และเหงือกแข็งแรง อาทิตย์ – พุธ-เสาร์
สร้างความต้านทานให้ระบบหายใจ
ช่วยสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น และทำให้หายป่วยเร็วขึ้น อาทิตย์-เนปจูน
ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ลดการอักเสบของสิว และช่วยลบจุดด่างดำ อาทิตย์-ศุกร์
ช่วยบรรเทาโรคเกี่ยวกับไทรอยด์
วิตามินบี 1 : Thiamine พุธมีอิทธิพล
วิตามินบี1 หรือ Thiamin เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องรัปประทานอาหารหรืออาหารเสริม มีคุณสมบัติพิเศษคือไม่มีพิษตกค้าง ถ้ามีมากเกินไป ร่างกายจะขับออกมาทันที
ประโยชน์
จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อย หัวใจและกล้ามเนื้อ
ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
ช่วยแก้อาการเมาคลื่นและเมาอากาศ
ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตและรักษางูสวัดให้หายเร็วขึ้น
ช่วยให้แข่งแรง
วิตามินบี 2 : Riboflavin ดาวอังคารมีอิทธิพล
ใช้ในการเจริญเติบโต เมื่อขาดจะกลายเป็นคนแคระเกร็น จำเป็นต่อเอนไซม์และกระบวนการเมทาบอลิซึมของสารอาหารต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมัน ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด อันเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดแข็งตัว ขจัดไขมันชนิดอิ่มตัวในเส้นเลือด เหตุนี้เองวิตามินบี2 จึงได้สมญาว่า "วิตามินป้องกันไขมัน" วิตามินบี2 ช่วยระงับอาการตาแฉะได้ จึงใช้เป็นส่วนประกอบในยาหยอดตา
วิตามินบี 3 : Niacin ดาวศุกร์-พฤหัส-เสาร์
วิตามินบี3 หรือ ไนอะซิน (Niacin) หรือกรดนิโคตินิก Nicotinic Acid ซึ่งจำเป็นใน Lipid Metabolism,Tissue respiration และ Glycogenolysis Nicotinic Acid ในปริมาณสูงๆจึงสามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยฤทธิ์ของยาจะทำให้ระดับ Triacylglycerol ใน Plasma และ VLDL ลดลงภายใน 1-4 วัน ส่วนฤทธิ์ในการลดระดับโคเลสเตอรอลและ LDL นั้น 5-7 วันจึงจะเห็นผล และนอกจากนั้น Nicotinic Acid ยังสามารถเพิ่ม HDL อีกด้วย จากการทดลองผลการลดระดับไขมันในเลือดจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดหลังรับประทานยา 5-7 สัปดาห์ ยาส่วยเกินที่รับประทานเข้าไปจะขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ
ประโยชน์
ช่วยทำลายพิษหรือท็อกซินจากมลพิษ แอลกอฮอล์และยาเสพติด
รักษาโรคทางจิตและโรคเกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง
ช่วยให้อาการต่างๆ ของผู้ป่วยเบาหวานดีขึ้น
ช่วยรักษาโรคปวดหัวไมเกรน
ช่วยบรรเทาโรคอาร์ไทรทิสหรือข้ออักเสบ
ช่วยกระตุ้นและแก้ไขความบกพร่องทางเพศ
ช่วยลดความดันโลหิตสูงประจำ
วิตามินบี 5 : Pantothenic Acid ดาวอังคาร-เนปจูน
วิตามินบี 5 หรือ Pantothenic Acid เป็นวิตามินในการสร้างความเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยสร้างเซลล์ใหม่และช่วยบำรุงระบบประสาท
ร่างกายคนเราต้องการวิตามินบี5 อย่างน้อย 200 มิลลิกรัม
ประโยชน์
ช่วยสร้างแอนติบอดีซึ่งเป็นตัวสำคัญของภูมิชีวิต
เมื่อร่างกายเปลี่ยนไขมันที่สะสมไว้ให้เป็นน้ำตาลเพื่อสร้างพลังงาน วิตามินบี5 จะเป็นตัวสำคัญในการเปลี่ยนไขมันเป็นน้ำตาล ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ช่วยให้ร่างกายหายจากการช็อกหลังการผ่าตัดใหญ่
ช่วนให้อาการอ่อนเพลียหายเร็วขึ้น
วิตามินบี 6 : Pyridoxine ดาวอังคาร-พฤหัส อาทิตย์-เสาร์
วิตามินบี 6 (อังกฤษ: Pyridoxine) เป็นวิตามินที่มักใช้ร่วมกับบี1 และบี12 ซึ่งวิตามินบี1 ทำงานกับคาร์โบไฮเดรตส่วนวิตามินบี6 และบี12 ทำงานร่วมกับโปรตีนและไขมัน ร่างกายคนเราต้องการวิตามินบี6 ประมาณ 1.5 มิลลิกรัม
ประโยชน์
ช่วยเปลี่ยนกรดอมิโนให้เป็นวิตามินบี3 หรือไนอะซิน
ช่วยร่างกายสร้างภูมิต้านทานแอนติบอดี และช่วยสร้างเซลล์โลหิตใด้ดียิ่งขึ้น
ช่วยร่างกายสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและแร่ธาตุแมกนีเซียม
ช่วยบรรเทาโรคที่เกิดจากระบบประสาทและผิวหนัง
ช่วยบรรเทาการคลื่นไส้อาเจียน
ช่วยบรรเทาอาการปากแห้งและคอแห้ง
ช่วยแก้การเป็นตะคริว แขนขาชาและช่วยขับปัสสาวะ
วิตามินบี 7 : Biotin ดาวศุกร์ – เสาร์ ศุกร์-พฤหัส
วิตามิน บี 7 (ไบโอติน) มีหน้าที่ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิสมของกรดไขมัน และกรดอะมิโน ช่วยถนอมผิวพรรณให้ปกติ รักษาโรคทางระบบประสาท เช่นโรคนอนไม่หลับ โรคซึมเศร้า ไบโอตินพบได้ใน ตับ ถั่วต่างๆ ผลไม้ ยีสต์ มะเขือเทศ ไข่แดง อาหารธรรมดามีไบโอตินเพียงพอ แต่ผู้ชอบรับประทานไข่ดิบเป็นประจำ ไข่ขาวดิบจะรวมตัวกับไบโอติน ขัดขวางการย่อยและดูดซึมโปรตีนในกระเพาะ และลำไส้ ผู้รับประทานไข่ดิบคราวละหลายฟองอยู่เสมอ มีโอกาสขาดไบโอตินสูงกว่าคนอื่น จึงควรต้มไข่ให้สุกเพื่อขจัดปัญหา แบคทีเรียในลำไส้สร้างไบโอตินขึ้นเองได้ แต่ผู้ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ ยาจะทำลายแบคทีเรียชนิดนี้ เป็นผลให้ร่างกายมีไบโอตินลดลง ภาวะขาดไบโอติน ผิวหนังจะเกิดผดผื่น ขนร่วง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน
วิตามินบี 9 : Folic Acid ดาวจันทร์-อังคาร-เสาร์
วิตามิน บี9 – กรดโฟลิค มีประโยชน์สำหรับการสังเคราะห์ DNA และการเจริญเติบโตของเซลล์ และยังจำเป็นในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง, การสร้างพลังงาน กรดโฟลิคนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้าง Heme ซึ่งเป็นธาตุเหล็กที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในฮีโมโกบิน เพื่อการลำเลียงออกซิเจนในร่างกาย และจำเป็นต่อเซลล์ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อโคเอ็นไซม์ในการสังเคราะห์ RNA และ DNA อีกทั้งยังจำเป็นต่อการเผาผลาญโปรตีน และการรักษาโรคโลหิตจาง วิตามินบี 9 ยัง ช่วยในเรื่องการย่อยอาหาร และระบบประสาท ช่วยในเรื่องจิตใจและอารมณ์ เพราะสารอาหารนี้ช่วยในเรื่องระบบประสาท จึงมีผลให้ผ่อนคลายด้านอารมณ์ ความวิตกกังวลและความเครียดที่เป็นอยู่ได้ - - - อาการเมื่อขาดวิตามินบี 9 คือ ท้องเสีย, เสียดท้องหรือท้องผูก กรดโฟลิคนั้นมีความจำเป็นต่อการพัฒนาระบบประสาทของทารกในครรภ์ด้วย การขาดวิตามินบี9 - - การขาดวิตามินบี9 ในเด็กทารกที่ยังไม่คลอดนั้น อาจเพิ่มความเสียงต่อทารกที่จะเกิด ทำให้มีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง และระบบประสาทผิดปกติรุนแรง เมื่อ ขาดกรดโฟลิค จะมีอาการเหนื่อยเพลีย, เป็นสิว, ฝาดลิ้น, เป็นแผลที่มุมปาก (เช่นเดียวกับการขาดวิตามินบี2, วิตามินบี6 และธาตุเหล็ก) ผลของการขาดกรดโฟลิคในระยะยาวคือ อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และภาวะกระดูกพรุนได้ในภายหลัง เช่นเดียวกับโอกาสในการเป็นมะเร็งลำไส้และมะเร็งปากมดลูก ขนาดรับประทาน
หญิง ที่ใช้ยาคุมกำเนิดหรือใช้ฮอร์โมนในการรักษาโรค อาจได้รับประโยชน์จากกรดโฟลิค เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ที่ได้รับประโยชน์จากนมแพะแทนนมวัว
อันตรายของวิตามินบี9 – กรดโฟลิคแสง, ความร้อน และการเก็บวิตามินเป็นเวลานานเกินไปสามารถทำลายวิตามินนี้ได้จุดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ - - การขาดกรดโฟลิคอาจพบทั่วไปในผู้สูบบุหรี่ พบว่ามีระดับกรดโฟลิคต่ำในปอดของผู้สูบบุหรี่ แหล่งที่มาของวิตามินบี9ในอาหาร - - ผักสดสีเขียว เช่นผักขม และบร๊อคโคลี่ และยังพบในผลไม้, ถั่วต่าง ๆ , เมล็ดข้าวธัญพืช และตับ
วิตามินบี 12 : Cyanocobalamin ดาวอังคาร –พุธ- พลูโต
วิตามินบี 12 (Cyanocobalamin) เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ให้ระวังการดูดซึมของบี12 สู่ร่างกายจะบกพร่องและเป็นผลให้เกิดโรคโลหิตจาง ควรกินวิตามินชนิดนี้ควบกับแคลเซียมจะทำให้การดูดซึมสู่ร่างกายดีขึ้น
ประโยชน์
ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้เด็กเติบโตและเจริญอาหาร ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดี ช่วยให้สมองไม่ฟุ้งซ่าน ความจำดีและมีสมาธิ
แหล่งอาหาร
พบมากในตับ ไต รองลงมาได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่แดง และอาหารหมักดอง เช่น กะปิ น้ำปลา เต้าเจี้ยว อาหารที่มาจากพืชผักทั้งหมดไม่มีวิตามิน บี 12เลย ยกเว้นอาหารหมักดอง ผู้บริโภคมังสวิรัติชนิดเคร่งครัด จึงควรบริโภค อาหารที่ได้จากการหมักด้วย การขาดวิตามิน บี12 ต้องใช้เวลา 10-15 ปี หรือนานกว่านั้น เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายน้ำเพียงชนิดเดียว ที่มีการสะสมในร่างกายได้มาก
วิตามินซี : Ascorbic Acid ดาวเสาร์-เนปจูน
วิตามินซีหรือ กรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid) เป็นสารอาหารที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้
ประโยชน์
เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด ช่วยให้แผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation) ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตายในกรณีเด็กอ่อน (SIDS: Sudden Infant Death Syndrome) ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียด การฉีดด้วยวิตามินซีปริมาณสูง อาจช่วยหยุดยั้งโรคมะเร็งได้ โดยวิตามินอาจเข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีในเซลล์ มะเร็ง ให้กลายเป็นกรดขึ้น ทำให้เนื้อร้ายชะงักและน้ำหนักลดไปได้
แหล่งวิตามินซี
แหล่งวิตามินซีมีมากในผักตระกูลกะหล่ำ การเก็บเกี่ยวผักผลไม้ตั้งแต่ยังไม่แก่จัด ไม่สุกดี หรือนำไปผ่านการแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นการตากแห้ง หมักดอง จะทำลายวิตามินซีที่อยู่ในอาหารไปในปริมาณมาก
ความร้อนทำลายวิตามินซีได้ง่ายจึงไม่ควรต้มหรือผัดนานเกินไป แต่การแช่เย็นไม่ได้ทำให้ผักผลไม้สูญเสียวิตามินซี
ขนาดที่เหมาะสมมากที่สุดต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ คือ 250-500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
วิตามินดี : Ergocalciferol และ Cholecalciferol อาทิตย์
วิตามินดี (CALCIFEROL หรือ ERGOSTEROL) เป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการเพื่อการรักษาภาวะสมดุลของระดับแคลเซียมในเลือดและในกระดูก เมื่อร่างกายได้รับแสงแดด ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีได้เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด ในกรณีที่ไม่ถูกแดด จำเป็นจะต้องได้รับวิตามินดีจากอาหารให้มากขึ้น เมื่อได้รับแสงแดดพอ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสริมด้วยการรับประทานวิตามินดีในรูปวิตามินรวม หรือรับประทานอาหารที่มีการเสริมด้วยวิตามินดี
วิตามินดีที่เข้าร่างกายจะถูกนำไปเก็บที่ตับเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้จะเก็บที่ผิวหนัง สมอง ตับอ่อน กระดูก และลำไส้ได้ วิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีความสำคัญในการสร้างกระดูกและฟันและการเจริญเติบโตตามปกติของเด็ก,วิตามินดีมีผลต่อการดูดซึมกลับของกรดอะมิโนที่ไต ,ช่วยสังเคราะห์น้ำย่อยใน mucous membrane ,ควบคุมปริมาณของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระแสโลหิตไม่ให้ต่ำลงจนถึงขีดอัตราย ,เกี่ยวข้องกับการใช้ฟอสฟอรัสในร่างกาย ,ช่วยสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้าง คอลลาเจน,เกี่ยวข้องกับการใช้เกลือซิเตรทในร่างกายอาจจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือด
ถ้าขาดวิตามินดีทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็กเรียก Rickets และในผู้ใหญ่เรียกว่า Osteosarcoma มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมแคลเซียมเข้าร่างกาย รูปร่างจะไม่สมประกอบ น้ำหนักลด ฟันผุ เติบโตช้า กระดูกสันหลังโก่ง ข้อมือ เข่า และกระดูกข้อเท้าโต ความต้านทานต่อโรคต่าง ๆ ลดน้อยลง เช่นหวัด ปอดบวม วัณโรค กล้ามเนื้ออ่อนกำลังขาดความคล่องแคล่ว ว่องไว ไม่กระฉับกระเฉง ไม่มีความกระปรี้กระเปร่า กล้ามเนื้อกระตุก ถ้าได้รับวิตามินดีมากเกินไป ทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เบื่ออาหาร ปัสสาวะมากผิดปกติและบ่อย กล้ามเนื้อไม่มีแรง รู้สึกเหนื่อยอ่อน มีหินปูนเกาะตามอวัยวะหรือเนื้อเยื่อของหัวใจ ผนังเส้นเลือดและปอด แต่อาการเหล่านี้นั้นจะหายภายใน 2 - 3 วันหลังจากหยุดวิตามิน
วิตามินอี : Tocopherol และ Tocotrienol พฤหัส-เสาร์
วิตามินอี เป็นวิตามินที่ช่วยในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายหลายระบบ และเป็นแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยให้เซลล์ต่างๆ รอดอันตรายจากท็อกซิน ช่วยชะลอความแก่ได้
ประโยชน์
เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ คือทำให้เกิดการเผาผลาญโดยมีออกซิเจนเป็นตัวการสำคัญทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี
เป็นตัวช่วยไขกระดูกในการสร้างเลือด ช่วยขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด ลดความสามารถในการจับตัวเป็นลิ่มเลือด และลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ
บำรุงตับซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับเลือดมาก
ช่วยในระบบสืบพันธุ์ เซลล์ประสาท และกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ตามปกติ
ช่วยให้ผิวพรรณสดใส และช่วยสมานแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกให้หายเร็วขึ้น
ช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้นและไม่อ่อนเพลียง่าย
แหล่งวิตามินอี
วิตามินอีมีมากในน้ำมันจากธัญพืชและถั่วประเภทเปลือกแข็ง การเก็บรักษาให้วิตามินอีควรเก็บให้พ้นจากความร้อนแสงแดด รวมทั้งออกซิเจนในอากาศ การขัดสี การบด จะทำให้ญพืชสูญเสียวิตามินอีไปจำนวนมาก
ร่างกายคนเราต้องการวิตามินอีอยู่ที่วันละ 10-15 IU
วิตามินเค : Naphthoquinone อังคาร-เสาร์
ตามินเค (อังกฤษ: Vitamin K) เป็นวิตามินในกลุ่มที่ละลายได้ดีในไขมัน รูปแบบที่พบในธรรมชาติ มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วิตามินเค I (Vitamin K I) หรือ ฟิลโลควิโนน (phylloquinone) เป็นรูปแบบที่พบในพืชและสัตว์ และ วิตามินเค II (Vitamin K II) หรือ เมนาควิโนน (menaquinone) เป็นรูปแบบที่พบในเนื้อเยื่อตับ และยังสามารถสร้างได้โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในร่างกาย สำหรับวิตามินเค III (Vitamin K III) หรือ เมนาไดโอน (menadione) นั้น เป็นโมเลกุลที่สังเคราะห์ขึ้น ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็น เมนาควิโนน โดยตับ
หน้าที่
วิตามินเค มีความสำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด
ร่างกายใช้วิตามินเคในกระบวนการเติมหมู่คาร์บอกซิลหลังการแปลรหัสอาร์เอ็นเอเป็นโปรตีน (posttranslational carboxylation) ของกรดกลูตามิก (glutamic acid) ซึ่งจำเป็นต่อการจับกับแคลเซียมของโปรตีนที่มีหมู่คาร์บอกซิลในตำแหน่งแกมมา (γ-carboxylated proteins) เช่น โปรธรอมบิน หรือ แฟคเตอร์ II (prothrombin or factor II) , แฟคเตอร์ VII, IX และ X (factors VII, IX and X) , โปรตีนซี (protein C) , โปรตีนเอส (protein S) และโปรตีนอื่นๆที่เป็นองค์ประกอบของกระดูก
ยาในกลุ่มวอร์ฟาริน (Warfarin) จะขัดขวางกระบวนการนี้ ทำให้วิตามินเคไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นไฮโดรควิโนน (hydroquinone) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้
[แก้] แหล่งที่พบ
วิตามินเคพบมากในอาหารประเภทผักใบเขียว นอกจากนี้ยังพบในเนื้อสัตว์ นม เนย น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง กาแฟ และลูกแพร์
ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 100 ไมโครกรัมต่อวัน
ภาวะขาดวิตามินเค
อาการที่แสดงถึง ภาวะขาดวิตามินเค (Hypovitaminosis K) คือ มีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ เช่น ช่องกระโหลกศีรษะ ลำไส้ หรือ ผิวหนัง โดยจะพบมากในช่วงอายุ 1 สัปดาห์แรกของทารกแรกเกิด ทั้งนี้เป็นเพราะทารกมีไขมันสะสมน้อย ตับของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ลำไส้ยังปราศจากเชื้อแบคทีเรียที่สังเคราะห์วิตามิน ประกอบกับวิตามินเคที่ผ่านมาทางรกและน้ำนมจากมารดานั้นมีปริมาณน้อย
สำหรับภาวะขาดวิตามินเคในผู้ใหญ่นั้น มักเกิดร่วมกับสาเหตุบางอย่าง เช่น โรคเรื้อรังของระบบทางเดินอาหารบางชนิด โรคทางเดินน้ำดีอุดตัน หลังจากการผ่าตัดลำไส้เล็ก หรือได้รับยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อกว้าง
การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจ เวลาโปรธรอมบิน (prothrombin time ; PT) ซึ่งผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินเคจะใช้เวลานานกว่าปกติ หรือตรวจปริมาณวิตามินเคโดยตรงด้วยวิธี HPLC
การรักษาทำได้โดยให้วิตามินเคในรูปยาฉีด 10 มิลลิกรัมครั้งเดียว ในผู้ป่วยที่โรคเรื้อรังอื่นอาจเสริมด้วยวิตามินเคในรูปยากิน 1-2 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ ในรูปยาฉีด 1-2 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์
ผลเสียของวิตามิน
วิตามินนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายของ แต่ถ้าได้รับวิตามินในปริมาณที่เกินพอดี อาจจะมีผลเสียต่อร่างกายได้ดังนี้
วิตามินเอ ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะเกิดอาการอาเจียน ผมร่วง ผิวหนังแห้งตกสะเก็ต ทำลายประสาทตา ตับ และกระดูก หรืออาจทำให้เด็กในท้องพิการได้
วิตามินบี6 ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการเดินเซ มือเท้าชา และส่งผลให้ประสาทกล้ามเนื้อแขนขาถูกทำลาย
วิตามินซี ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย ท้องอืด และอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นนิ่วในไตได้ แต่ถ้าหยุดรับประทานอาการเหล่านี้จะหายไป
วิตามินอี ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ตาพร่ามัว กล้ามเนื้อล้า แน่นท้อง และท้องร่วง และถ้าร่างกายขาดวิตามินอีสูงมาก อาจขัดขวางวิตามินเอได้
แหล่งข้อมูล-จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบโอติน Biotin หรือ Vitamin H ดาวพฤหัส
เป็นวิตามินชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามิน บี แต่ก็ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน วิตามินนี้จะถูกสังเคราะห์โดยจุลินทรีย์ในลำไส้ ระดับของไบโอตินในเซรุ่มของคนปกติอยู่ระหว่าง 213-404 นาโนกรัม/มล. สาเหตุหนึ่งที่ร่างกายอาจขาดไบโอตินได้ก็คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่จะทำลายไบโอติน เมื่อร่างกายเกิดอาการขาดวิตามินนี้ก็จะทำให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ
วิตามินชนิดนี้ บางครั้งจะรู้จักในชื่อของ โคเอ็นไซม์ อาร์ ( Coenzyme R ) ร่างกายสามารถสร้างเองได้เป็นจำนวนมาก โดยแบคทีเรียจากลำไส้
ไบโอตินพบได้ใน เนื้อสัตว์ ไข่แดง กล้วย ตับ ข้าวกล้อง ถั่ว ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี ไข่ นม เนย โยเกิรต์ ผักต่างๆโดยเฉพาะดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี เห็ด แครอท
ไบโอตินจะไม่ถูกทำลายเนื่องจากการประกอบอาหาร การสูญเสียไปโดยมากจะไปกับน้ำที่ล้างหรือน้ำที่ต้มประกอบอาหาร
นอกจากนี้แบคทีเรียบางชนิดที่อยู่ในลำไส้ (lactobacillin) สามารถผลิตไบโอตินได้
ความสำคัญของไบโอตินมีหลายประการ เช่น ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมัน (fat metabolism) ช่วยสังเคราะห์กรดไขมันบางชนิด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่งเสริมการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายหลายชนิด และเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นผมและเล็บ
ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน วิตามินนี้จะถูกสังเคราะห์โดยจุลินทรีย์ในลำไส้ ไบโอตินเป็นกรดที่มีกำมะถันอยู่ด้วยในโมเลกุล ผลึกของ ไบโอตินเป็นรูปเข็มยาว ในธรรมชาติมักเกิดรวมอยู่กับกรดอะมิโนไลซีน ระดับของไบโอตินในเซรุ่มของคนปกติอยู่ระหว่าง 213-404 นาโนกรัม/มล.
สาเหตุหนึ่งที่ร่างกายอาจขาดไบโอตินได้ก็คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่จะทำลายไบโอติน เมื่อร่างกายเกิดอาการขาดไบโอตินก็จะทำให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติจะมีการอักเสบของเยื้อบุต่างๆ ผิวหนังแห้งลอก ตกสะเก็ด มีอาการเบื่ออาหาร อาเจียน ซึม ปวดเมื่อยตามตัว ระดับคอเลสเตอรอลสูง โลหิตจางแม้จะได้รับเหล็กเพียงพอ การขับปัสสาวะลดลง
ประโยชน์ต่อร่างกาย
ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ในขบวนการต่างๆของร่างการ เช่น กระบวนการเผาพลาญของร่างกาย ขบวนการสร้างกรดไขมัน พิวรีน
เป็นตัวส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยผลิตฮอร์โมนเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และอินซูลิน อีกทั้งยังรักษาสุขภาพของผิวหนัง ผม ต่อม เหงื่อ และกระดูกอ่อนอีกด้วย
เป็นตัวส่งเสริมความเจริญเติบโตของร่างกายที่สำคัญ ช่วยในการสังเคราะห์วิตามินซี
เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสุขภาพผิวหนัง เส้นผม ประสาท และกระดูกอ่อน
ช่วยในการผลิตฮอร์โมนเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
ปริมาณที่แนะนำ
ปกติร่างกายจะสามารถสร้างไบโอตินได้อยู่แล้วจากแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่ง ถ้าหากรวมกับอาหารที่ได้รับในแต่ละวันถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว แต่ก็เชื่อว่า ผู้ใหญ่ควรได้รับไบโอติน วันละ 100 – 200 ไมโคกรัม เด็ก(ตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป) ควรได้รับวันล่ะ 85 – 120 ไมโคกรัม
ข้อมูลอื่นๆ
มีการดูดซึมที่ลำไส้เล็ก และมีการขับออกทางปัสสาวะ
อาหารหรือสารต้านฤทธิ์ ได้แก่ วิตามินบีรวม วิตามินบี 12 กรดโฟลิค กรดแพนโทเธ็นนิค วิตามินซี กำมะถัน
มักจะไม่พบการขาดไบโอตินในผู้ที่รับประทานอาหารครบหมู่หรืออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีรวม แต่อาจจะพบในผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานานโดยเฉพาะยาในกลุ่ม Sulfa เนื่องจากเชื้อพวก Lactobacillin จะถูกทำลาย การบริโภคไขขาวดิบในปริมาณสูง และนานติดต่อกันอาจทำให้สาร avidin ในไข่ขาวจับกับไบโอตินทำให้ไบโอตินไม่สามารถดูดซึมได้ก็อาจนำมาซึ่งภาวะการขาดไบโอตินได้ นอกจากนี้การใช้ยาต้านชัก (anti-seizure) เป็นเวลานานติดต่อกันก็สามารถก่อให้เกิดการขาดไบโอตินได้เช่นกัน
อาการที่พบในผู้ที่ขาดสารไบโอติน ได้แก่ อาการทางผิวหนัง (ผิวหนังอักเสบ) แห้งเป็นขุย ผมร่วง เล็บเปราะ กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย แสบตา เป็นต้น อาการที่น่าสนใจคือ ผมร่วง ผมบาง ซึ่งผมร่วงบางชนิดเกิดจากเส้นผมไม่แข็งแรงเนื่องมาจากร่างกายสร้าง keratin ได้น้อย
ไบโอตินจึงมีความสำคัญในการช่วยสร้าง keratin ในผู้ที่ขาดสารไบโอติน ประโยชน์ของไบโอตินอีกประการหนึ่งก็คือช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บมือ และเล็บเท้า โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเล็บเปราะเนื่องมาจากขาดสารไบโอติน
ขนาดที่ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผม คือ 1-3 มิลลิกรัมต่อวัน และต้องใช้กับผู้ที่มีผมร่วง เนื่องมาจากการขาดไบโอตินเท่านั้น ส่วนขนาดที่ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บคือ 2.5 มิลลิกรัมต่อวัน ปัจจุบันยังไม่พบรายงานผลข้างเคียงหรือการเป็นพิษของวิตามินบีชนิดนี้
Vitamin Astrology
วิตามิน เป็นสารอินทรีย์ที่สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องได้รับในบริมาณเล็กน้อย สำหรับการเติบโต ขยายพันธุ์ และช่วยให้ให้มีสุขภาพดี ถ้าสิ่งมีชีวิตขาดวิตามินตัวใดตัวหนึ่งจะมีอาการป่วยซึ่งมีลักษณะเฉพาะขึ้นกับวิตามินที่ขาด
วิตามินแบ่งออกเป็น 2 จำพวก คือ
วิตามินที่ละลายในน้ำ เช่น B1, B2, B3, B5, B6, B12, H, M, C เป็นต้น
วิตามินที่ละลายในไขมันเช่น A, D, E, K เป็นต้น
[แก้] ชื่อเรียก
วิตามินมีชื่อเรียก ดังนี้
วิตามินเอ : Retinol อาทิตย์(sun)มีอทธิพล
วิตามินเอ มีส่วนประกอบสำคัญของคอร์เนีย และยังมีผลต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูก และระบบสืบพันธุ์ นอกจากนี้ ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ ทำให้ผิวและผมแข็งแรง ค้นพบโดย ดร. อี.วี. แมคคอลลัม (E.V. McCollum) นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา
วิตามินเอ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอยู่ในรูปแบบวิตามินอยู่แล้ว (Proformed Vitamin A)หรือเรียกว่า Retinol ซึ่งได้มาจากเนื้อสัตว์ เช่น น้ำมันตับปลา กำลังจะเป็นวิตามินเอ (Provitamin A) หรือเรียกว่า Carotene เป็นสารที่เมื่อเข้าสู่รางกายจึงได้รับการเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ พบมาในผักสีต่างๆ เช่น แครอท ผักโขม
ประโยชน์
ช่วยบำรุงสายตา และแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness) อาทิตย์-จันทร์
ช่วยให้กระดูก ผม ฟัน และเหงือกแข็งแรง อาทิตย์ – พุธ-เสาร์
สร้างความต้านทานให้ระบบหายใจ
ช่วยสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น และทำให้หายป่วยเร็วขึ้น อาทิตย์-เนปจูน
ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ลดการอักเสบของสิว และช่วยลบจุดด่างดำ อาทิตย์-ศุกร์
ช่วยบรรเทาโรคเกี่ยวกับไทรอยด์
วิตามินบี 1 : Thiamine พุธมีอิทธิพล
วิตามินบี1 หรือ Thiamin เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องรัปประทานอาหารหรืออาหารเสริม มีคุณสมบัติพิเศษคือไม่มีพิษตกค้าง ถ้ามีมากเกินไป ร่างกายจะขับออกมาทันที
ประโยชน์
จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ระบบประสาท ระบบย่อย หัวใจและกล้ามเนื้อ
ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
ช่วยแก้อาการเมาคลื่นและเมาอากาศ
ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตและรักษางูสวัดให้หายเร็วขึ้น
ช่วยให้แข่งแรง
วิตามินบี 2 : Riboflavin ดาวอังคารมีอิทธิพล
ใช้ในการเจริญเติบโต เมื่อขาดจะกลายเป็นคนแคระเกร็น จำเป็นต่อเอนไซม์และกระบวนการเมทาบอลิซึมของสารอาหารต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมัน ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด อันเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดแข็งตัว ขจัดไขมันชนิดอิ่มตัวในเส้นเลือด เหตุนี้เองวิตามินบี2 จึงได้สมญาว่า "วิตามินป้องกันไขมัน" วิตามินบี2 ช่วยระงับอาการตาแฉะได้ จึงใช้เป็นส่วนประกอบในยาหยอดตา
วิตามินบี 3 : Niacin ดาวศุกร์-พฤหัส-เสาร์
วิตามินบี3 หรือ ไนอะซิน (Niacin) หรือกรดนิโคตินิก Nicotinic Acid ซึ่งจำเป็นใน Lipid Metabolism,Tissue respiration และ Glycogenolysis Nicotinic Acid ในปริมาณสูงๆจึงสามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยฤทธิ์ของยาจะทำให้ระดับ Triacylglycerol ใน Plasma และ VLDL ลดลงภายใน 1-4 วัน ส่วนฤทธิ์ในการลดระดับโคเลสเตอรอลและ LDL นั้น 5-7 วันจึงจะเห็นผล และนอกจากนั้น Nicotinic Acid ยังสามารถเพิ่ม HDL อีกด้วย จากการทดลองผลการลดระดับไขมันในเลือดจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดหลังรับประทานยา 5-7 สัปดาห์ ยาส่วยเกินที่รับประทานเข้าไปจะขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ
ประโยชน์
ช่วยทำลายพิษหรือท็อกซินจากมลพิษ แอลกอฮอล์และยาเสพติด
รักษาโรคทางจิตและโรคเกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง
ช่วยให้อาการต่างๆ ของผู้ป่วยเบาหวานดีขึ้น
ช่วยรักษาโรคปวดหัวไมเกรน
ช่วยบรรเทาโรคอาร์ไทรทิสหรือข้ออักเสบ
ช่วยกระตุ้นและแก้ไขความบกพร่องทางเพศ
ช่วยลดความดันโลหิตสูงประจำ
วิตามินบี 5 : Pantothenic Acid ดาวอังคาร-เนปจูน
วิตามินบี 5 หรือ Pantothenic Acid เป็นวิตามินในการสร้างความเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยสร้างเซลล์ใหม่และช่วยบำรุงระบบประสาท
ร่างกายคนเราต้องการวิตามินบี5 อย่างน้อย 200 มิลลิกรัม
ประโยชน์
ช่วยสร้างแอนติบอดีซึ่งเป็นตัวสำคัญของภูมิชีวิต
เมื่อร่างกายเปลี่ยนไขมันที่สะสมไว้ให้เป็นน้ำตาลเพื่อสร้างพลังงาน วิตามินบี5 จะเป็นตัวสำคัญในการเปลี่ยนไขมันเป็นน้ำตาล ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ช่วยให้ร่างกายหายจากการช็อกหลังการผ่าตัดใหญ่
ช่วนให้อาการอ่อนเพลียหายเร็วขึ้น
วิตามินบี 6 : Pyridoxine ดาวอังคาร-พฤหัส อาทิตย์-เสาร์
วิตามินบี 6 (อังกฤษ: Pyridoxine) เป็นวิตามินที่มักใช้ร่วมกับบี1 และบี12 ซึ่งวิตามินบี1 ทำงานกับคาร์โบไฮเดรตส่วนวิตามินบี6 และบี12 ทำงานร่วมกับโปรตีนและไขมัน ร่างกายคนเราต้องการวิตามินบี6 ประมาณ 1.5 มิลลิกรัม
ประโยชน์
ช่วยเปลี่ยนกรดอมิโนให้เป็นวิตามินบี3 หรือไนอะซิน
ช่วยร่างกายสร้างภูมิต้านทานแอนติบอดี และช่วยสร้างเซลล์โลหิตใด้ดียิ่งขึ้น
ช่วยร่างกายสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและแร่ธาตุแมกนีเซียม
ช่วยบรรเทาโรคที่เกิดจากระบบประสาทและผิวหนัง
ช่วยบรรเทาการคลื่นไส้อาเจียน
ช่วยบรรเทาอาการปากแห้งและคอแห้ง
ช่วยแก้การเป็นตะคริว แขนขาชาและช่วยขับปัสสาวะ
วิตามินบี 7 : Biotin ดาวศุกร์ – เสาร์ ศุกร์-พฤหัส
วิตามิน บี 7 (ไบโอติน) มีหน้าที่ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิสมของกรดไขมัน และกรดอะมิโน ช่วยถนอมผิวพรรณให้ปกติ รักษาโรคทางระบบประสาท เช่นโรคนอนไม่หลับ โรคซึมเศร้า ไบโอตินพบได้ใน ตับ ถั่วต่างๆ ผลไม้ ยีสต์ มะเขือเทศ ไข่แดง อาหารธรรมดามีไบโอตินเพียงพอ แต่ผู้ชอบรับประทานไข่ดิบเป็นประจำ ไข่ขาวดิบจะรวมตัวกับไบโอติน ขัดขวางการย่อยและดูดซึมโปรตีนในกระเพาะ และลำไส้ ผู้รับประทานไข่ดิบคราวละหลายฟองอยู่เสมอ มีโอกาสขาดไบโอตินสูงกว่าคนอื่น จึงควรต้มไข่ให้สุกเพื่อขจัดปัญหา แบคทีเรียในลำไส้สร้างไบโอตินขึ้นเองได้ แต่ผู้ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ ยาจะทำลายแบคทีเรียชนิดนี้ เป็นผลให้ร่างกายมีไบโอตินลดลง ภาวะขาดไบโอติน ผิวหนังจะเกิดผดผื่น ขนร่วง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน
วิตามินบี 9 : Folic Acid ดาวจันทร์-อังคาร-เสาร์
วิตามิน บี9 – กรดโฟลิค มีประโยชน์สำหรับการสังเคราะห์ DNA และการเจริญเติบโตของเซลล์ และยังจำเป็นในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง, การสร้างพลังงาน กรดโฟลิคนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้าง Heme ซึ่งเป็นธาตุเหล็กที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในฮีโมโกบิน เพื่อการลำเลียงออกซิเจนในร่างกาย และจำเป็นต่อเซลล์ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อโคเอ็นไซม์ในการสังเคราะห์ RNA และ DNA อีกทั้งยังจำเป็นต่อการเผาผลาญโปรตีน และการรักษาโรคโลหิตจาง วิตามินบี 9 ยัง ช่วยในเรื่องการย่อยอาหาร และระบบประสาท ช่วยในเรื่องจิตใจและอารมณ์ เพราะสารอาหารนี้ช่วยในเรื่องระบบประสาท จึงมีผลให้ผ่อนคลายด้านอารมณ์ ความวิตกกังวลและความเครียดที่เป็นอยู่ได้ - - - อาการเมื่อขาดวิตามินบี 9 คือ ท้องเสีย, เสียดท้องหรือท้องผูก กรดโฟลิคนั้นมีความจำเป็นต่อการพัฒนาระบบประสาทของทารกในครรภ์ด้วย การขาดวิตามินบี9 - - การขาดวิตามินบี9 ในเด็กทารกที่ยังไม่คลอดนั้น อาจเพิ่มความเสียงต่อทารกที่จะเกิด ทำให้มีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง และระบบประสาทผิดปกติรุนแรง เมื่อ ขาดกรดโฟลิค จะมีอาการเหนื่อยเพลีย, เป็นสิว, ฝาดลิ้น, เป็นแผลที่มุมปาก (เช่นเดียวกับการขาดวิตามินบี2, วิตามินบี6 และธาตุเหล็ก) ผลของการขาดกรดโฟลิคในระยะยาวคือ อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และภาวะกระดูกพรุนได้ในภายหลัง เช่นเดียวกับโอกาสในการเป็นมะเร็งลำไส้และมะเร็งปากมดลูก ขนาดรับประทาน
หญิง ที่ใช้ยาคุมกำเนิดหรือใช้ฮอร์โมนในการรักษาโรค อาจได้รับประโยชน์จากกรดโฟลิค เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ที่ได้รับประโยชน์จากนมแพะแทนนมวัว
อันตรายของวิตามินบี9 – กรดโฟลิคแสง, ความร้อน และการเก็บวิตามินเป็นเวลานานเกินไปสามารถทำลายวิตามินนี้ได้จุดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ - - การขาดกรดโฟลิคอาจพบทั่วไปในผู้สูบบุหรี่ พบว่ามีระดับกรดโฟลิคต่ำในปอดของผู้สูบบุหรี่ แหล่งที่มาของวิตามินบี9ในอาหาร - - ผักสดสีเขียว เช่นผักขม และบร๊อคโคลี่ และยังพบในผลไม้, ถั่วต่าง ๆ , เมล็ดข้าวธัญพืช และตับ
วิตามินบี 12 : Cyanocobalamin ดาวอังคาร –พุธ- พลูโต
วิตามินบี 12 (Cyanocobalamin) เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ให้ระวังการดูดซึมของบี12 สู่ร่างกายจะบกพร่องและเป็นผลให้เกิดโรคโลหิตจาง ควรกินวิตามินชนิดนี้ควบกับแคลเซียมจะทำให้การดูดซึมสู่ร่างกายดีขึ้น
ประโยชน์
ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้เด็กเติบโตและเจริญอาหาร ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดี ช่วยให้สมองไม่ฟุ้งซ่าน ความจำดีและมีสมาธิ
แหล่งอาหาร
พบมากในตับ ไต รองลงมาได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่แดง และอาหารหมักดอง เช่น กะปิ น้ำปลา เต้าเจี้ยว อาหารที่มาจากพืชผักทั้งหมดไม่มีวิตามิน บี 12เลย ยกเว้นอาหารหมักดอง ผู้บริโภคมังสวิรัติชนิดเคร่งครัด จึงควรบริโภค อาหารที่ได้จากการหมักด้วย การขาดวิตามิน บี12 ต้องใช้เวลา 10-15 ปี หรือนานกว่านั้น เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายน้ำเพียงชนิดเดียว ที่มีการสะสมในร่างกายได้มาก
วิตามินซี : Ascorbic Acid ดาวเสาร์-เนปจูน
วิตามินซีหรือ กรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid) เป็นสารอาหารที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้
ประโยชน์
เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด ช่วยให้แผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation) ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตายในกรณีเด็กอ่อน (SIDS: Sudden Infant Death Syndrome) ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
ช่วยคลายเครียด การฉีดด้วยวิตามินซีปริมาณสูง อาจช่วยหยุดยั้งโรคมะเร็งได้ โดยวิตามินอาจเข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีในเซลล์ มะเร็ง ให้กลายเป็นกรดขึ้น ทำให้เนื้อร้ายชะงักและน้ำหนักลดไปได้
แหล่งวิตามินซี
แหล่งวิตามินซีมีมากในผักตระกูลกะหล่ำ การเก็บเกี่ยวผักผลไม้ตั้งแต่ยังไม่แก่จัด ไม่สุกดี หรือนำไปผ่านการแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นการตากแห้ง หมักดอง จะทำลายวิตามินซีที่อยู่ในอาหารไปในปริมาณมาก
ความร้อนทำลายวิตามินซีได้ง่ายจึงไม่ควรต้มหรือผัดนานเกินไป แต่การแช่เย็นไม่ได้ทำให้ผักผลไม้สูญเสียวิตามินซี
ขนาดที่เหมาะสมมากที่สุดต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ คือ 250-500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง
วิตามินดี : Ergocalciferol และ Cholecalciferol อาทิตย์
วิตามินดี (CALCIFEROL หรือ ERGOSTEROL) เป็นวิตามินที่ร่างกายต้องการเพื่อการรักษาภาวะสมดุลของระดับแคลเซียมในเลือดและในกระดูก เมื่อร่างกายได้รับแสงแดด ร่างกายสามารถสร้างวิตามินดีได้เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด ในกรณีที่ไม่ถูกแดด จำเป็นจะต้องได้รับวิตามินดีจากอาหารให้มากขึ้น เมื่อได้รับแสงแดดพอ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสริมด้วยการรับประทานวิตามินดีในรูปวิตามินรวม หรือรับประทานอาหารที่มีการเสริมด้วยวิตามินดี
วิตามินดีที่เข้าร่างกายจะถูกนำไปเก็บที่ตับเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้จะเก็บที่ผิวหนัง สมอง ตับอ่อน กระดูก และลำไส้ได้ วิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีความสำคัญในการสร้างกระดูกและฟันและการเจริญเติบโตตามปกติของเด็ก,วิตามินดีมีผลต่อการดูดซึมกลับของกรดอะมิโนที่ไต ,ช่วยสังเคราะห์น้ำย่อยใน mucous membrane ,ควบคุมปริมาณของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระแสโลหิตไม่ให้ต่ำลงจนถึงขีดอัตราย ,เกี่ยวข้องกับการใช้ฟอสฟอรัสในร่างกาย ,ช่วยสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้าง คอลลาเจน,เกี่ยวข้องกับการใช้เกลือซิเตรทในร่างกายอาจจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือด
ถ้าขาดวิตามินดีทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็กเรียก Rickets และในผู้ใหญ่เรียกว่า Osteosarcoma มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมแคลเซียมเข้าร่างกาย รูปร่างจะไม่สมประกอบ น้ำหนักลด ฟันผุ เติบโตช้า กระดูกสันหลังโก่ง ข้อมือ เข่า และกระดูกข้อเท้าโต ความต้านทานต่อโรคต่าง ๆ ลดน้อยลง เช่นหวัด ปอดบวม วัณโรค กล้ามเนื้ออ่อนกำลังขาดความคล่องแคล่ว ว่องไว ไม่กระฉับกระเฉง ไม่มีความกระปรี้กระเปร่า กล้ามเนื้อกระตุก ถ้าได้รับวิตามินดีมากเกินไป ทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เบื่ออาหาร ปัสสาวะมากผิดปกติและบ่อย กล้ามเนื้อไม่มีแรง รู้สึกเหนื่อยอ่อน มีหินปูนเกาะตามอวัยวะหรือเนื้อเยื่อของหัวใจ ผนังเส้นเลือดและปอด แต่อาการเหล่านี้นั้นจะหายภายใน 2 - 3 วันหลังจากหยุดวิตามิน
วิตามินอี : Tocopherol และ Tocotrienol พฤหัส-เสาร์
วิตามินอี เป็นวิตามินที่ช่วยในการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายหลายระบบ และเป็นแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยให้เซลล์ต่างๆ รอดอันตรายจากท็อกซิน ช่วยชะลอความแก่ได้
ประโยชน์
เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ คือทำให้เกิดการเผาผลาญโดยมีออกซิเจนเป็นตัวการสำคัญทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี
เป็นตัวช่วยไขกระดูกในการสร้างเลือด ช่วยขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด ลดความสามารถในการจับตัวเป็นลิ่มเลือด และลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ
บำรุงตับซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับเลือดมาก
ช่วยในระบบสืบพันธุ์ เซลล์ประสาท และกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ตามปกติ
ช่วยให้ผิวพรรณสดใส และช่วยสมานแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกให้หายเร็วขึ้น
ช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้นและไม่อ่อนเพลียง่าย
แหล่งวิตามินอี
วิตามินอีมีมากในน้ำมันจากธัญพืชและถั่วประเภทเปลือกแข็ง การเก็บรักษาให้วิตามินอีควรเก็บให้พ้นจากความร้อนแสงแดด รวมทั้งออกซิเจนในอากาศ การขัดสี การบด จะทำให้ญพืชสูญเสียวิตามินอีไปจำนวนมาก
ร่างกายคนเราต้องการวิตามินอีอยู่ที่วันละ 10-15 IU
วิตามินเค : Naphthoquinone อังคาร-เสาร์
ตามินเค (อังกฤษ: Vitamin K) เป็นวิตามินในกลุ่มที่ละลายได้ดีในไขมัน รูปแบบที่พบในธรรมชาติ มี 2 รูปแบบ ได้แก่ วิตามินเค I (Vitamin K I) หรือ ฟิลโลควิโนน (phylloquinone) เป็นรูปแบบที่พบในพืชและสัตว์ และ วิตามินเค II (Vitamin K II) หรือ เมนาควิโนน (menaquinone) เป็นรูปแบบที่พบในเนื้อเยื่อตับ และยังสามารถสร้างได้โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในร่างกาย สำหรับวิตามินเค III (Vitamin K III) หรือ เมนาไดโอน (menadione) นั้น เป็นโมเลกุลที่สังเคราะห์ขึ้น ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็น เมนาควิโนน โดยตับ
หน้าที่
วิตามินเค มีความสำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด
ร่างกายใช้วิตามินเคในกระบวนการเติมหมู่คาร์บอกซิลหลังการแปลรหัสอาร์เอ็นเอเป็นโปรตีน (posttranslational carboxylation) ของกรดกลูตามิก (glutamic acid) ซึ่งจำเป็นต่อการจับกับแคลเซียมของโปรตีนที่มีหมู่คาร์บอกซิลในตำแหน่งแกมมา (γ-carboxylated proteins) เช่น โปรธรอมบิน หรือ แฟคเตอร์ II (prothrombin or factor II) , แฟคเตอร์ VII, IX และ X (factors VII, IX and X) , โปรตีนซี (protein C) , โปรตีนเอส (protein S) และโปรตีนอื่นๆที่เป็นองค์ประกอบของกระดูก
ยาในกลุ่มวอร์ฟาริน (Warfarin) จะขัดขวางกระบวนการนี้ ทำให้วิตามินเคไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นไฮโดรควิโนน (hydroquinone) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้
[แก้] แหล่งที่พบ
วิตามินเคพบมากในอาหารประเภทผักใบเขียว นอกจากนี้ยังพบในเนื้อสัตว์ นม เนย น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง กาแฟ และลูกแพร์
ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 100 ไมโครกรัมต่อวัน
ภาวะขาดวิตามินเค
อาการที่แสดงถึง ภาวะขาดวิตามินเค (Hypovitaminosis K) คือ มีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ เช่น ช่องกระโหลกศีรษะ ลำไส้ หรือ ผิวหนัง โดยจะพบมากในช่วงอายุ 1 สัปดาห์แรกของทารกแรกเกิด ทั้งนี้เป็นเพราะทารกมีไขมันสะสมน้อย ตับของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ลำไส้ยังปราศจากเชื้อแบคทีเรียที่สังเคราะห์วิตามิน ประกอบกับวิตามินเคที่ผ่านมาทางรกและน้ำนมจากมารดานั้นมีปริมาณน้อย
สำหรับภาวะขาดวิตามินเคในผู้ใหญ่นั้น มักเกิดร่วมกับสาเหตุบางอย่าง เช่น โรคเรื้อรังของระบบทางเดินอาหารบางชนิด โรคทางเดินน้ำดีอุดตัน หลังจากการผ่าตัดลำไส้เล็ก หรือได้รับยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อกว้าง
การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจ เวลาโปรธรอมบิน (prothrombin time ; PT) ซึ่งผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินเคจะใช้เวลานานกว่าปกติ หรือตรวจปริมาณวิตามินเคโดยตรงด้วยวิธี HPLC
การรักษาทำได้โดยให้วิตามินเคในรูปยาฉีด 10 มิลลิกรัมครั้งเดียว ในผู้ป่วยที่โรคเรื้อรังอื่นอาจเสริมด้วยวิตามินเคในรูปยากิน 1-2 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ ในรูปยาฉีด 1-2 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์
ผลเสียของวิตามิน
วิตามินนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายของ แต่ถ้าได้รับวิตามินในปริมาณที่เกินพอดี อาจจะมีผลเสียต่อร่างกายได้ดังนี้
วิตามินเอ ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะเกิดอาการอาเจียน ผมร่วง ผิวหนังแห้งตกสะเก็ต ทำลายประสาทตา ตับ และกระดูก หรืออาจทำให้เด็กในท้องพิการได้
วิตามินบี6 ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการเดินเซ มือเท้าชา และส่งผลให้ประสาทกล้ามเนื้อแขนขาถูกทำลาย
วิตามินซี ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย ท้องอืด และอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นนิ่วในไตได้ แต่ถ้าหยุดรับประทานอาการเหล่านี้จะหายไป
วิตามินอี ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป จะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ตาพร่ามัว กล้ามเนื้อล้า แน่นท้อง และท้องร่วง และถ้าร่างกายขาดวิตามินอีสูงมาก อาจขัดขวางวิตามินเอได้
แหล่งข้อมูล-จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบโอติน Biotin หรือ Vitamin H ดาวพฤหัส
เป็นวิตามินชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามิน บี แต่ก็ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน วิตามินนี้จะถูกสังเคราะห์โดยจุลินทรีย์ในลำไส้ ระดับของไบโอตินในเซรุ่มของคนปกติอยู่ระหว่าง 213-404 นาโนกรัม/มล. สาเหตุหนึ่งที่ร่างกายอาจขาดไบโอตินได้ก็คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่จะทำลายไบโอติน เมื่อร่างกายเกิดอาการขาดวิตามินนี้ก็จะทำให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ
วิตามินชนิดนี้ บางครั้งจะรู้จักในชื่อของ โคเอ็นไซม์ อาร์ ( Coenzyme R ) ร่างกายสามารถสร้างเองได้เป็นจำนวนมาก โดยแบคทีเรียจากลำไส้
ไบโอตินพบได้ใน เนื้อสัตว์ ไข่แดง กล้วย ตับ ข้าวกล้อง ถั่ว ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี ไข่ นม เนย โยเกิรต์ ผักต่างๆโดยเฉพาะดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี เห็ด แครอท
ไบโอตินจะไม่ถูกทำลายเนื่องจากการประกอบอาหาร การสูญเสียไปโดยมากจะไปกับน้ำที่ล้างหรือน้ำที่ต้มประกอบอาหาร
นอกจากนี้แบคทีเรียบางชนิดที่อยู่ในลำไส้ (lactobacillin) สามารถผลิตไบโอตินได้
ความสำคัญของไบโอตินมีหลายประการ เช่น ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมัน (fat metabolism) ช่วยสังเคราะห์กรดไขมันบางชนิด ลดระดับน้ำตาลในเลือด ส่งเสริมการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกายหลายชนิด และเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นผมและเล็บ
ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน วิตามินนี้จะถูกสังเคราะห์โดยจุลินทรีย์ในลำไส้ ไบโอตินเป็นกรดที่มีกำมะถันอยู่ด้วยในโมเลกุล ผลึกของ ไบโอตินเป็นรูปเข็มยาว ในธรรมชาติมักเกิดรวมอยู่กับกรดอะมิโนไลซีน ระดับของไบโอตินในเซรุ่มของคนปกติอยู่ระหว่าง 213-404 นาโนกรัม/มล.
สาเหตุหนึ่งที่ร่างกายอาจขาดไบโอตินได้ก็คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่จะทำลายไบโอติน เมื่อร่างกายเกิดอาการขาดไบโอตินก็จะทำให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติจะมีการอักเสบของเยื้อบุต่างๆ ผิวหนังแห้งลอก ตกสะเก็ด มีอาการเบื่ออาหาร อาเจียน ซึม ปวดเมื่อยตามตัว ระดับคอเลสเตอรอลสูง โลหิตจางแม้จะได้รับเหล็กเพียงพอ การขับปัสสาวะลดลง
ประโยชน์ต่อร่างกาย
ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ในขบวนการต่างๆของร่างการ เช่น กระบวนการเผาพลาญของร่างกาย ขบวนการสร้างกรดไขมัน พิวรีน
เป็นตัวส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยผลิตฮอร์โมนเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และอินซูลิน อีกทั้งยังรักษาสุขภาพของผิวหนัง ผม ต่อม เหงื่อ และกระดูกอ่อนอีกด้วย
เป็นตัวส่งเสริมความเจริญเติบโตของร่างกายที่สำคัญ ช่วยในการสังเคราะห์วิตามินซี
เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสุขภาพผิวหนัง เส้นผม ประสาท และกระดูกอ่อน
ช่วยในการผลิตฮอร์โมนเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ และรักษาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
ปริมาณที่แนะนำ
ปกติร่างกายจะสามารถสร้างไบโอตินได้อยู่แล้วจากแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่ง ถ้าหากรวมกับอาหารที่ได้รับในแต่ละวันถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว แต่ก็เชื่อว่า ผู้ใหญ่ควรได้รับไบโอติน วันละ 100 – 200 ไมโคกรัม เด็ก(ตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป) ควรได้รับวันล่ะ 85 – 120 ไมโคกรัม
ข้อมูลอื่นๆ
มีการดูดซึมที่ลำไส้เล็ก และมีการขับออกทางปัสสาวะ
อาหารหรือสารต้านฤทธิ์ ได้แก่ วิตามินบีรวม วิตามินบี 12 กรดโฟลิค กรดแพนโทเธ็นนิค วิตามินซี กำมะถัน
มักจะไม่พบการขาดไบโอตินในผู้ที่รับประทานอาหารครบหมู่หรืออาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีรวม แต่อาจจะพบในผู้ที่ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานานโดยเฉพาะยาในกลุ่ม Sulfa เนื่องจากเชื้อพวก Lactobacillin จะถูกทำลาย การบริโภคไขขาวดิบในปริมาณสูง และนานติดต่อกันอาจทำให้สาร avidin ในไข่ขาวจับกับไบโอตินทำให้ไบโอตินไม่สามารถดูดซึมได้ก็อาจนำมาซึ่งภาวะการขาดไบโอตินได้ นอกจากนี้การใช้ยาต้านชัก (anti-seizure) เป็นเวลานานติดต่อกันก็สามารถก่อให้เกิดการขาดไบโอตินได้เช่นกัน
อาการที่พบในผู้ที่ขาดสารไบโอติน ได้แก่ อาการทางผิวหนัง (ผิวหนังอักเสบ) แห้งเป็นขุย ผมร่วง เล็บเปราะ กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย แสบตา เป็นต้น อาการที่น่าสนใจคือ ผมร่วง ผมบาง ซึ่งผมร่วงบางชนิดเกิดจากเส้นผมไม่แข็งแรงเนื่องมาจากร่างกายสร้าง keratin ได้น้อย
ไบโอตินจึงมีความสำคัญในการช่วยสร้าง keratin ในผู้ที่ขาดสารไบโอติน ประโยชน์ของไบโอตินอีกประการหนึ่งก็คือช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บมือ และเล็บเท้า โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเล็บเปราะเนื่องมาจากขาดสารไบโอติน
ขนาดที่ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผม คือ 1-3 มิลลิกรัมต่อวัน และต้องใช้กับผู้ที่มีผมร่วง เนื่องมาจากการขาดไบโอตินเท่านั้น ส่วนขนาดที่ใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บคือ 2.5 มิลลิกรัมต่อวัน ปัจจุบันยังไม่พบรายงานผลข้างเคียงหรือการเป็นพิษของวิตามินบีชนิดนี้
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
โหราศาสตร์สุขภาพกับวันจันทร์ดับ

ในด้านโหราศาสตร์มีความเชื่อว่ามนุษย์จะต้องถูกอิทธิพลจากตำแหน่งของระบบสุริยะในขณะที่เกิดหรือเวลาตกฟาก ควบคุมโชคชะตา เชื่อว่ามีพลังงานจากดาวเคราะห์มากระทบถึงตัวมนุษย์ เพราะมนุษย์คือส่วนหนึ่งของจักรวาล และอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งคือโลก ดังนั้นพลังงานต่างๆจะส่งผลถึงมนุษย์ผ่านทางโลกนั้นเอง พลังงานเหล่านี้อธิบายบุคลิกภาพอิทธิพล, ศักยภาพและสามารถใช้คาดการณ์อนาคตสำหรับบุคคลได้ด้วย
ปรากฏการทางด้านดาราศาสตร์ นักโหราศาสตร์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตให้สอดคล้องกับจักรวาล อย่างไม่ประมาทโดยมีวิธีการสังเคราะห์และแปรผลตามหลักวิชาที่ได้ศึกษา เพื่อประเมินผลตอบรับและกระทำตัวให้สอดคล้องไม่ขัดแย้งแต่เลือกเงื่อนไขในทางบวก
วันจันทร์ดับ(New Moon)
วัฏจักรของดวงจันทร์
ถ้านับเดือนทางจันทรคติ ดวงจันทร์จะโคจรรอบโลกหนึ่งรอบ กินเวลา 29 1/2 วัน ถ้าเรานับจุดเริ่มต้นของดวงจันทร์ที่วันเดือนดับ (New moon) เป็นช่วงที่ดวงจันทร์ อยู่เป็นเส้นตรงระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงจันทร์ทึบแสง คนบนโลกจึงมองไม่เห็นดวงจันทร์ แล้วก็เป็นวันข้างขึ้นทีละน้อย เราจะเห็นดวงจันทร์สว่างเป็นเสี้ยวทางขอบฟ้าตะวันตก และจะเห็นดวงจันทร์ขึ้นสูงจากขอบฟ้าทิศตะวันตก ไปทางทิศตะวันออก พร้อมกับมีเสี้ยวสว่างมากขึ้น พอถึงช่วงวันขึ้น 7-8 ค่ำ ดวงจันทร์จะสว่างครึ่งซีกอยู่ตรงกลางท้องฟ้าพอดี (Quarter) วันต่อมาจะเพิ่มเสี้ยวสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันขึ้น 14-15 ค่ำ ดวงจันทร์จะมาอยู่ตรงเส้น ระหว่างดวงอาทิตย์และโลก ทำให้ดวงจันทร์เกิดสว่างเต็มดวง (Full moon) หลังจากนั้นดวงจันทร์กลายเป็นข้างแรม ดวงจันทร์จะขึ้นช้าไปเรื่อยๆ จนหายไปในท้องฟ้าจะเห็นเดือนดับ แล้วก็เริ่มต้นใหม่ เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ การเกิดข้างขึ้นข้างแรม เนื่องจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก 1 รอบ เท่ากับมันโคจรรอบตัวเอง 1 รอบพอดี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ตัวเองได้ครบหนึ่งรอบพอดีด้วย ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์ด้านเดียว ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก โคจรรอบโลกทุกๆ 27 วัน 8 ชั่งโมง
อิทธิพลของวันจันทร์ดับ
ช่วงจันทร์ดับในแต่ละเดือนนั้นให้สังเกตุว่ามีมุมกุมกับเล็งนั้นส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอย่างไรบ้าง ส่วนต่างๆเหล่านี้อาจจะมีปัญหา เกิดการเจ็บป่วย
• ราศีเมษ บริเวณศรีษะและใบหน้า , ปาก ฟัน, และตา. อาจจะมีการอักเสบหรือเจ็บปวดในบริเวณส่วนต่างๆ
• ราศีพฤษภ บริเวณคอ - ปกครองไทรอยด์, tonsils และคอ เหงือกของปากและหูกลาง.
• มิถุน เป็นประกอบกับแขนและไหล่ - ซึ่งรวมถึงมือด้วย. ยังควบคุมปอดและระบบประสาท.
• กรกฏ บริเวณหน้าอก - ปกครองเหนือท้อง, หน้าอกและช่องอก. กำหนดเป็น nurturer และคุ้มครองมะเร็งจะประกอบไปด้วยมดลูกและเสมหะและน้ำมูก membranes.
• สิงห์ บริเวณหัวใจ - กระดูกสันหลังและกลางหลัง.
ราศีกันย์ บริเวณท้อง ส่วนนี้ควบคุมระบบย่อยอาหาร: ตับตับอ่อนและลำไส้ขนาดเล็ก.
• ตุลย์ บริเวณไต - เลือด. ยังควบคุมพื้นที่เกี่ยวกับเอวของด้านหลัง adrenals, kidneys และผิวหนัง
• ราศีพิจิก บริเวณลำไส้ตรงระบบปัสสาวะ, ช่องคลอด, อัณฑะและต่อม prostate. จนถึงระบบขับถ่าย ริดสีดวงทวาร
• ธนู บริเวณสะโพกขา - รวมทั้งเส้นประสาท sciatic. และตับ.
• มังกร บริเวณข้อต่อ เข่าและผิวรวมทั้งผม, มือและเล็บนิ้วเท้า, ฟันและผนังเซลล์.
• ราศีกุมภ์ บริเวณขา - ควบคุมขาหน้าแข้งและข้อเท้า การไหลเวียนของเลือดและลิ้นหัวใจ.
• ราศีมีน บริเวณเท้า - เท้าและเท้าทั้งระบบน้ำเหลืองและม้าม.
• ตัวอย่างเช่น บุคคลท่านใดที่ภพ 6 ราศีธนู วันจันทร์ดับมาเล็งหรือกุม ให้ระวังจะเป็นโรคตับหรือท่านจะเริ่มเป็นในช่วงที่จันทร์ดับ ตับอักเสบ เป็น ภาวะที่เซลตับถูกทำลาย การทำลายเซลล์ตับเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการติดเชื้อ ซึ่งเป็นได้ทั้ง แบคทีเรีย ไวรัส และโปรโตชัว หรือเซลล์ตับอาจถูกทำลายจากสาเหตุอื่น ได้แก่ จากพิษของสุรา ยาบางชนิด รวมถึงสารเคมี ดังนั้นช่วงเดือนดังกล่าวให้งดดื่มเหล้า และหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมที่มีภาวะสุ่มเสี่ยง ระวังการรับประทานอาหารข้างทางริมถนน ที่มีภาชนะไม่สะอาด น้ำ1กระป๋องล้างจานได้ทั้งวัน อาจจะติดเชื้อจากการใช้ภาชนะรับประทานอาหารร่วมกันโดยไม่รู้ตัว
อาการปวดสะโพก หมายถึง อาการที่เกิดขึ้นที่ด้านหลังของขา มีจุดเริ่มต้นที่สะโพกหรือบั้นท้าย ลงสู่ต้นขาด้านหลัง และสู่ด้านข้างของขาทั้งสองข้าง
สาเหตุของการปวดข้อสะโพก
1. ผู้สูงอายุจะมีการเสื่อมของข้อสะโพก
2. ผู้ที่มีภาวะของหัวกระดูกต้นขาตายจากการขาดเลือดมาหล่อเลี้ยง
3. ผู้ที่มีการหักของข้อสะโพก
4. ผู้ที่มีเนื้องอกบริเวณข้อสะโพก
5. ผู้ที่มีความพิการของข้อสะโพก หรือมีข้อสะโพกเคลื่อนหลุดมาแต่กำเนิด ทำให้มีการเสื่อมตามมา
6. ผู้ที่มีข้อติดแข็ง
ดังนั้นให้ระวังเรื่องสุขภาพในวันที่จันทร์ดับมาสัมพันธ์ร้ายๆด้วยนะครับ อาจจะไม่เกิดทันทีแต่จะเริ่มส่งผล เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นให้พึงสังเกตุด้วยนะครับ
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันปีใหม่ทางโหราศาสตร์
วันปีใหม่ทางโหราศาสตร์
วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกทางทิศตะวันออกและตะวันตกพอดี เราเรียกว่า วิษุวัต(Equinox) โดยในแต่ละปีจะมีเพียง 2 วันเท่านั้น คือวันที่ 21 มีนาคม เรียกว่า วสันตวิษุวัต(Vernal equinox) ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิทางซีกโลกเหนือ (หรือฤดูใบไม้ร่วงทางซีกโลกใต้) และวันที่ 22 กันยายน เรียกว่า ศารทวิษุวัต (Autumnal equinox) ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงทางซีกโลกเหนือ (หรือฤดูใบไม้ผลิทางซีกโลกใต้) ในวันทั้งสองนี้ แกนโลกจะอยู่ในระนาบตั้งฉากกับรัศมีจากดวงอาทิตย์พอดี ทำให้กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน หรือ เรียกว่า มัธยมกาล ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้จะได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์เท่าๆกัน
เมื่อเขตร้อนลดลง เขตหนาวก็ต้องเพิ่มขึ้น นั่นคือ แกนโลกเอียงลดลงกำลังพาโลกไปสู่ยุคน้ำแข็ง แกนโลกเอียงน้อยที่สุด 22.6 องศา ในอีก 10,200 ปีซึ่งเป็นช่วงที่เขตร้อนเหลือน้อยที่สุด หลังจากนั้นแกนโลกจะเริ่มเอียงมากขึ้นทีละน้อย เขตร้อนเพิ่มขึ้น ปรากฏการณ์โลกร้อนขึ้นเพราะแกนโลกเอียงมากขึ้นก็จะตามมา กลายเป็นโลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็งละลายเนื่องจากเขตหนาวลดลง
ในปัจจุบันขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ในเดือนมิถุนายน ทำให้ซีกโลกเหนือเป็นฤดูร้อน แต่ในเดือนธันวาคมขั้วโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์ซีกโลกเหนือได้รับความร้อนลดลงจึงเป็นฤดูหนาว ในระยะยาวอีกประมาณ 12,000 ปีจากปัจจุบัน ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ในเดือนธันวาคมและหันออกในเดือนมิถุนายน ดังนั้นฤดูกาลจึงกลับกันกับในปัจจุบัน คือซีกโลกเหนือเป็นฤดูร้อนในเดือนธันวาคมและเป็นฤดูหนาวในเดือนมิถุนายน ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเพราะการส่ายของแกนหมุนของโลกรอบละ 25,800 ปี
ทิศทางที่แสงแดดตกกระทบผิวโลกจะช่วยบอกให้ทราบว่าโลกบริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูงหรือต่ำ หากแสงอาทิตย์ส่องมาตรง ๆ หรือตั้งฉากกับผิวโลกจะทำให้ผิวโลกบริเวณนั้นร้อนกว่า เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาเฉียง ๆ ทั้งนี้เพราะเมื่อแสงส่องมาเฉียงความร้อนจะแผ่กระจายเป็นบริเวณกว้าง อุณหภูมิเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่จึงน้อยกว่าเมื่อแสงส่องมาตรง ๆ ซึ่งความร้อนแผ่กระจายเป็นบริเวณแคบ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่มีค่าสูง ปัจจุบัน
วันที่ 22 ธันวาคม หรือ ทักษิณายัน (Vernal solstice) ในวันนี้ดวงอาทิตย์จะขึ้นค่อนไปทางใต้มากที่สุด เป็นการเริ่มต้นของฤดูหนาว ส่วนทางซีกโลกใต้ วันนี้จะเป็นวันที่ยาวที่สุดและเป็นการเริ่มต้นฤดูร้อน เพราะว่าแกนโลกจะหันด้านใต้เข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้ซีกโลกใต้ได้รับความร้อนมากกว่าซีกโลกเหนือ
ทางโหราศาสตร์สากล(Classical Astrology)ถือว่า
วันที่ 22 ธันวาคม 2552 เวลา0.58เป็นวันปีใหม่ทางโหราศาสตร์
Sun ingress Capricorn
ingress (22.12.2009 0:58:00 GMT+7:00) thai (13N45'00 100E30'00)
Tropical, Geocentric, Placidus
อาทิตย์ยกราศีมกร ทำมุมดี60องศากับจันทร์27องศาราศีกุมภ์หมายถึงการรอมชอมและการให้เกรียติซึ่งกันและกัน มิตรภาพที่ดี จันทร์ภพ5หมายถึงการลงทุน การบันเทิงจะคึกคัก แต่ยังกังวลเรื่องรายได้ที่ได้มาแล้วต้องไหลออกจากกระเป๋าไป คือยังเดือดร้อนในการเงิน ส่วนการเมืองรัฐสภายังวุ่นวายถกเถียงกันวุ่นวาย ไม่สงบเท่าที่ควร
การปฏิบัติตนในวันปีใหม่ทางโหราศาสตร์นี้ให้ทำพิธีกรรมต่างๆทั้งทางจีนและศาสนาพุทธคือประพฤติตนให้ดีไม่ให้วันนี้มีเรื่องมีราวเพราะผลของการกระทำและการเกิดเหตุการณ์ณืที่ไม่ดีจะส่งผลตลอดทั้งปี หมายถึงฤทธิ์ของเวลานี้จะยืนยาวปีต่อปี ผู้ที่ได้ปฏิบัติตนมาตลอดในทุกๆเดือนจนถึงกระทั้งวันนี้จะเกิดความเป็นมงคลและโชคดีเป็นอันมาก อย่าทะเลาะ โดนทวงหนี้ และสิ่งต่างๆที่ไม่ดีในวันนี้ ให้หลีกเลี่ยงเสีย ถ้าให้ดีอยู่บ้านไม่ไปไหนดีที่สุด
วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกทางทิศตะวันออกและตะวันตกพอดี เราเรียกว่า วิษุวัต(Equinox) โดยในแต่ละปีจะมีเพียง 2 วันเท่านั้น คือวันที่ 21 มีนาคม เรียกว่า วสันตวิษุวัต(Vernal equinox) ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิทางซีกโลกเหนือ (หรือฤดูใบไม้ร่วงทางซีกโลกใต้) และวันที่ 22 กันยายน เรียกว่า ศารทวิษุวัต (Autumnal equinox) ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วงทางซีกโลกเหนือ (หรือฤดูใบไม้ผลิทางซีกโลกใต้) ในวันทั้งสองนี้ แกนโลกจะอยู่ในระนาบตั้งฉากกับรัศมีจากดวงอาทิตย์พอดี ทำให้กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน หรือ เรียกว่า มัธยมกาล ซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้จะได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์เท่าๆกัน
เมื่อเขตร้อนลดลง เขตหนาวก็ต้องเพิ่มขึ้น นั่นคือ แกนโลกเอียงลดลงกำลังพาโลกไปสู่ยุคน้ำแข็ง แกนโลกเอียงน้อยที่สุด 22.6 องศา ในอีก 10,200 ปีซึ่งเป็นช่วงที่เขตร้อนเหลือน้อยที่สุด หลังจากนั้นแกนโลกจะเริ่มเอียงมากขึ้นทีละน้อย เขตร้อนเพิ่มขึ้น ปรากฏการณ์โลกร้อนขึ้นเพราะแกนโลกเอียงมากขึ้นก็จะตามมา กลายเป็นโลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็งละลายเนื่องจากเขตหนาวลดลง
ในปัจจุบันขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ในเดือนมิถุนายน ทำให้ซีกโลกเหนือเป็นฤดูร้อน แต่ในเดือนธันวาคมขั้วโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์ซีกโลกเหนือได้รับความร้อนลดลงจึงเป็นฤดูหนาว ในระยะยาวอีกประมาณ 12,000 ปีจากปัจจุบัน ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ในเดือนธันวาคมและหันออกในเดือนมิถุนายน ดังนั้นฤดูกาลจึงกลับกันกับในปัจจุบัน คือซีกโลกเหนือเป็นฤดูร้อนในเดือนธันวาคมและเป็นฤดูหนาวในเดือนมิถุนายน ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเพราะการส่ายของแกนหมุนของโลกรอบละ 25,800 ปี
ทิศทางที่แสงแดดตกกระทบผิวโลกจะช่วยบอกให้ทราบว่าโลกบริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูงหรือต่ำ หากแสงอาทิตย์ส่องมาตรง ๆ หรือตั้งฉากกับผิวโลกจะทำให้ผิวโลกบริเวณนั้นร้อนกว่า เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาเฉียง ๆ ทั้งนี้เพราะเมื่อแสงส่องมาเฉียงความร้อนจะแผ่กระจายเป็นบริเวณกว้าง อุณหภูมิเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่จึงน้อยกว่าเมื่อแสงส่องมาตรง ๆ ซึ่งความร้อนแผ่กระจายเป็นบริเวณแคบ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่มีค่าสูง ปัจจุบัน
วันที่ 22 ธันวาคม หรือ ทักษิณายัน (Vernal solstice) ในวันนี้ดวงอาทิตย์จะขึ้นค่อนไปทางใต้มากที่สุด เป็นการเริ่มต้นของฤดูหนาว ส่วนทางซีกโลกใต้ วันนี้จะเป็นวันที่ยาวที่สุดและเป็นการเริ่มต้นฤดูร้อน เพราะว่าแกนโลกจะหันด้านใต้เข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้ซีกโลกใต้ได้รับความร้อนมากกว่าซีกโลกเหนือ
ทางโหราศาสตร์สากล(Classical Astrology)ถือว่า
วันที่ 22 ธันวาคม 2552 เวลา0.58เป็นวันปีใหม่ทางโหราศาสตร์
Sun ingress Capricorn
ingress (22.12.2009 0:58:00 GMT+7:00) thai (13N45'00 100E30'00)
Tropical, Geocentric, Placidus
อาทิตย์ยกราศีมกร ทำมุมดี60องศากับจันทร์27องศาราศีกุมภ์หมายถึงการรอมชอมและการให้เกรียติซึ่งกันและกัน มิตรภาพที่ดี จันทร์ภพ5หมายถึงการลงทุน การบันเทิงจะคึกคัก แต่ยังกังวลเรื่องรายได้ที่ได้มาแล้วต้องไหลออกจากกระเป๋าไป คือยังเดือดร้อนในการเงิน ส่วนการเมืองรัฐสภายังวุ่นวายถกเถียงกันวุ่นวาย ไม่สงบเท่าที่ควร
การปฏิบัติตนในวันปีใหม่ทางโหราศาสตร์นี้ให้ทำพิธีกรรมต่างๆทั้งทางจีนและศาสนาพุทธคือประพฤติตนให้ดีไม่ให้วันนี้มีเรื่องมีราวเพราะผลของการกระทำและการเกิดเหตุการณ์ณืที่ไม่ดีจะส่งผลตลอดทั้งปี หมายถึงฤทธิ์ของเวลานี้จะยืนยาวปีต่อปี ผู้ที่ได้ปฏิบัติตนมาตลอดในทุกๆเดือนจนถึงกระทั้งวันนี้จะเกิดความเป็นมงคลและโชคดีเป็นอันมาก อย่าทะเลาะ โดนทวงหนี้ และสิ่งต่างๆที่ไม่ดีในวันนี้ ให้หลีกเลี่ยงเสีย ถ้าให้ดีอยู่บ้านไม่ไปไหนดีที่สุด
วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
วันสำคัญที่พึงปฏิบัติ
วันสำคัญที่พึงปฏิบัติ
วันเวลาสำหรับนั่งสมาธิ สวดมนต์ เพื่อขอพลังจากฟ้าเปิด เป็นวันที่ โลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ มาชุมนุมกัน เรียกว่าสังคมโลกกับจักรวาลเชื่อมมิติซึ่งกันและกัน ให้อธิษฐานจิต เรียกบุญที่ได้ทำในทุกๆชาติ น้อมจิตถึงพ่อแม่ ปู่ย่าตายายและญาติทุกๆชาติ และครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธ์ที่นับถือมาทุกๆชาติ ช่วยให้ข้าพเจ้า มีความสุขความเจริญ ความก้าวหน้าและนั่งสมาธิให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งๆขึ้น ความชั่วร้ายต่างๆจนถึงคนพาลคนหยาบอย่าได้มาเจอะเจอ
วันดังกล่าว ให้สงบจิตใจ ระวังมารผจญ เพราะวันนี้เป็นวันที่แรงมาก คนที่ทำบุญมาน้อยจะหงุดหงิดระงับอารมณ์ไม่อยู่ ระวังไม่ให้ใครหยิบยืมเงินวันต่างๆเหล่านี้ ไม่จ่ายเงินมีหนี้ให้ไปจ่ายวันอื่น ปลีกวิเวกหลีกเลี่ยงพบปะผู้คน ไม่ควรสัญจรไปมาในที่ต่างๆ บางท่านชะตาขาดอาจจะจากจรไปต่างภพ วันเหล่านี้เหมาะกับการเริ่มต้นในสื่งที่ดี จะนำมาซึ่งความก้าวหน้า ความเจริญ ถ้ารู้จักปฏิบัติตาม ความรู้เหล่านี้เป็นวิชาที่ปราชโบราณ ได้นำมาปฏิบัติอยู่ในเฉพาะหมู่ผู้มีการศึกษาและลูกศิษยผู้ที่ไม่ประมาทในสำนักเท่านั้น
พระพุทธโอวาท : ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ผู้รู้ รู้สิ่งที่ควรรู้ รู้จักโลก นั่นคือ รู้จักธรรม(ความจริงของธรรมชาติและชีวิต)
ผู้ตื่น ตื่นจากอะไร ตื่นความฝันที่เราสรรค์สร้าง ให้เข้าใจว่าต้องปฏิบัติตนเช่นไร
ผู้เบิกบาน คือไม่หดหู่ เหี่ยวแห้ง ท้อแท้ เพราะเราเข้าใจกฏแห่งธรรมชาติ
Date Time
Date Time
16.12.2009
19:02:05
15.1.2010
14:11:22
14.2.2010
9:51:18
16.3.2010
4:01:04
14.4.2010
19:28:54
14.5.2010
8:04:23
12.6.2010
18:14:34
12.7.2010
2:40:27
10.8.2010
10:08:09
8.9.2010
17:29:49
8.10.2010
1:44:28
6.11.2010
11:51:46
6.12.2010
0:35:41
4.1.2011
16:02:36
วันเวลาสำหรับนั่งสมาธิ สวดมนต์ เพื่อขอพลังจากฟ้าเปิด เป็นวันที่ โลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ มาชุมนุมกัน เรียกว่าสังคมโลกกับจักรวาลเชื่อมมิติซึ่งกันและกัน ให้อธิษฐานจิต เรียกบุญที่ได้ทำในทุกๆชาติ น้อมจิตถึงพ่อแม่ ปู่ย่าตายายและญาติทุกๆชาติ และครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธ์ที่นับถือมาทุกๆชาติ ช่วยให้ข้าพเจ้า มีความสุขความเจริญ ความก้าวหน้าและนั่งสมาธิให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งๆขึ้น ความชั่วร้ายต่างๆจนถึงคนพาลคนหยาบอย่าได้มาเจอะเจอ
วันดังกล่าว ให้สงบจิตใจ ระวังมารผจญ เพราะวันนี้เป็นวันที่แรงมาก คนที่ทำบุญมาน้อยจะหงุดหงิดระงับอารมณ์ไม่อยู่ ระวังไม่ให้ใครหยิบยืมเงินวันต่างๆเหล่านี้ ไม่จ่ายเงินมีหนี้ให้ไปจ่ายวันอื่น ปลีกวิเวกหลีกเลี่ยงพบปะผู้คน ไม่ควรสัญจรไปมาในที่ต่างๆ บางท่านชะตาขาดอาจจะจากจรไปต่างภพ วันเหล่านี้เหมาะกับการเริ่มต้นในสื่งที่ดี จะนำมาซึ่งความก้าวหน้า ความเจริญ ถ้ารู้จักปฏิบัติตาม ความรู้เหล่านี้เป็นวิชาที่ปราชโบราณ ได้นำมาปฏิบัติอยู่ในเฉพาะหมู่ผู้มีการศึกษาและลูกศิษยผู้ที่ไม่ประมาทในสำนักเท่านั้น
พระพุทธโอวาท : ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ผู้รู้ รู้สิ่งที่ควรรู้ รู้จักโลก นั่นคือ รู้จักธรรม(ความจริงของธรรมชาติและชีวิต)
ผู้ตื่น ตื่นจากอะไร ตื่นความฝันที่เราสรรค์สร้าง ให้เข้าใจว่าต้องปฏิบัติตนเช่นไร
ผู้เบิกบาน คือไม่หดหู่ เหี่ยวแห้ง ท้อแท้ เพราะเราเข้าใจกฏแห่งธรรมชาติ
Date Time
Date Time
16.12.2009
19:02:05
15.1.2010
14:11:22
14.2.2010
9:51:18
16.3.2010
4:01:04
14.4.2010
19:28:54
14.5.2010
8:04:23
12.6.2010
18:14:34
12.7.2010
2:40:27
10.8.2010
10:08:09
8.9.2010
17:29:49
8.10.2010
1:44:28
6.11.2010
11:51:46
6.12.2010
0:35:41
4.1.2011
16:02:36
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
แถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid belt)
แถบดาวเคราะห์น้อย (Asteroid belt)
เป็นบริเวณในระบบสุริยะที่อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคาร กับดาวพฤหัสบดี ประกอบไปด้วยก้อนหินจำนวนมากลอยเกาะกลุ่มกันเป็นแถบ เรียกหินเหล่านี้ว่า ดาวเคราะห์น้อย หรือ ดาวเคราะห์แคระ บางครั้งก็เรียกแถบความเคราะห์น้อยว่า "แถบหลัก" เพื่อแยกแยะมันออกจากแถบดาวเคราะห์แคระอื่นๆ ที่มีอยู่ในระบบสุริยะ เช่นแถบไคเปอร์ และแถบหินกระจาย (scattered disk)
มวลกว่าครึ่งหนึ่งของแถบดาวเคราะห์น้อยอยู่ในวัตถุขนาดใหญ่ 4 ชิ้น ได้แก่ ซีรีส, 4 เวสต้า, 2 พัลลัส และ 10 ไฮเจีย ทั้งสี่ชิ้นนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 400 กิโลเมตร สำหรับซีรีสซึ่งถือเป็นดาวเคราะห์แคระเพียงดวงเดียวในแถบดาวเคราะห์น้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 950 กิโลเมตร[1][2][3][4] ส่วนที่เหลือมีขนาดลดหลั่นกันลงไปจนถึงเศษฝุ่น ชิ้นส่วนในแถบดาวเคราะห์น้อยกระจายอยู่อย่างเบาบางจนกระทั่งยานอวกาศหลายลำสามารถแล่นผ่านไปได้โดยไม่ชนกับอะไรเลย นอกจากนั้น ชิ้นส่วนดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ยังแตกสลายลง เกิดเป็นกลุ่มตระกูลดาวเคราะห์น้อยที่มีองค์ประกอบธาตุและวงโคจรใกล้เคียงกัน การแตกสลายทำให้เกิดเศษฝุ่นละเอียดขึ้นซึ่งกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดแสงในแนวจักรราศี ดาวเคราะห์น้อยแต่ละชิ้นในแถบดาวเคราะห์น้อยจะจัดแบ่งกลุ่มโดยแยกตามการสะท้อนแสง โดยหลักแล้วมีสามกลุ่มได้แก่ กลุ่มคาร์บอน (C-type) กลุ่มซิลิกา (S-type) และกลุ่มโลหะ (M-type)
แถบดาวเคราะห์น้อยเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเนบิวลาระบบสุริยะในยุคเริ่มต้น ซึ่งเตรียมจะก่อตัวขึ้นเป็นดาวเคราะห์ แต่เนื่องจากตกอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี แรงโน้มถ่วงขนาดสูงของดาวเคราะห์ยักษ์ทำให้ชิ้นส่วนกำเนิดดาวเคราะห์มีพลังงานในการโคจรสูงเกินไปจนไม่สามารถรวมตัวกันขึ้นเป็นดาวเคราะห์ได้ นอกจากนี้ยังเกิดการกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งแทนที่ชิ้นส่วนเหล่านั้นจะรวมเข้าด้วยกัน กลับยิ่งแตกกระจัดกระจาย ด้วยเหตุนี้มวลส่วนใหญ่ในแถบดาวเคราะห์น้อยจึงมลายหายไปนับแต่ยุคเริ่มต้นของระบบสุริยะ บางชิ้นส่วนอาจหลุดรอดเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในและพุ่งเข้าชนดาวเคราะห์ชั้นในกลายเป็นสะเก็ดดาว วงโคจรของแถบดาวเคราะห์น้อยยังคงถูกรบกวนอยู่เสมอ ในบางครั้งวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ของมันบังเอิญไปสอดคล้องกับวงโคจรของดาวพฤหัสบดี ทำให้ชิ้นส่วนจำนวนหนึ่งถูกพัดพาข้ามช่องแคบเคิร์กวูดไปยังวงโคจรอีกระดับหนึ่ง
ปี ค.ศ. 1800 นักดาราศาสตร์ชื่อ บารอน ฟรานซ์ ซาเวอร์ ฟอน แซค เชิญเพื่อนๆ ของเขา 24 คนเข้าร่วมในชมรมไม่เป็นทางการแห่งหนึ่งซึ่งเขาเรียกว่า "สมาคมลิเลียนทาล" มีเป้าหมายจะจัดระเบียบให้ระบบสุริยะ ต่อมากลุ่มนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "ฮิมเมลสโปลิซเซ" (Himmelspolitzei) หรือ ตำรวจอวกาศ สมาชิกคนสำคัญได้แก่ เฮอร์เชล, เนวิล มัสเคลลีน, ชาร์ลส เมอร์สิเออร์ และ เฮนริค โอลเบอร์[8] สมาชิกนักดาราศาสตร์แต่ละคนจะได้รับมอบหมายให้ดูแลอาณาบริเวณ 15 องศาของจักรราศี เพื่อเสาะหาดาวเคราะห์ที่หายไป[9]
ไม่กี่เดือนถัดมา นักดาราศาสตร์คนอื่นซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกตำรวจอวกาศ ได้ตรวจพบสิ่งที่พวกเขาค้นหา วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1801 จูเซปเป ปิอาซซี (Giuseppe Piazzi) ประธานสมาคมดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปาเลร์โม ซิซิลี พบวัตถุเคลื่อนที่ชิ้นเล็กๆ ในบริเวณที่คาดคะเนโดยกฎของทิเทียส-โบเด เขาเรียกวัตถุชิ้นนั้นว่า ซีรีส ตามชื่อเทพเจ้าโรมันองค์หนึ่ง คือเทพีแห่งการเก็บเกี่ยวและผู้พิทักษ์เกาะซิซิลี ในตอนแรกปิอาซซีเชื่อว่าวัตถุนั้นคือดาวหาง แต่เนื่องจากมันไม่มีโคม่า มันจึงน่าจะเป็นดาวเคราะห์[8] สิบห้าเดือนต่อมา โอลเบอร์ค้นพบวัตถุชิ้นที่สองในบริเวณฟากฟ้าเดียวกัน คือ พัลลัส มันไม่เหมือนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ เพราะปรากฏเป็นเพียงจุดแสงไม่ว่าจะใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังขยายสักเท่าใด นอกจากการเคลื่อนที่ของมันแล้ว ก็แทบไม่แตกต่างไปจากดวงดาวทั่วไปเลย ต่อมาในปี ค.ศ. 1802 วิลเลียม เฮอร์เชล เสนอให้จัดประเภทวัตถุเหล่านี้เป็นอีกชนิดหนึ่ง ให้ชื่อว่า "ดาวเคราะห์น้อย" (asteroid) ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า asteroeide หมายถึง "เหมือนดวงดาว"[10][11]
แต่ทั้งที่เฮอร์เชลเสนออย่างนั้น วัตถุเหล่านี้กลับถูกเรียกว่าเป็น ดาวเคราะห์ ต่อมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ[5] ราวปี ค.ศ. 1807 มีการศึกษาเพิ่มเติมพบวัตถุอีก 2 ชิ้นในย่านฟ้าเดียวกัน คือ จูโน และ เวสต้า[12] แต่สงครามของนโปเลียนทำให้การศึกษาค้นคว้าในช่วงแรกนี้ต้องยุติลง[12] และไม่มีความคืบหน้าใดๆ อีกเลยจนกระทั่งปี ค.ศ. 1845 จึงมีการค้นพบวัตถุชิ้นที่ 5 คือ แอสเตรีย นับจากนั้นก็มีการค้นพบวัตถุชิ้นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในเวลาอันรวดเร็ว และความคิดที่จะเรียกสิ่งเหล่านี้เป็นดาวเคราะห์ก็เริ่มมีปัญหา ในที่สุดมันก็หลุดจากผังรายชื่อดาวเคราะห์ และข้อเสนอของวิลเลียม เฮอร์เชล ที่แนะให้เรียกมันว่า ดาวเคราะห์น้อย ก็เริ่มเป็นที่นิยมกันต่อมา[5]
ล่วงถึงกลางปี 1868 มีการค้นพบดาวเคราะห์น้อย 100 ดวง และเมื่อมีการคิดค้นภาพถ่ายดาราศาสตร์โดย แมกซ์ วูล์ฟ ในปี ค.ศ. 1891 ก็ทำให้อัตราการค้นพบวัตถุอวกาศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว[14] ดาวเคราะห์น้อยถูกค้นพบ 1,000 ดวงในปี 1923 พบ 10,000 ดวงในปี 1951 และ 100,000 ดวงในปี 1982[4] ระบบการสำรวจดาวเคราะห์น้อยสมัยใหม่ใช้ค่าเฉลี่ยอัตโนมัติในการระบุตำแหน่งดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ๆ ได้เป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในโหราศาสตร์สากล โดยทั่วๆไป ใช้ดาวเคราะห์น้อย(Asteroids)แค่4ดวงเท่านั้นส่วนที่เหลือแล้วแต่ตามอัทยาศัยคือ
1.Ceres เส้นผ่าศูนย์กลาง770km ค้นพบเมื่อค.ศ.1801(พศ2344) ลูกสาวของดาวเสาร์เทพแห่งการเกษตร
2.Pallas เส้นผ่าศูนย์กลาง490 km ค้นพบเมื่อค.ศ.1802(พศ2345) 28 มีนาคม พ.ศ. 2344 (ค.ศ. 1802) - ไฮน์ริช วิลเฮล์ม มัททอยส์ โอลเบอรส์ นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ค้นพบแพลลาส ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 2เทพแห่งปัญญาและสงคราม (ตำนานกรีก)
3.Juno เส้นผ่าศูนย์กลาง193 Km ค้นพบเมื่อค.ศ.1804(พศ2347)ภรรยาของดาวพฤหัสบดี) (ตำนานโรมัน) มเหสีของพระเจ้าโอลิมเปียที่ป้องกันสมรส; ภรรยาและน้องสาวของดาวพฤหัสบดี; ยมของกรีก Heraเทพบุตรโอลิมเปีย, น้องสาวและมเหสีของ Zeus, ยมของโรมัน Juno.
4. Vesta เส้นผ่าศูนย์กลาง386 kmค้นพบเมื่อค.ศ. 1807(พศ2351)ตำนานโรมัน เจ้าแม่ของบ้านและไฟในเปลวเพลิงที่ถูก tended โดยสาวพรหมจรรย์บริสุทธิ์; ยมของกรีก
พ.ศ. 2344 นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Joseph Marie Jacquard ได้พยายามพัฒนาเครืองทอผ้าโดยใช้บัตรเจาะรูในการบันทึกคำสั่งควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการประดิษฐ์เครื่องเจาะบัตร (Punched Card Machine) ในเวลาต่อมา และถือว่าเป็นเครื่องจักรที่ใช้ชุดคำสั่ง (Program) สั่งทำงาน
สมัย(ประมาณ พ.ศ. 2344
สมัยนี้เริ่มประมาณแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นักคณิตศาสตร์ในสมัยนี้สนใจเรื่องรากฐานของวิชาคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (วิชาที่ว่าด้วยการใช้เหตุผล) นำผลงานคณิตศาสตร์รุ่นก่อนมาวิเคราะห์ นักคณิตศาสตร์รุ่นก่อนเคยกล่าวว่าเป็นจริงแล้ว นักคณิตศาสตร์รุ่นใหม่ก็จะนำมาคิดหาทางพิสูจน์ให้เห็นจริง ทำให้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เดิมมีพื้นฐานมั่นคง มีหลักเกณฑ์ที่จะอธิบายได้ว่าการคิดคำนวณต่าง ๆ ต้องทำเช่นนี้เพราะเหตุใด ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างคณิตศาสตร์แขนงใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยคเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน นักคณิตศาสตร์สมัยนี้มีหลายคน ที่รู้จักกันดีได้แก่ แบร์นฮาร์ด รีมันน์ จอร์ด บูล อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จอห์นฟอน นอยมันน์
เป็นบริเวณในระบบสุริยะที่อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคาร กับดาวพฤหัสบดี ประกอบไปด้วยก้อนหินจำนวนมากลอยเกาะกลุ่มกันเป็นแถบ เรียกหินเหล่านี้ว่า ดาวเคราะห์น้อย หรือ ดาวเคราะห์แคระ บางครั้งก็เรียกแถบความเคราะห์น้อยว่า "แถบหลัก" เพื่อแยกแยะมันออกจากแถบดาวเคราะห์แคระอื่นๆ ที่มีอยู่ในระบบสุริยะ เช่นแถบไคเปอร์ และแถบหินกระจาย (scattered disk)
มวลกว่าครึ่งหนึ่งของแถบดาวเคราะห์น้อยอยู่ในวัตถุขนาดใหญ่ 4 ชิ้น ได้แก่ ซีรีส, 4 เวสต้า, 2 พัลลัส และ 10 ไฮเจีย ทั้งสี่ชิ้นนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 400 กิโลเมตร สำหรับซีรีสซึ่งถือเป็นดาวเคราะห์แคระเพียงดวงเดียวในแถบดาวเคราะห์น้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 950 กิโลเมตร[1][2][3][4] ส่วนที่เหลือมีขนาดลดหลั่นกันลงไปจนถึงเศษฝุ่น ชิ้นส่วนในแถบดาวเคราะห์น้อยกระจายอยู่อย่างเบาบางจนกระทั่งยานอวกาศหลายลำสามารถแล่นผ่านไปได้โดยไม่ชนกับอะไรเลย นอกจากนั้น ชิ้นส่วนดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ยังแตกสลายลง เกิดเป็นกลุ่มตระกูลดาวเคราะห์น้อยที่มีองค์ประกอบธาตุและวงโคจรใกล้เคียงกัน การแตกสลายทำให้เกิดเศษฝุ่นละเอียดขึ้นซึ่งกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดแสงในแนวจักรราศี ดาวเคราะห์น้อยแต่ละชิ้นในแถบดาวเคราะห์น้อยจะจัดแบ่งกลุ่มโดยแยกตามการสะท้อนแสง โดยหลักแล้วมีสามกลุ่มได้แก่ กลุ่มคาร์บอน (C-type) กลุ่มซิลิกา (S-type) และกลุ่มโลหะ (M-type)
แถบดาวเคราะห์น้อยเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเนบิวลาระบบสุริยะในยุคเริ่มต้น ซึ่งเตรียมจะก่อตัวขึ้นเป็นดาวเคราะห์ แต่เนื่องจากตกอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี แรงโน้มถ่วงขนาดสูงของดาวเคราะห์ยักษ์ทำให้ชิ้นส่วนกำเนิดดาวเคราะห์มีพลังงานในการโคจรสูงเกินไปจนไม่สามารถรวมตัวกันขึ้นเป็นดาวเคราะห์ได้ นอกจากนี้ยังเกิดการกระทบอย่างรุนแรง ซึ่งแทนที่ชิ้นส่วนเหล่านั้นจะรวมเข้าด้วยกัน กลับยิ่งแตกกระจัดกระจาย ด้วยเหตุนี้มวลส่วนใหญ่ในแถบดาวเคราะห์น้อยจึงมลายหายไปนับแต่ยุคเริ่มต้นของระบบสุริยะ บางชิ้นส่วนอาจหลุดรอดเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในและพุ่งเข้าชนดาวเคราะห์ชั้นในกลายเป็นสะเก็ดดาว วงโคจรของแถบดาวเคราะห์น้อยยังคงถูกรบกวนอยู่เสมอ ในบางครั้งวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ของมันบังเอิญไปสอดคล้องกับวงโคจรของดาวพฤหัสบดี ทำให้ชิ้นส่วนจำนวนหนึ่งถูกพัดพาข้ามช่องแคบเคิร์กวูดไปยังวงโคจรอีกระดับหนึ่ง
ปี ค.ศ. 1800 นักดาราศาสตร์ชื่อ บารอน ฟรานซ์ ซาเวอร์ ฟอน แซค เชิญเพื่อนๆ ของเขา 24 คนเข้าร่วมในชมรมไม่เป็นทางการแห่งหนึ่งซึ่งเขาเรียกว่า "สมาคมลิเลียนทาล" มีเป้าหมายจะจัดระเบียบให้ระบบสุริยะ ต่อมากลุ่มนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "ฮิมเมลสโปลิซเซ" (Himmelspolitzei) หรือ ตำรวจอวกาศ สมาชิกคนสำคัญได้แก่ เฮอร์เชล, เนวิล มัสเคลลีน, ชาร์ลส เมอร์สิเออร์ และ เฮนริค โอลเบอร์[8] สมาชิกนักดาราศาสตร์แต่ละคนจะได้รับมอบหมายให้ดูแลอาณาบริเวณ 15 องศาของจักรราศี เพื่อเสาะหาดาวเคราะห์ที่หายไป[9]
ไม่กี่เดือนถัดมา นักดาราศาสตร์คนอื่นซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกตำรวจอวกาศ ได้ตรวจพบสิ่งที่พวกเขาค้นหา วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1801 จูเซปเป ปิอาซซี (Giuseppe Piazzi) ประธานสมาคมดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปาเลร์โม ซิซิลี พบวัตถุเคลื่อนที่ชิ้นเล็กๆ ในบริเวณที่คาดคะเนโดยกฎของทิเทียส-โบเด เขาเรียกวัตถุชิ้นนั้นว่า ซีรีส ตามชื่อเทพเจ้าโรมันองค์หนึ่ง คือเทพีแห่งการเก็บเกี่ยวและผู้พิทักษ์เกาะซิซิลี ในตอนแรกปิอาซซีเชื่อว่าวัตถุนั้นคือดาวหาง แต่เนื่องจากมันไม่มีโคม่า มันจึงน่าจะเป็นดาวเคราะห์[8] สิบห้าเดือนต่อมา โอลเบอร์ค้นพบวัตถุชิ้นที่สองในบริเวณฟากฟ้าเดียวกัน คือ พัลลัส มันไม่เหมือนดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ เพราะปรากฏเป็นเพียงจุดแสงไม่ว่าจะใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังขยายสักเท่าใด นอกจากการเคลื่อนที่ของมันแล้ว ก็แทบไม่แตกต่างไปจากดวงดาวทั่วไปเลย ต่อมาในปี ค.ศ. 1802 วิลเลียม เฮอร์เชล เสนอให้จัดประเภทวัตถุเหล่านี้เป็นอีกชนิดหนึ่ง ให้ชื่อว่า "ดาวเคราะห์น้อย" (asteroid) ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า asteroeide หมายถึง "เหมือนดวงดาว"[10][11]
แต่ทั้งที่เฮอร์เชลเสนออย่างนั้น วัตถุเหล่านี้กลับถูกเรียกว่าเป็น ดาวเคราะห์ ต่อมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ[5] ราวปี ค.ศ. 1807 มีการศึกษาเพิ่มเติมพบวัตถุอีก 2 ชิ้นในย่านฟ้าเดียวกัน คือ จูโน และ เวสต้า[12] แต่สงครามของนโปเลียนทำให้การศึกษาค้นคว้าในช่วงแรกนี้ต้องยุติลง[12] และไม่มีความคืบหน้าใดๆ อีกเลยจนกระทั่งปี ค.ศ. 1845 จึงมีการค้นพบวัตถุชิ้นที่ 5 คือ แอสเตรีย นับจากนั้นก็มีการค้นพบวัตถุชิ้นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในเวลาอันรวดเร็ว และความคิดที่จะเรียกสิ่งเหล่านี้เป็นดาวเคราะห์ก็เริ่มมีปัญหา ในที่สุดมันก็หลุดจากผังรายชื่อดาวเคราะห์ และข้อเสนอของวิลเลียม เฮอร์เชล ที่แนะให้เรียกมันว่า ดาวเคราะห์น้อย ก็เริ่มเป็นที่นิยมกันต่อมา[5]
ล่วงถึงกลางปี 1868 มีการค้นพบดาวเคราะห์น้อย 100 ดวง และเมื่อมีการคิดค้นภาพถ่ายดาราศาสตร์โดย แมกซ์ วูล์ฟ ในปี ค.ศ. 1891 ก็ทำให้อัตราการค้นพบวัตถุอวกาศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว[14] ดาวเคราะห์น้อยถูกค้นพบ 1,000 ดวงในปี 1923 พบ 10,000 ดวงในปี 1951 และ 100,000 ดวงในปี 1982[4] ระบบการสำรวจดาวเคราะห์น้อยสมัยใหม่ใช้ค่าเฉลี่ยอัตโนมัติในการระบุตำแหน่งดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ๆ ได้เป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในโหราศาสตร์สากล โดยทั่วๆไป ใช้ดาวเคราะห์น้อย(Asteroids)แค่4ดวงเท่านั้นส่วนที่เหลือแล้วแต่ตามอัทยาศัยคือ
1.Ceres เส้นผ่าศูนย์กลาง770km ค้นพบเมื่อค.ศ.1801(พศ2344) ลูกสาวของดาวเสาร์เทพแห่งการเกษตร
2.Pallas เส้นผ่าศูนย์กลาง490 km ค้นพบเมื่อค.ศ.1802(พศ2345) 28 มีนาคม พ.ศ. 2344 (ค.ศ. 1802) - ไฮน์ริช วิลเฮล์ม มัททอยส์ โอลเบอรส์ นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมัน ค้นพบแพลลาส ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงที่ 2เทพแห่งปัญญาและสงคราม (ตำนานกรีก)
3.Juno เส้นผ่าศูนย์กลาง193 Km ค้นพบเมื่อค.ศ.1804(พศ2347)ภรรยาของดาวพฤหัสบดี) (ตำนานโรมัน) มเหสีของพระเจ้าโอลิมเปียที่ป้องกันสมรส; ภรรยาและน้องสาวของดาวพฤหัสบดี; ยมของกรีก Heraเทพบุตรโอลิมเปีย, น้องสาวและมเหสีของ Zeus, ยมของโรมัน Juno.
4. Vesta เส้นผ่าศูนย์กลาง386 kmค้นพบเมื่อค.ศ. 1807(พศ2351)ตำนานโรมัน เจ้าแม่ของบ้านและไฟในเปลวเพลิงที่ถูก tended โดยสาวพรหมจรรย์บริสุทธิ์; ยมของกรีก
พ.ศ. 2344 นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Joseph Marie Jacquard ได้พยายามพัฒนาเครืองทอผ้าโดยใช้บัตรเจาะรูในการบันทึกคำสั่งควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการประดิษฐ์เครื่องเจาะบัตร (Punched Card Machine) ในเวลาต่อมา และถือว่าเป็นเครื่องจักรที่ใช้ชุดคำสั่ง (Program) สั่งทำงาน
สมัย(ประมาณ พ.ศ. 2344
สมัยนี้เริ่มประมาณแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นักคณิตศาสตร์ในสมัยนี้สนใจเรื่องรากฐานของวิชาคณิตศาสตร์และตรรกศาสตร์ (วิชาที่ว่าด้วยการใช้เหตุผล) นำผลงานคณิตศาสตร์รุ่นก่อนมาวิเคราะห์ นักคณิตศาสตร์รุ่นก่อนเคยกล่าวว่าเป็นจริงแล้ว นักคณิตศาสตร์รุ่นใหม่ก็จะนำมาคิดหาทางพิสูจน์ให้เห็นจริง ทำให้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เดิมมีพื้นฐานมั่นคง มีหลักเกณฑ์ที่จะอธิบายได้ว่าการคิดคำนวณต่าง ๆ ต้องทำเช่นนี้เพราะเหตุใด ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างคณิตศาสตร์แขนงใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นเพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยคเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน นักคณิตศาสตร์สมัยนี้มีหลายคน ที่รู้จักกันดีได้แก่ แบร์นฮาร์ด รีมันน์ จอร์ด บูล อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จอห์นฟอน นอยมันน์
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
การให้ฤกษ์ยามงามดี Erection Chart ในโหราศาสตร์สากล
ฤกษ์ยาม
(Erection Chart)
ขั้นตอนในการให้ฤกษ์ ฤกษ์คือณ.วันเวลาที่ต้องการจะดำเนินกิจกรรม ที่ต้องการความสมบูรณ์ มีความเหมาะสม ตลอดจนให้เกิดความดีงานต่อไปข้างหน้า ฤกษ์คือกิจกรรมที่จะต้องกระทำในวันเริ่มต้น หรือการเริ่มต้นที่ดี ที่เป็นมงคล เช่นใช้ในวันเปิดห้างร้านบริษัท ไม่ให้มีปัญหาทางด้านการเงินและลูกค้า ตลอดจนการบริหารกิจการให้เกิดความก้าวหน้า ไม่สดุด หุ้นส่วนไม่ทะเลาะเบาะแว้ง พนักงานลูกจ้างไม่คดโกง ลูกค้ามีคุณภาพ สินค้ามีราคา หรือการย้ายบ้าน ย้ายงาน แต่งงาน ซื้อสินค้า ซื้อบ้าน ออกรถยนต์เมื่อใด เรื่องเหล่านี้ ถ้าหากท่านเป็นคนโชคดีผีคุ้มครอง ทำอะไรก็ดีไปหมด ถูกต้อง ฤกษ์สะดวก ทำแล้วไม่มีปัญหา ก็ถือว่าท่านเป็นคนมีบุญ ผลบุญคุ้มครอง แต่ถ้าหากท่านไม่มีผลบุญล่ะหรือมีแต่ไม่มากพอ มักจะมีวิบากกรรม จะทำอย่างไรดี ถ้าสิ่งที่จะทำป็นเรื่องเล็กน้อย ใช้เงินไม่มาก ความเสียหายไม่เท่าใด ก็ไม่ต้องพึ่งฤกษ์ แต่ถ้าหากต้องการพึ่งฤกษ์ ก็มีขั้นตอนแบบสังเขป เป็นกรอบให้เป็นแนวทาง ดังนี้
1.อย่าวางลัคนาที่ไม่ดาวพระเคราะห์สถิตอยู่เป็นอันขาด
2.ในลัคนาห้ามมีดาวบาปเคราะห์สถิตอยู่ รวมถึงดาวบาปเคราะห์เล็ง มุมฉาก
3.อย่าวางลัคนาในราศีที่เป็นทุสะฐานะกับดวงกำเนิดของเจ้าของฤกษ์เป้นอันขาด
4.วันพระห้ามให้ฤกษ์
5.ห้ามให้ฤกษ์ในขณะที่จันทร์จะย้ายราศี
6.ห้ามวันจันทร์ดับ อมาวสี วันพระเคราะห์ย้ายราศีโดยเฉพาะดาวเจ้าการ ห้ามทำการมงคลวันสุริยคราส จันทรุปราคา
7.ห้ามในขณะที่จันทร์ในดวงฤกษ์ทำมุมร้ายกับจันทร์เดิมหรือดวงเจ้าของฤกษ์
8.ห้าให้ฤกษ์ในขณะที่จันทร์VOC.
9.ให้กระทำการต่อเมื่อจันทร์บนท้องฟ้ามีแสงและมีมุมดีกับดาวศุภเคราะห์
10.หาลัคนาให้ตรงกับงานที่ต้องการและดาวเจ้าเรือนไม่เสีย
ขั้นตอนที่กล่าวมานี้พอเป็นสังเขป ยังไม่ได้เจาะลึกในด้านงานต่างๆตลอดจนหาฤกษ์ในการเจรจาต่อรอง เก็บเงิน ขายสินค้าแบบวินวิน ฤกษ์งามยามดีถ้าหากอยู่ในประเทศไทย ให้ระวังท่านที่จัดเจนตำราพรหมชาติ ทักท้วงเอานะครับเช่นห้าเผาผีวันศุกร์ โกนจุกวันอังคาร แต่งงานวันพุธ สิบเอ็ดนารี สิบสี่ภิกขุ
ดิถีพิฆาต ดิถีแมลงปอ วันโลกาวินาศน์ วันฟู วันจม แต่จริงๆแล้วฤกษ์ทำการควรจะเพ่งเล็ง ในเรื่องที่ห้ามให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงได้ก็หลีก บางฤกษ์ดันไปตกกลางคืน หรือเกือบสว่าง บางท่านก็หัวเราะว่าฤกษ์อะไร เลิกทำดีกว่ามั้ง แต่เชื่อหรือมั้ยว่า บางเรื่องบางฤกษ์ให้ในเวลาที่มนุษย์ขี้เกียจตื่น นั้นส่งผลได้ดีมากทีเดียว บางท่านให้ฤกษ์ไปซื้อหวย กลับถูกโดยที่ไม่บอกเลขแต่ให้เวลานั้นไปซื้อหวยตอนเที่ยงคืน คนซื้อก็ขำ คนขายก็ลังเลแต่ปรากกว่างวดนั้น ถูกได้เงิน หรือบางท่านขอฤกษ์จะไปเจราจาขอความช่วยเหลือก็พอดีหาได้ตอนตีหนึ่ง ผลปรากฏว่าราบรื่น ดังนั้นท่านที่ได้รับฤกษ์จากโหรไปแล้วไม่กระทำตาม ถือว่าฤกษ์ที่จะขอต่อไปจากโหรท่านนั้นจะใช้ไม่ได้ผลตลอดไป เพราะเสียฤกษ์ตั้งแต่วันขอครั้งแรกแล้วครับ ต้องระวังให้ดี
(Erection Chart)
ขั้นตอนในการให้ฤกษ์ ฤกษ์คือณ.วันเวลาที่ต้องการจะดำเนินกิจกรรม ที่ต้องการความสมบูรณ์ มีความเหมาะสม ตลอดจนให้เกิดความดีงานต่อไปข้างหน้า ฤกษ์คือกิจกรรมที่จะต้องกระทำในวันเริ่มต้น หรือการเริ่มต้นที่ดี ที่เป็นมงคล เช่นใช้ในวันเปิดห้างร้านบริษัท ไม่ให้มีปัญหาทางด้านการเงินและลูกค้า ตลอดจนการบริหารกิจการให้เกิดความก้าวหน้า ไม่สดุด หุ้นส่วนไม่ทะเลาะเบาะแว้ง พนักงานลูกจ้างไม่คดโกง ลูกค้ามีคุณภาพ สินค้ามีราคา หรือการย้ายบ้าน ย้ายงาน แต่งงาน ซื้อสินค้า ซื้อบ้าน ออกรถยนต์เมื่อใด เรื่องเหล่านี้ ถ้าหากท่านเป็นคนโชคดีผีคุ้มครอง ทำอะไรก็ดีไปหมด ถูกต้อง ฤกษ์สะดวก ทำแล้วไม่มีปัญหา ก็ถือว่าท่านเป็นคนมีบุญ ผลบุญคุ้มครอง แต่ถ้าหากท่านไม่มีผลบุญล่ะหรือมีแต่ไม่มากพอ มักจะมีวิบากกรรม จะทำอย่างไรดี ถ้าสิ่งที่จะทำป็นเรื่องเล็กน้อย ใช้เงินไม่มาก ความเสียหายไม่เท่าใด ก็ไม่ต้องพึ่งฤกษ์ แต่ถ้าหากต้องการพึ่งฤกษ์ ก็มีขั้นตอนแบบสังเขป เป็นกรอบให้เป็นแนวทาง ดังนี้
1.อย่าวางลัคนาที่ไม่ดาวพระเคราะห์สถิตอยู่เป็นอันขาด
2.ในลัคนาห้ามมีดาวบาปเคราะห์สถิตอยู่ รวมถึงดาวบาปเคราะห์เล็ง มุมฉาก
3.อย่าวางลัคนาในราศีที่เป็นทุสะฐานะกับดวงกำเนิดของเจ้าของฤกษ์เป้นอันขาด
4.วันพระห้ามให้ฤกษ์
5.ห้ามให้ฤกษ์ในขณะที่จันทร์จะย้ายราศี
6.ห้ามวันจันทร์ดับ อมาวสี วันพระเคราะห์ย้ายราศีโดยเฉพาะดาวเจ้าการ ห้ามทำการมงคลวันสุริยคราส จันทรุปราคา
7.ห้ามในขณะที่จันทร์ในดวงฤกษ์ทำมุมร้ายกับจันทร์เดิมหรือดวงเจ้าของฤกษ์
8.ห้าให้ฤกษ์ในขณะที่จันทร์VOC.
9.ให้กระทำการต่อเมื่อจันทร์บนท้องฟ้ามีแสงและมีมุมดีกับดาวศุภเคราะห์
10.หาลัคนาให้ตรงกับงานที่ต้องการและดาวเจ้าเรือนไม่เสีย
ขั้นตอนที่กล่าวมานี้พอเป็นสังเขป ยังไม่ได้เจาะลึกในด้านงานต่างๆตลอดจนหาฤกษ์ในการเจรจาต่อรอง เก็บเงิน ขายสินค้าแบบวินวิน ฤกษ์งามยามดีถ้าหากอยู่ในประเทศไทย ให้ระวังท่านที่จัดเจนตำราพรหมชาติ ทักท้วงเอานะครับเช่นห้าเผาผีวันศุกร์ โกนจุกวันอังคาร แต่งงานวันพุธ สิบเอ็ดนารี สิบสี่ภิกขุ
ดิถีพิฆาต ดิถีแมลงปอ วันโลกาวินาศน์ วันฟู วันจม แต่จริงๆแล้วฤกษ์ทำการควรจะเพ่งเล็ง ในเรื่องที่ห้ามให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงได้ก็หลีก บางฤกษ์ดันไปตกกลางคืน หรือเกือบสว่าง บางท่านก็หัวเราะว่าฤกษ์อะไร เลิกทำดีกว่ามั้ง แต่เชื่อหรือมั้ยว่า บางเรื่องบางฤกษ์ให้ในเวลาที่มนุษย์ขี้เกียจตื่น นั้นส่งผลได้ดีมากทีเดียว บางท่านให้ฤกษ์ไปซื้อหวย กลับถูกโดยที่ไม่บอกเลขแต่ให้เวลานั้นไปซื้อหวยตอนเที่ยงคืน คนซื้อก็ขำ คนขายก็ลังเลแต่ปรากกว่างวดนั้น ถูกได้เงิน หรือบางท่านขอฤกษ์จะไปเจราจาขอความช่วยเหลือก็พอดีหาได้ตอนตีหนึ่ง ผลปรากฏว่าราบรื่น ดังนั้นท่านที่ได้รับฤกษ์จากโหรไปแล้วไม่กระทำตาม ถือว่าฤกษ์ที่จะขอต่อไปจากโหรท่านนั้นจะใช้ไม่ได้ผลตลอดไป เพราะเสียฤกษ์ตั้งแต่วันขอครั้งแรกแล้วครับ ต้องระวังให้ดี
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552
วันลอยกระทง พระจันทร์เค็มดวงในกรุงเทพกี่โมงกันแน่ แล้วจะทำอะไรกันดี
ข่าวสารจากชมรมSkyclock โหราศาสตร์สากล – ยูเรเนียน
วันเพ็ญแท้ ทำอะไรกันดีในเคือนพฤศจิกายน 2552
Full Moon (3.11.2009 2:21:00 GMT+7:00) Bangkok (13N45'00 100E31'01)
Tropical, Geocentric, Placidus
วันที่3 พ.ย. 2552 เวลา2.21 กรุงเทพ บนท้องฟ้า เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง เป็นช่วงกำลังหลับสบาย อาจจะมีบางท่าน ยังไม่ได้หลับ อาจจะมีกิจกรรมต่างๆหลากหลาย บางท่านอาจจะยังฉลองกับเพื่อนๆ บางท่านอาจจะเล่นอินเตอร์เน็ต บางท่านอาจจะนั่งสมาธิ เพื่อรับพลังงานจากจักวาล เดี๋ยวจะมีวิธีนั่งแบบเต๋า เพื่อฟอกอากาศที่ไม่ดีออกจากร่างกาย ตอนนี้มานั่งวิเคราะห์ดาวบนท้องฟ้า หรือปัจจัยทางดาราศาสตร์กันว่า บนท้องฟ้าณ.เวลานี้เป็นอย่างไร
ชั่วโมงนี้เวลา2.12เช้าวันที่3 พ.ย. 2552 และตลอดทั้งวัน ควรหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งกัน เป็นวันที่คนจะหงุดหงิดง่ายมากๆ งดการเจราจาที่จะเอาเปรียบกัน เพราะเป็นวันที่ต่างคนต่างไม่ยอมกัน เหมาะกับการอยู่บ้านปลีกวิเวกซะดีกว่า ไปฉลองนอกบ้านอาจจะมีเรื่อง ไม่ทันรู้ตัว ถ้าท่านเข้าใจฟ้า ก็คงไม่ไปดึงดัน ไม่ทำตัวต่อต้านก็จะกลายเป็นคนที่รู้จักใช้ชีวิต ที่สอดคล้องกับจักรวาล ไม่ประมาทชีวิตเพียงแค่คิดสนุกชั่วคราว เศร้าไปอีกนาน ดังนั้นขอแนะนำนั่งสมาธิสูดลมปราณ ล้างอากาศพิษออกจากร่างกาย เพื่อสร้างเงื่อนไขกับชีวิตในทางสร้างสรรค์ เมื่อเงื่อนไขดี สร้างกรรมดี กระทำในสิ่งที่ดี จะเป็นวงรอบชีวิตที่ดีๆต่อไปในข้างหน้า ตามวัฏฏะจากวงรอบเล็กจะนำไปสู่วงรอบใหญ่ จากการสร้างกรรมที่ดีในเรื่องเล็กๆ จากการคิดดีอยู่ในใจสม่ำเสมอจะนำไปสู่ภายนอกที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งที่ดีๆจากการกระทำ ก็จะนำสิ่งที่ดีๆเข้าสู่ตัวตนทั้งร่างกายและจิตใจ ปลุกเสกตัวเองเข้าทุกวัน จะเป็นสิ่งมงคลที่จะพ้นภัยจากคนพาล คนเบียดเบียน และสิ่งที่ไม่ดีทั้งสิ้น วงรอบทาง โหราศาสตร์เป็นทางชี้แนะเพื่อหลีกเลี่ยงในสิ่งที่ไม่ดี เพราะสิ่งนั้นจะกลับมาเมื่อตอนอายุและวันเวลาที่คุณได้กระทำ เมื่อเอาอายุคูณสองเท่า
มาฝึกหายใจด้วยท้องน้อยกันเถอะ ?
การหายใจด้วยท้องน้อยเป็นการหายใจที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นการหายใจที่ผ่อนคลาย ลุ่มลึก และร่างกายได้รับออกซิเจนมากที่สุด อีกทั้งเป็นการนวดอวัยวะในช่องท้องอีกด้วย "เรามีฝีกการหายใจด้วยท้องน้อย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงทุกวัน"...
การหายใจด้วยท้องน้อยจะดันกะบังลมให้แผ่ขยายออก แนะเนื่องจากมีเส้นชี่สำคัญ ๆ 9 เส้นพาดผ่านกะบังลม การหายใจที่ทำให้กระบังลมขยาย จึงเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือดอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการนวดอวัยวะภายในช่องท้อง เมื่อหายใจเข้าลึก หน้าท้องขายายออก กะบังลมจะลดต่ำลง ทำให้อากาศถูกดึงเข้าไปถึงปลายปอด ปอดจึงสามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้น วิธีนี้สามารถทำได้ทั้งขณะยืน นั่งและนอน
การหายใจด้วยท้องน้อยคุณต้องปล่อยให้ร่างกายทุกส่วนผ่อนคลาย นำความรู้สึกทั้งหมดมาวางไว้ที่จุด “ตันเถียนล่าง” จุดนี้ตั้งอยู่บนเส้นชี่กลางลำตัว ตำแหน่งอยู่หลังสะดือ และอยู่หน้าไต วางมือทั้งสองทับซ้อนกันเหนือสะดือปล่อยให้มือผ่อนคลายสบาย ๆ (ผู้หญิงวางมือซ้ายทับมือขวา ผู้ช่วยวางมือขวาทับมือซ้าย)
เริ่มต้นให้หายใจออกพร้อมกับเปิดปากเล็กน้อย ขณะที่หายใจออกหดกล้ามเนื้อท้องเบา ๆ หน้าอกผ่อนคลายและนิ่ง รู้สึกว่าชี่เก่า ๆ หรือลมในช่องท้องกำลังถูกบีบดันจากท้องน้อยออกไปพร้อมกับลมหายใจออก จากนั้นปิดริมฝีปากใช้ปลายลิ้นแตะฐานเพดานบนหลังฟันหน้าเบา ๆ ยังคงรักษาหน้าอกให้นิ่ง หายใจเข้าช้า ๆ ผ่านรูจมูก จินตนาการว่า อากาศเคลื่อนลงไปช้า ๆ จนถึงจุดตันเถียนล่าง เมื่ออากาศเคลื่อนเข้าไปจนเต็ม หน้าท้องจะค่อย ๆ พองขึ้นจนอากาศเต็มก็หยุดหายใจตามธรรมชาติสักหน่อยเท่าที่รู้สึกสบาย จากนั้นค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกทางรูจมูกอย่างอ่อนโยนจนกระทั่งหน้าท้องแฟบลง
ทุกครั้งที่หายใจเข้า ให้จินตนาการว่ากำลังรับชี่หรืออากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย และเมื่อหายใจออกให้รู้สึกว่าชี่เก่าหรือลมที่ตกค้างอยู่กำลังถูกผลักดันออกไป ถ้าคุณได้ยินเสียงลมในท้อง นี่คือสัญญาณว่าการนวดอวัยวะภายในเป็นไปด้วยดี
สำหรับผู้เริ่มฝึกอาจจะหายใจ 6 รอบต่อนาที แต่ฝึกไปจนชำนาญ คุณจะหายใจลึกและยาวขึ้นจนเหลือ 2 – 3 รอบต่อนาที การหายใจด้วยท้องน้อย จะสามารถลดการสูบหรี่ได้อีกด้วย
ข้อมูลฝึกลมหายใจจาก
http://www.tao-garden.net/index.php?option=com_content&task=view&id=47&Itemid=9
วันเพ็ญแท้ ทำอะไรกันดีในเคือนพฤศจิกายน 2552
Full Moon (3.11.2009 2:21:00 GMT+7:00) Bangkok (13N45'00 100E31'01)
Tropical, Geocentric, Placidus
วันที่3 พ.ย. 2552 เวลา2.21 กรุงเทพ บนท้องฟ้า เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง เป็นช่วงกำลังหลับสบาย อาจจะมีบางท่าน ยังไม่ได้หลับ อาจจะมีกิจกรรมต่างๆหลากหลาย บางท่านอาจจะยังฉลองกับเพื่อนๆ บางท่านอาจจะเล่นอินเตอร์เน็ต บางท่านอาจจะนั่งสมาธิ เพื่อรับพลังงานจากจักวาล เดี๋ยวจะมีวิธีนั่งแบบเต๋า เพื่อฟอกอากาศที่ไม่ดีออกจากร่างกาย ตอนนี้มานั่งวิเคราะห์ดาวบนท้องฟ้า หรือปัจจัยทางดาราศาสตร์กันว่า บนท้องฟ้าณ.เวลานี้เป็นอย่างไร
ชั่วโมงนี้เวลา2.12เช้าวันที่3 พ.ย. 2552 และตลอดทั้งวัน ควรหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งกัน เป็นวันที่คนจะหงุดหงิดง่ายมากๆ งดการเจราจาที่จะเอาเปรียบกัน เพราะเป็นวันที่ต่างคนต่างไม่ยอมกัน เหมาะกับการอยู่บ้านปลีกวิเวกซะดีกว่า ไปฉลองนอกบ้านอาจจะมีเรื่อง ไม่ทันรู้ตัว ถ้าท่านเข้าใจฟ้า ก็คงไม่ไปดึงดัน ไม่ทำตัวต่อต้านก็จะกลายเป็นคนที่รู้จักใช้ชีวิต ที่สอดคล้องกับจักรวาล ไม่ประมาทชีวิตเพียงแค่คิดสนุกชั่วคราว เศร้าไปอีกนาน ดังนั้นขอแนะนำนั่งสมาธิสูดลมปราณ ล้างอากาศพิษออกจากร่างกาย เพื่อสร้างเงื่อนไขกับชีวิตในทางสร้างสรรค์ เมื่อเงื่อนไขดี สร้างกรรมดี กระทำในสิ่งที่ดี จะเป็นวงรอบชีวิตที่ดีๆต่อไปในข้างหน้า ตามวัฏฏะจากวงรอบเล็กจะนำไปสู่วงรอบใหญ่ จากการสร้างกรรมที่ดีในเรื่องเล็กๆ จากการคิดดีอยู่ในใจสม่ำเสมอจะนำไปสู่ภายนอกที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งที่ดีๆจากการกระทำ ก็จะนำสิ่งที่ดีๆเข้าสู่ตัวตนทั้งร่างกายและจิตใจ ปลุกเสกตัวเองเข้าทุกวัน จะเป็นสิ่งมงคลที่จะพ้นภัยจากคนพาล คนเบียดเบียน และสิ่งที่ไม่ดีทั้งสิ้น วงรอบทาง โหราศาสตร์เป็นทางชี้แนะเพื่อหลีกเลี่ยงในสิ่งที่ไม่ดี เพราะสิ่งนั้นจะกลับมาเมื่อตอนอายุและวันเวลาที่คุณได้กระทำ เมื่อเอาอายุคูณสองเท่า
มาฝึกหายใจด้วยท้องน้อยกันเถอะ ?
การหายใจด้วยท้องน้อยเป็นการหายใจที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นการหายใจที่ผ่อนคลาย ลุ่มลึก และร่างกายได้รับออกซิเจนมากที่สุด อีกทั้งเป็นการนวดอวัยวะในช่องท้องอีกด้วย "เรามีฝีกการหายใจด้วยท้องน้อย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงทุกวัน"...
การหายใจด้วยท้องน้อยจะดันกะบังลมให้แผ่ขยายออก แนะเนื่องจากมีเส้นชี่สำคัญ ๆ 9 เส้นพาดผ่านกะบังลม การหายใจที่ทำให้กระบังลมขยาย จึงเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือดอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการนวดอวัยวะภายในช่องท้อง เมื่อหายใจเข้าลึก หน้าท้องขายายออก กะบังลมจะลดต่ำลง ทำให้อากาศถูกดึงเข้าไปถึงปลายปอด ปอดจึงสามารถรับออกซิเจนได้มากขึ้น วิธีนี้สามารถทำได้ทั้งขณะยืน นั่งและนอน
การหายใจด้วยท้องน้อยคุณต้องปล่อยให้ร่างกายทุกส่วนผ่อนคลาย นำความรู้สึกทั้งหมดมาวางไว้ที่จุด “ตันเถียนล่าง” จุดนี้ตั้งอยู่บนเส้นชี่กลางลำตัว ตำแหน่งอยู่หลังสะดือ และอยู่หน้าไต วางมือทั้งสองทับซ้อนกันเหนือสะดือปล่อยให้มือผ่อนคลายสบาย ๆ (ผู้หญิงวางมือซ้ายทับมือขวา ผู้ช่วยวางมือขวาทับมือซ้าย)
เริ่มต้นให้หายใจออกพร้อมกับเปิดปากเล็กน้อย ขณะที่หายใจออกหดกล้ามเนื้อท้องเบา ๆ หน้าอกผ่อนคลายและนิ่ง รู้สึกว่าชี่เก่า ๆ หรือลมในช่องท้องกำลังถูกบีบดันจากท้องน้อยออกไปพร้อมกับลมหายใจออก จากนั้นปิดริมฝีปากใช้ปลายลิ้นแตะฐานเพดานบนหลังฟันหน้าเบา ๆ ยังคงรักษาหน้าอกให้นิ่ง หายใจเข้าช้า ๆ ผ่านรูจมูก จินตนาการว่า อากาศเคลื่อนลงไปช้า ๆ จนถึงจุดตันเถียนล่าง เมื่ออากาศเคลื่อนเข้าไปจนเต็ม หน้าท้องจะค่อย ๆ พองขึ้นจนอากาศเต็มก็หยุดหายใจตามธรรมชาติสักหน่อยเท่าที่รู้สึกสบาย จากนั้นค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกทางรูจมูกอย่างอ่อนโยนจนกระทั่งหน้าท้องแฟบลง
ทุกครั้งที่หายใจเข้า ให้จินตนาการว่ากำลังรับชี่หรืออากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย และเมื่อหายใจออกให้รู้สึกว่าชี่เก่าหรือลมที่ตกค้างอยู่กำลังถูกผลักดันออกไป ถ้าคุณได้ยินเสียงลมในท้อง นี่คือสัญญาณว่าการนวดอวัยวะภายในเป็นไปด้วยดี
สำหรับผู้เริ่มฝึกอาจจะหายใจ 6 รอบต่อนาที แต่ฝึกไปจนชำนาญ คุณจะหายใจลึกและยาวขึ้นจนเหลือ 2 – 3 รอบต่อนาที การหายใจด้วยท้องน้อย จะสามารถลดการสูบหรี่ได้อีกด้วย
ข้อมูลฝึกลมหายใจจาก
http://www.tao-garden.net/index.php?option=com_content&task=view&id=47&Itemid=9
วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552
สรุปบรรยากาศงานสัมมนาวันโหรจรัญ ปี2009
สรุปบรรยกาศ
งานวันโหรจรัญครั้งที่ 5 ประจำปี 2552 “เศรษฐกิจและโรคภัยไทย 2553”
วันที่ 13 กันยายน 2552
ผ่านไปอีกครั้งสำหรับงานวันโหรจรัญครั้งที่ 5 ที่จริงอาจารย์ทรงยศบอกว่าเป็นครั้งที่ 6 แต่ปกรายงานครั้งที่ 5 ดันพิมพ์ผิดเป็นครั้งที่ 4 ก็เลยเลยตามเลย งานครั้งนี้เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระแน่นมากๆ ด้วยวิทยากรด้านโหราศาสตร์ระดับครูหลายท่าน
ก่อนงานได้มีการลงทะเบียนก่อนเข้างาน ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักโหราศาสตร์ด้วยกัน ได้มาทักทายกันหลังจากที่ 1 ปีกลับมาเจอกันครั้งหนึ่ง ชมดูหนังสือของค่ายต่างๆ ร้านหนังสือที่มาวางจำหน่ายได้แก่หนังสือของอาจารย์ประยูร พลอารีย์ นำโดยอาจารย์ปานใจ พลอารีย์ สำนักพิมพ์รัศมีจันทร์ ร้านนี้มีสาธิตโปรแกรมพร้อมกับดูดวงในตัวประกอบการสาธิตจุดเด่นของโปรแกรม และร้านของอาจารย์กิตตินันท์ เจนาคม ซึ่งมีหนังสือหลากหลาย หลายสาขาวิชา น่าสนใจ ต่อมาโหราศาสตร์โยคะซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์จรัญ พิกุลอีกท่านหนึ่ง ได้นำหนังสือฤกษ์สำเร็จรูป ใช้ง่ายไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้โหราศาสตร์ ก็ใช้เป็น มาแจกสำหรับท่านที่มาร่วมสัมมนา
ในกิจกรรมเสริมของการสัมมนาช่วงบ่ายทางskyclock ได้มีกิจกรรมเสริมโดยเปิดห้องพยากรณ์ในช่วงบ่าย เรียนเชิญนักโหราศาสตร์กิตติมศักดิ์ ซึ่งปกติไม่ได้รับดูดวงทั่วไป แต่ละท่านฝีมือระดับที่ลูกศิษย์ลูกหาใหญ่ๆโตๆ พึ่งพาเป็นร่มโพธิ์ไม่ให้ออกไปทำนายที่อื่น มีแต่จ่ายค่าเครื่องไปกลับพร้อมกับซองปัจจัย บางท่านไปเพื่อช่วยวิเคราะห์ในการทำมาหากินของลูกศิษย์ให้คล่องให้รวยยิ่งๆขึ้น ซึ่งในการดูหมอ(ตามศัพท์โหร)ครั้งนี้ เงินทั้งหมดเข้าชมรมskyclockเพื่อเป็นทุนในการจัดงาน ลูกค้าที่มาดูส่วนมากเป็นนักโหราศาสตร์ของแต่ละค่าย บางท่านมาดูเทคนิคการทำนายของskyclockว่าเป็นอย่างไร มีเทคนิคอะไรบ้าง อัดเทปเก็บไว้ฟังด้วย บางท่าน1คนแต่ขอจองนักโหราศาสตร์3 ท่านก็มี 3 ท่าน3เทคนิค คุ้มค่า
ดูหมอไปซักด้วยว่าดูอย่างไร คำพูดนี้มาจากดาวตัวไหน คุ้มค่าดูได้บำรุงชมรม ได้ดูดวง ได้วิชาติดกลับบ้านไปด้วย
รายนามนักโหราศาสตร์ที่มานั่งทำนายทายทักดังนี้
1.อาจารย์วรเชรษฐ ติยเกษม ลูกศิษย์อ.จรัญ พิกุลสายเชียงใหม่
2.อาจารย์ภารต ถิ่นคำ webmaster Astroclassical.com
3.อาจารย์หนุ่ม webmaster payakorn.com
4.อาจารย์ทรงยศ รัศมีพงศ์ ชมรมskyclock
5.อาจารย์กรองกาญจน์(Krongkarn Dhananaiyapergse)แห่งระเบียนโหรโรงแรมเอเชีย สมาชิกชมรมskyclock
เริ่มต้นงาน ดร.จรัสโรจน์ ทายาทอาจารย์จรัญ พิกุล กล่าวเปิดงานพร้อมกับให้เกียรติเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์ ในช่วงรำลึกถึงอาจารย์จรัญ พิกุล
อาจารย์ภารต ถิ่นคำ
เริ่มต้นเปิดงานอาจารย์ภารตได้เล่าถึงประสบการณ์เรียนโหราศาสตร์ของตน จนกระทั่งมารู้จักอาจารย์จรัญสมัยทำยูเรเนียนสัมพันธ์ ราวปี 2524-2528 และเป็นลูกศิษย์ทางโทรศัพท์ ประทับใจที่อาจารย์จรัญมีผลงานต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่อาจารย์ภารตเป็นเด็กจนกระทั่งโต โดยเฉพาะได้นำเรื่องวงรอบตามแนวทางของอาจารย์จรัญไปใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก
อาจารย์รุจ ดุลยากร
นำเสนอเรื่องโหราโยคะออกกำลังการเพื่อสุขภาพ อาจารย์เกริ่นตอนต้นว่าได้เทคนิคและวิธีการของอาจารย์จรัญไปประยุกต์ใช้กับโยคะในหลายเรื่องทั้งเรื่องวงรอบ ฟ้าเปิด-ฟ้าปิด จันทร์ทำมุม-ไร้มุม วันสำคัญ-อาทิตย์เข้ามุมสำคัญ เป็นต้น เสร็จแล้วก็นำออกกำลังกายด้วยท่าโยคะสมาธิ โดยเริ่มจากไหว้ครูด้วยบทสวดชุมนุมเทวดา ตามด้วยการเป่าสังข์ จากนั้นก็เริ่มแนะนำท่าโยคะออกกำลังกายให้คนในห้องทำตาม นับได้ 9 ท่าพอดี ดูเหมือนจะมีชื่อตามดาวนพเคราะห์ ปิดท้ายด้วยให้คนในห้องยืนสงบนิ่งกำหนดหายใจเข้าออกเพื่อแผ่เมตตาต่อตัวเองและสรรพสัตว์ทั้งหลาย
อาจารย์อารี สวัสดี
ขึ้นมาบรรยายในหัวข้อ ปัจจัยทางดาราศาสตร์นำไปต่อยอดทางโหราศาสตร์ เริ่มจากการแนะนำหนังสือดาราศาสตร์และโหราศาสตร์โบราณ ทั้ง Tetrabiblos และ Almagest ของปโตเลมี ที่น่าสนใจมากคือ Recent Advance in Natal Astrology เป็นผลงานวิจัยเชิงลึกของเทคนิคทางโหราศาสตร์ที่ใช้กันอยู่ในอดีตถึงปัจจุบันโดยนักโหราศาสตร์ มีนาย Geoffrey Dean เป็นผู้รวบรวมแก้ไข ไม่รู้ว่าผู้สนใจจะไปหาได้อีกหรือเปล่าเพราะอาจารย์บอกว่าเก็บไว้ร่วม 10 ปี ที่บ้านจนเห็นปลวกขึ้นที่เก็บเป็นทางก็เลยเจอเล่มนี้ แล้วก็เข้าเรื่องซึ่งส่วนใหญ่เป็นการบรรยายเกี่ยวกับสุริยคราสที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2552 ที่นักดาราศาสตร์บอกว่านานที่สุดในศตวรรษที่ 21 แล้วก็ต่อยอดไปถึงสุริยุปราคาในอดีตที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 20 มิ.ย. 2498 ว่าเป็นครั้งที่นานที่สุดในศตวรรษที่ 20 และก็มีความสัมพันธ์กับครั้งล่าสุดคืออยู่ในวงรอบ Saros ที่ 136 เช่นเดียวกัน โดย 1 วงรอบ Saros จะใช้เวลา 1300-1500 ปี (ที่สุริยุปราคาจะเกิดตรงตำแหน่งเดิม) ก็ได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเช่นก่อนเกิดสุริยคราส จะเกิดจันทรคราสก่อนและหลังประมาณ 1 สัปดาห์แต่เป็นจันทรคราสแบบเงามัว แต่นักโหราศาตร์ไม่ค่อยเอามาทำนายทายทักเพราะนักดาราศาสตร์ไม่ได้ประกาศออกไป และปรากฏการณ์อุปราคานี้ทางนักดาราศาตร์ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่นักโหราศาสตร์บางท่านชอบเอามาทำนายทายทักเป็นเรื่องร้าย อาจารย์กล่าวสรุปด้วยการยกข้อความตำราพิชัยสงครามของขงเบ้งที่เคยกล่าวไว้ถึงการจัดแบ่งประเภทขุนพลความตอนหนึ่งว่า “ขุนพลผู้ใดมีจิตภราดรภาพ มีเมตตากรุณาเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก มีสัจจะและศีลธรรมเป็นที่ยกย่องนับถือของประเทศเพื่อนบ้าน มีความเจนจบทางด้านดาราศาสตร์และรอบรู้ด้านภูมิศาสตร์ รู้จักใช้คนให้แสดงความสามารถ สร้างภราดรภาพขึ้นในสากลโลก ขุนพลเช่นนี้เรียกว่ายอดขุนพลผู้เกรียงไกรแห่งจักรวาล ซึ่งข้าศึกไม่อาจจะต้านทานได้”
แพทย์หญิงศันสนีย์ เสนะวงษ์
หลังจากนั้นก็เข้าสู่การสัมนาเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการมาให้ความรู้ และนักโหราศาสตร์มาให้ทัศนะ เปิดการบรรยายโดยพญ.ศันสนีย์ ที่อธิบายชนิดของไข้หวัดใหญ่ที่มีทั้งไข้หวัดตามฤดูกาลและไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่วิตกกันอยู่ว่าเป็นคนละสายพันธุ์กัน อดีตของการเกิดการระบาดครั้งใหญ่ 7 ครั้งตั้งแต่ปีพ.ศ. 2432, 2443, 2461, 2500, 2511, 2552 โดยเฉพาะที่รุนแรงมากเกิดขึ้นในปี 2461 เรียกว่าไข้หวัดสเปนที่คร่าชีวิตคนไปมากในไทยมีคนป่วยกว่า 2.3 ล้านคนเสียชีวิต 8 หมื่นคนขณะที่เวลานั้นไทยมีประชากรเพียง 8.5 ล้านคน ส่วนไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 พบผู้ป่วยรายแรกในเม็กซิโก เดือนมี.ค. ,รายแรกในไทย วันที่ 3 พ.ค. และติดเชื้อภายในประเทศไทยคนแรกแต่เป็นคนที่ 7 ในไทย วันที่ 31 พ.ค. โดยแบ่งระดับความรุนแรงของการระบาดออกเป็น 3 ระยะคือ คนต่อคน, ติดต่อระดับประเทศ และติดต่อระหว่างประเทศ หากจะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่พึงตระหนักว่าไม่สามารถป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้ แต่ช่วยลดการเกิดการกลายพันธุ์ การกลายพันธุ์สืบเนื่องมาจากหมู เนื่องจากหมูสามารถติดเชื้อได้ง่ายทั้งจากคนและจากสัตว์ปีก หมูจึงเป็นตัวแลกเปลี่ยนพันธุกรรมของเชื้อในคนและเชื้อในสัตว์ปีก การป้องกันควรสวมหน้ากากปิดปากจมูก ล้างมือบ่อยๆ เพราะเวลาไอจาม ฝอยเล็กๆไปไกลถึง 5 เมตรและแขวนลอยในอากาศ หากติดไข้หวัด ใช้ยาลดไข้ได้แต่ต้องเป็นพวกพาราเซตามอล และห้ามเด็ดขาดสำหรับแอสไพริน ควรหยุดงานจนกว่าหายไข้ แต่ถ้า 3-5 วันแล้วไข้ไม่ลด มีอาการไอมากขึ้น เจ็บหน้าอก หายใจเร็วต้องรีบพบแพทย์ การวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการจะใช้น้ำล้างโพรงจมูกได้ผลชัดที่สุด โดยใช้เวลาวินิจฉัย 6 ช.ม.ถึง 3 วัน การเจาะเลือดใช้เพื่อตรวจดูภูมิคุ้มกัน ไม่มีผลต่อการวินิจฉัยโรคแต่อย่างใด วัคซีนป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ปลายปีนี้ สุดท้ายพญ.ศันสนีย์ เน้นย้ำว่าอย่าเพิ่งลืมไข้หวัดนกที่มีความรุนแรงมากกว่า
นายแพทย์สนธยา พรึงลำภู
บรรยายเรื่องปัจจัยทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาด และคนไข้ที่เป็นโรคระบาดว่ามีปัจจัยทางโหราศาตร์ใดบ้างที่เกี่ยวข้อง โดยแนะนำว่าการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยใดๆควรพิจารณาความสัมพันธ์ทาง Latitude (Declination) ด้วยนอกเหนือไปจากพิจารณาความสัมพันธ์ทาง Longitude ที่ใช้พิจาณาความสัมพันธ์เชิงมุมกันอยู่โดยทั่วไป และจากการพิจารณาดวงสงกรานต์ปี 1918 ที่เกิดไข้หวัดสเปนพบว่า SA กุม NE ในราศีสิงห์ สนิทองศาทั้งทาง Longitude และ Latitude ซึ่งหมายถึงมีทุกข์จากการติดเชื้อ สำหรับปีนี้ แม้มีดาวไม่ดีกุมกันหลายดวง แต่ในเชิง Latitude ยังมีความห่างกันจึงไม่น่าส่งผลแรงเท่า และวิธีพิจาณาว่าโรคระบาดจะเกิดขึ้นที่ไหน โดยให้ดูว่าปัจัย UR, SA, NE พาดผ่านประเทศใด สำหรับปีนี้การกุมกันของ CH, NE และ JP ในราศีกุมภ์ พาดผ่านไทย ขณะที่ศูนย์รังสี CH, NE, JP ก็พาดผ่านประเทศเม็กซิโกแสดงถึงการระบาดในทั้ง 2 ประเทศ สำหรับอนาคตอันใกล้พบว่า SA/NE จะพาดผ่านสหรัฐ และอินเดีย ทำให้ทั้งสองประเทศนี้เสี่ยงต่อการระบาดในครั้งต่อไป นอกจากนี้ช่วงหลายปีนี้ SA จะจตุโกณกับ PL จึงต้องระวังการกลายพันธุ์ และยังพบ SA กุมกับเกตุสากล แสดงถึงจะมีการเจ็บป่วย ส่วนปี 53 ต้องระวังช่วงปลายเดือนก.ค.ที่ MA และ SA ย้ายเข้ามากุมกันในราศีตุลย์และเล็ง UR ในราศีเมษ ซึ่งต่างอยู่อยู่บนจุดตั้งต้นราศีทวาร
หลังจากนั้นอาจารย์ก็ยกตัวอย่างผู้ป่วยด้วยไข้หวัด 2009 เนื่องจากไม่ทราบเวลาเกิดจึงใช้ SU ในดวงกำเนิดเป็นหลัก เทียบกับดวงจรสุริยคติ และดวงจรปัจจุบัน ณ วันเกิดการติดเชื้อ พบว่า SUr มักสัมพันธ์กับ NE โดยในดวงตัวอย่างรายแรกมี SUv และ MAt ทำมุม 150 องศากับ NEr และ MAt , รายที่สองมี SUt=NEr, รายที่สามมี SUv=[MA/NE]r (หมายถึงภูมิคุ้มกันอ่อนแอ) เป็นต้น โดยสรุปหากมี SUt หรือ SUv ทำมุมกับ NEr มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื่อโดยเฉพาะเวลามี MAt เข้ามาสัมพันธ์ด้วย
ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ
บรรยายในเรื่องปัจจัยทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดเช่นเดียวกันโดยเริ่มจากนิยามไข้หวัดใหญ่ว่าคือไข้ขึ้นสูงทำลายปอด จากนั้นก็นำเสนอภาษาสัญลักษณ์ในลีลาของศรีกันย์ (ซึ่งเป็นนามปากกาของท่าน) ได้แก่
ความหมายและสัญลักษณ์ที่ใช้
ความหมาย สัญลักษณ์ ความหมาย สัญลักษณ์
ไข้หวัด MA, NE, AD ป่วย SA
ใหญ่ VU เฉียบพลัน UR
สายพันธุ์ NO ปอด JU
ใหม่ PL สูง KR
การผสมความหมาย
ไข้หวัด MA =NE =AD
ป่วยเฉียบพลันด้วยโรคมีผลต่อประชาชน SA =UR =NE =MO
สายพันธุ์ใหม่ NO =UR
โรคเฉียบพลัน SA =UR
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (MA=ME=AD) =VU =(NO=UR)
การฉีดวัคซีน AS =SA =NE
ไข้สูง MA =KR
โรคติดต่อ (AR =NE =MA), (SA =NE)
โรคติดต่อร้ายแรง (AR =HA =NE), (AR =HA =VU)
โรคระบาด (SU =HA =AP, SA =NE),
(HA =AP =MO, SA =NE =AR),
(SA =NE =UR)
การติดเชื้อ MA =NE
ติดเชื้อจากผู้อื่น MA =NE =AS
ตามด้วยการบรรยายถึงข้อควรพิจารณา ซึ่งได้แก่
• การใช้ดวงสุริยคราส [อาจบ่งบอกถึงโรคระบาดได้ดี] จากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การเกิดสุริยคราสทำให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแปรปรวน และสนามแม่เหล็กไฟฟ้าก็มีความสัมพันธ์กับการแพร่กระจายของโรคระบาด
• การใช้ดวงอมาวสี ดวงปูรณมี [ไว้เจาะลึกเพื่อดูพัฒนาการของเรื่อง เช่นเริ่มติดเชื้อ กลายพันธุ์ ค้นพบวัคซีน เป็นต้น]
• จังหวะที่ SA เล็ง UR ถึง 3 ครั้ง ได้แก่ปลาย 2008, ต้น 2009 และช่วงนี้ [เกิดจากปัจจัยทั้งสองมีการสลับกันเดินถอยหลังในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งจะหมายถึงเหตุการณ์จะยืดเยื้อยาวนาน]
• การพิจาณา Galactic Center เป็นปัจจัยร่วมในการวิเคราะห์เนื่องจากมีพลังมากกว่าอาทิตย์
• การพิจาณาวงรอบจุดดับอาทิตย์ (Sunspot Cycle) ประกอบ เพื่อพิจาณาถึงช่วงเวลาที่ให้ผลแรง
หลังจากนั้นอาจารย์ได้ยกกรณีศึกษาขึ้นมาพิจารณาโดยเริ่มจากดวงสุริยคราสวันที่ 26 มกราคม 2009 เวลา 14:56 น.กรุงเทพฯ พบโครงสร้างที่สำคัญคือ
ดูจุดเริ่มต้น
ความสัมพันธ์ ความหมาย
SA เล็ง UR การป่วยเฉียบพลัน
SA = AS กระทบประเทศไทย
UR โคจรไปสู่ VE กำลังย่างกรายสู่มนุษย์
SU กุม JU เกี่ยวกับปอด
T-Sqr ของ SA, UR มี MO เป็นแกน กระทบประชาชน
MO 120 กับ ME มีการแพร่ระบาด
MO 135 กับ JU มีปอดเป็นที่อาศัย
นอกจากนี้ GC เล็ง HA และสัมพันธ์กับ AP [เป็นเรื่องร้ายแรง, วิชามาร]
ดูการพัฒนาการ
[พิจารณาจาก SA เล็ง UR สนิทองศา ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009 และ 19 กันยายน 2009]
• วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา 18:00น. พบโครงสร้าง T-Square ของ SA, UR, MO และ SA เล็ง UR (ป่วยเฉียบพลัน) สัมพันธ์ MO (กระทบประชาชน) สัมพันธ์ ME (มีการติดต่อแพร่ระบาด) สัมพันธ์ JU (มีปอดเป็นที่อาศัย)
• วันที่ 15 กันยายน 2009 เวลา 19:50น. มี SA (ป่วย) กุม UR (เฉียบพลัน) สนิทองศาหมายถึงจะมีการระบาดอีกในระยะเวลาอันใกล้
[พิจารณาจากดวงดิถี]
• วันที่ 25 เมษายน 2009 เวลา 10:24น. (New Moon) พบโครงสร้าง
PL (การขยายพันธุ์) =MA (สัตว์) =VE (คน) หมายถึงมีการกลายพันธุ์
• วันที่ 9 พฤษภาคม 2009 เวลา 11:13น. (Full Moon) พบโครงสร้าง
รูปว่าวสามเหลี่ยม SU =ZE =VE =MO เริ่มพบการติดเชื้อในคน
ดูจุดสิ้นสุด
วันที่ 19 กันยายน 2009 เวลา 1:45น. (New Moon) พบโครงสร้าง T-Square ของ A, NE, SA ที่แสดงถึงการค้นพบวัคซีนและจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น นอกจากนี้การพิจาณาวงรอบจุดดับอาทิตย์พบว่ามีความเข้มมากที่สุดในปี 2003 ซึ่งเป็นปีที่เกิดการระบาดของไข้หวัดนก โรคระบาดในปัจจุบันจึงมีระดับความรุนแรงน้อยกว่า
สรุป
คาดว่าภายในปีนี้จะมีการค้นพบวัคซีนป้องกันโรค ทำให้การแพร่ระบาดไม่น่ากลัว
หมายเหตุ:
1. เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัดแต่มีประเด็นที่น่าสนใจ ข้อความใน [] จึงเป็นการขยายความของผู้สรุป
2. สัญลักษณ์ที่อาจารย์ให้ไว้เช่น A= B= C จะหมายถึงความสัมพันธ์เชิงมุมในรูปแบบไหนก็ได้ ทั้งปัจจัยโดด ศูนย์รังสี จุดอิทธิพล ดังนั้นจะรวมถึง A=B=C, A+B-C, A+B+C, A-B-C, A/B//C และอื่นๆ อย่างไรก็ตามอาจารย์เคยกล่าวว่าหลายครั้งเราพบความสัมพันธ์แรงๆในรูปแบบของปัจจัยโดด ที่ประกอบกันเป็นดาวเข้ารูป (Planetary Pictures) และผู้เรียบเรียงเข้าใจว่าในการบรรยายครั้งนี้อาจารย์จะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ในรูปของปัจจัยโดดเป็นหลัก
3. Galactic Center คือจุดศูนย์กลางของจักรวาลทางช้างเผือกที่อาทิตย์เคลื่อนที่หมุนรอบ หรือบางทีเรียกว่าเป็นดวงอาทิตย์ของดวงอาทิตย์ เป็นตำแหน่งศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงที่ดึงดูดดวงดาวในจักรวาลเข้าไว้ด้วยกัน ในจักราศีแบบฤดูกาล จุด GC จะโคจรตามจักราศีในอัตราเร็วปีละ 0.84 ลิบดา หรือ ประมาณ 71 ปีต่อ 1 องศา ล่าสุดอยู่ที่บริเวณ องศาที่ 27 ราศีธนู
4. Sunspot Cycle เกิดจากปริมาณจุดดับบนดวงอาทิตย์มีจำนวนผันแปรเป็นวัฏฏจักรที่มีคาบเฉลี่ยประมาณ 11 ปี ทำให้เกิดการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าไม่เท่ากัน และเกิดปรากฏการณ์สลับขั้วสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศพบว่ามีผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก
อาจารย์เกษม ปาละวิสุทธิ์
มาบรรยายในหัวข้อการพยากรณ์ตามแนวทางโหราศาสตร์ยูเรเนียน อาจารย์ออกตัวว่าไม่ค่อยสบายหลัง NEv กุม SUr ทำให้เหงือกอักเสบ ทานยาแก้อักเสบแล้วแพ้ แล้วเผยเคล็ดลับว่าปากกับอวัยเพศในทางโหราศาสตร์เกี่ยวข้องกัน [พฤษภปกครองปาก, พิจิกปกครองอวัยวะเพศ] โชคดีที่ MAt ไม่เกี่ยวข้องทำให้ไม่เป็นอะไรมาก หลังจากนั้นได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานในฐานะนักโหราศาสตร์เริ่มตั้งแต่ออกดูตามหมูบ้าน จนถึงตั้งสำนักพยากรณ์ขึ้นมา 2 ครั้งซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาจารย์ให้ข้อคิดที่สำคัญว่านักพยากรณ์ไม่ควรเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์และสถานที่ติดต่อเพราะทำให้สูญเสียลูกค้า ช่วงที่ตั้งสำนักงานมีอุปสรรคสำคัญคือค่าใช้จ่ายเนื่องจากรายได้ประเมินล่วงหน้าไม่ได้ เพราะความต้องการของลูกค้าเกิดขึ้นตามอารมณ์ อาจเปลี่ยนใจไม่มาดูทั้งที่นัดล่วงหน้าไว้แล้ว เคยพยากรณ์ตามโรงแรมโดยมีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คเป็นเครื่องมือผูกดวง พบว่าเพื่อนนักโหราศาสตร์อีกท่านที่ใช่จานหมุนและเขียนดาวด้วยมือกลับมีลูกค้าให้ความสนใจมากกว่า เลยได้ข้อคิดว่านักโหราศาสตร์ควรมีลักษณะเด่นจนลูกค้าลืมไม่ลง กรณีเป็นหัวหน้าทีมให้คำแนะนำว่าไม่ควรแย่งลูกค้ากับลูกทีม เล่าถึงประสบการณ์พยากรณ์ในห้างครั้งแรกมีการตั้งโต๊ะพยากรณ์อยู่ในร้านขายหนังสือแถวอิมพีเรียลาดพร้าว พบว่ามีลูกค้ามาก และไม่มีปัญหาเรื่องต้นทุนเพราะเจ้าของร้านหนังสือออกค่าใช้จ่าย พอมาเช่าพื้นที่เองเปิดห้องพยากรณ์กลับมีปัญหาเลยต้องกำหนดว่าลูกค้า 3 รายแรกควรเป็นของหัวหน้าทีมเพื่อสนับสนุนค่าเช่า กรณีร่วมงานในสำนักพยากรณ์ควรระวังการสูญเสียลูกค้าประจำ กรณีที่คิวเราไม่แน่นอนเพราะหัวหน้าสำนักมักมักจัดคนอื่นสลับกับเรา เล่าถึงประสบการณ์พยากรณ์ในห้องอาหารที่คุณโอฬาริกเปิดร้านคิวปิโดและพบกับอาจารย์อารีเป็นครั้งแรก ว่าต้องประชันกับคาราโอเกะ ทำให้ต้องใช้เสียงดังและหลังๆติดเรื่องเสียงดังมาด้วย ช่วงท้ายอาจารย์แนะนำวิธีพยากรณ์โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ดังนี้ 1) แจกนามบัตร 2) ควรวิเคราะห์เหตุการณ์จรลูกค้าละเอียดระดับเดือน โดยเฉพาะการใช้ดวงอมาวสี และพยากรณ์รายเดือนให้ 1 เดือนแถมไปโดยไม่คิดเงิน หากทำนายถูก ลูกค้ามักกลับมาเอง 3)พยากรณ์พื้นดวงได้ถูกมีผลในการดึงลูกค้ากลับมาใช้บริการภายหลังได้น้อย 4) อย่าทิ้งจุดเด่นของยูเรเนียนที่มีการให้รายละเอียดอย่างมากมาย การพยากรณ์น้อยกว่า 1 ชั่วโมงอาจให้คุณภาพต่ำ จึงต้องยอมรับจุดอ่อนของยูเรเนียนที่ต้องใช้เวลาพยากรณ์นานเมื่อเทียบกับการพยากรณ์แขนงอื่น 3ดวงของยูเรเนียนอาจใช้เวลาเท่ากับ 10 ดวงของการพยากรณ์ประเภทอื่น
สุดท้ายอาจารย์ให้คำแนะนำว่ากรณีไม่มีเวลาเกิดแน่นอน การใช้โค้งร่วมกับ JUtและ SAt จะช่วยในการพยากรณ์ได้ แต่ก็ควรบอกลูกค้าถึงโอกาสคลาดเคลื่อน ถ้าลูกค้าไม่ยอมรับก็ควรยอมปล่อยลูกค้าให้กับนักโหราศาสตร์ท่านอื่นๆ
อาจารย์ภารต ถิ่นคำ
มาบรรยายเรื่องโหราศาตร์สมรสตามแนวสากล-ยูเรเนียน ด้วยวิธีการที่เรียกว่าสมพงษ์ดวงชะตา (Synastry) โดยอาศัยแนวทางอาจารย์จรัญ ที่จับคู่ดาวในดวงหญิงและชายเทียบกัน ตามด้วยการส่องรายละเอียดของดาวที่สนใจด้วยยูเรเนียน มีขั้นตอนที่สำคัญคือ (1) ดู SU และ MO ของทั้งสองฝ่ายเปรียบเทียบกันว่ามีมุมสัมพันธ์หรือไม่ ถ้าไม่มีจะไม่สามารถครองคู่กันเลย (2) มุมสัมพันธ์ที่ใช้พิจารณาได้แก่ 0, 15, 22.5, 30, 36, 40, 45, 60, 72, 80, 90, 108, 120, 135 ,140, 150, 160, 180 ยอมให้ระยะวังกระไม่เกิน +/- 1 องศา (3) กรณีสัมพันธ์ด้วยมุมแข็ง คือ 45, 90, 135 ,180 แม้ครองคู่กันก็ต้องอยู่ด้วยความขัดแย้งตลอดเวลา (4) ให้ดู VE และ MA ของทั้งสองฝ่ายเปรียบเทียบกันเพื่อบ่งบอกรสนิยมทางเพศและความพึงพอใจซึ่งกันและกัน มีเคล็ดลับว่าถ้า VE ของฝ่ายหนึ่งสัมพันธ์กับ PL ของอีกฝ่ายมักรักกันและได้เสียกันเร็วมาก (5) แม้ครองคู่กันก็ควรดูวิกฤตของอายุ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อดาวใหญ่จรทำมุมแข็งกับดาวใหญ่เดิม เช่นอายุ 21 (UR), 22 (SA), 28-30 และ 42-45 (SA, JU) เป็นต้น (6) เจาะลึกลักษณะของคู่ครองโดยใช้ศูนย์รังสี เช่น กรณีดูดวงฝ่ายชาย SU/MA บอกลักษณะของสามีว่าเป็นคนแบบไหน, SU/CU บอกลีลาการใช้ชีวิตครอบครัว, MO บอกว่าผู้หญิงที่ฝ่ายชายชอบมีลักษณะเช่นใด, MO/CU บอกว่าผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมีลักษณะเช่นใด เป็นต้น (7) วิธีแก้ไข ดูจากจุดดึงดูดทางเพศ คือ VE/VU หรือ VE/CU แล้วปรับปรุงจากการแต่งกาย (ลัคนา) โดย VE + CU + AS อยู่ตรงไหน ควรแต่งกายตามนั้น เน้นย้ำว่าให้ใช้ +AS ไม่ใช่ -AS เนื่องจาก AS ที่ใช้ต้องเป็นดาวสะท้อน (สิ่งที่คนอื่นมองเห็น) หากต้องการมีโชค (JU) โดย VE + CU –JU อยู่ตรงไหนให้ทำตามนั้นครอบครัวถึงมีความสุข
อาจารย์กิตตินันท์ เจนาคม
บรรยายเรื่องดวงลูกหนังเริ่มจากให้นิยามธรรมชาติของกีฬาฟุตบอล ผู้ชนะคือผู้ที่ยิงประตูมากกว่า การชนะมีทั้งขาดลอยและไม่ขาดลอย ทีมมีทั้งทีมเป็นรองและทีมเล่นไม่เก่ง ต้องเข้าใจธรรมชาติตรงนี้ก่อน ดวงชะตาที่ใช้วิเคราะห์ประกอบด้วย (1) ดวงเมืองที่เป็นที่ตั้งของทีมนั้น โดยใช้ MC และ AS ท้องถิ่นของแต่ละเมือง ส่วน MC และ AS ท้องถิ่นจร จะใช้กรณีทัวร์นาเมนต์ โดยกำหนดให้จรจากวันแรกของการแข่งขันเท่ากับ 1 วันต่อ 1 องศา (2) ดวงวันเริ่มต้นหรือเปิดฤดูกาลจะใช้กรณี Leaque (3) ดวง ณ วัน/เวลาตอนเริ่มแข่งขัน ใช้กรณีเฉพาะเจาะจง เทคนิคเพิ่มเติม (1) ดวงผู้จัดการทีม ผู้รักษาประตูซึ่งนายอูโด้เคยแนะนำ หรือนักกีฬา แต่ต้องระวังการเปลี่ยนตัวระหว่างการแข่งขันและแปลความหมายผิด เช่น JU สัมพันธ์ดีกับผู้จัดการอาจหมายถึงดีใจกระโดดจนตัวลอยเวลาทีมยิงได้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะชนะ ดวงนักกีฬามักบอกเฉพาะความรับผิดชอบและความโดดเด่นในวันนั้น และที่สำคัญเวลาเกิดอาจไม่มีหรือไม่แน่นอน (2) ถ้าดาวเดินช้ายังไม่สนิทองศา ใช้ดาวเร็วดูประกอบได้ แต่ถ้าใช้ดาวเดินเร็ว ศูนย์รังสี จุดอิทธิพล จะต้องสนิทองศากับ MC และ AS ท้องถิ่นช่วงที่กำลังแข่งขัน MOt น่าจะบอกอารมณ์ในช่วง 1องศา หรือ 2 ชั่วโมงได้ดี (3) มุมสัมพันธ์ใดๆ เช่น 7.5 ,22.5 ต้องทดลองดู แล้วเหตุการณ์จริงจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าใช้ได้หรือไม่ได้ (4) ดูว่าฤดูกาลนี้ทีมไหนน่าเป็นแชมป์ให้ดูโครงสร้างใหญ่ของท้องฟ้าว่าทำมุมกับ MC และ AS ท้องถิ่นของใคร MC/AS ท้องถิ่น ยังใช้ดูเมืองที่น่าลงทุนได้อีกด้วย (5) อูโด้แนะนำให้ใช้จุดชนะ (winner points) สัมพันธ์ถึง SU ฝ่ายไหนมากกว่ากัน แต่อาจารย์เห็นว่าการใช้จุดแพ้/ชนะยังมีความไม่แน่นอนเพราะการตีความผิด รวมถึงอย่ายึดมั่นกับความหมายตามตำรามากไป จุดชนะที่สำคัญได้แก่ SU+MA-JU, MA/JU, ZE/KR (6) การหาว่าฝ่ายไหนมีโอกาสทำผิดพลาดมากที่สุด บางครั้งง่ายกว่าหาผู้ชนะ (7) โครงสร้างไหนรู้สึกสะดุดใจให้ใช้อันนั้น ให้ทำตัวเป็นผู้จัดการทีม แม้หลายโครงสร้างมีทั้งดีและไม่ดีและจะมีอันเดียวที่ให้ sense ของการแพ้/ชนะ
สุดท้ายอาจารย์ฝากเป็นข้อคิดว่า (1) ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคเดียวให้หาหลายๆเทคนิคประกอบกัน ขอให้เทคนิคที่ใช้สามารถตอบได้ว่าภายใน 2 ชั่วโมงของการแข่งขัน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองจนมั่นใจ (2) ระวังความรู้สึกจากปัจจัยภายนอก ทำให้ไม่เชื่อดวง เช่นเห็นทีมที่น่าชนะ(ตามดวง) เล่นห่วยหรือชอบ/ไม่ชอบทีมใดเป็นพิเศษ (3) ใครไม่รู้จักฟุตบอลจะทายให้แม่นยำได้ยาก
ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
บรรยายเรื่องสภาวะเศรษฐกิจโลกกับสินค้าเกษตรไทยปี 53 อาจารย์พยายามที่จะตอบคำถาม 3 ข้อคือ (1) เศรษฐกิจไทยถึงก้นเหวแล้วยัง (2) ถ้าถึงแล้ว เด้งกลับแล้วยัง เป็นแบบไหน ตัว L หรือตัว V (3) การใช้ดวงดิถีดูชะตาบ้านเมือง ได้แก่ดวง Full Moon, New Moon, First Quarter, Last Quarter โดยเริ่มจากการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยว่า ปัญหาการตกต่ำของเศรษฐกิจมาจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ทางด้านปัจจัยภายนอก เนื่องจากธนาคารกลางประเทศสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นดำเนินนโยบายผิดพลาด ส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ ตามมาด้วยปัญหาคนว่างงาน การลดการบริโภค และการลดการนำเข้าและการเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบมากเนื่องจากเศรษฐกิจไทยกว่า 60-70% ต้องพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยว ด้านโรงงานคำสั่งซื้อหายตั้งแต่เดือนพ.ย.ปี 51 และเกือบเป็นศูนย์ในเดือน ม.ค.-เม.ย. 52 ขณะที่ปัจจัยภายในเกิดจากความวุนวายทางการเมืองทำให้ไทยในช่วงต้นปีจัดลำดับเป็นประเทศอันตรายลำดับ 8 ของโลก อย่างไรก็ตามจากข้อมูลเศรษฐกิจประเทศไทยผ่านจุดเลวร้ายไปแล้วในเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนคำถามที่ว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นแล้วยังอาจารย์พิจารณาจากดัชนีเศรษฐกิจเดือนก.ค. 52 ซึ่งเป็นเดือนล่าสุดที่มีข้อมูล ทั้งตัวเลขการใช้กำลังการผลิต การบริโภคภาคเองชน และการลงทุนพบว่ายังมีการลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และติดลบในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนๆหน้า แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงก้นเหว ยังคงดิ่งลงอยู่แต่ลงในอัตราที่ช้าลง แต่ที่ดูเหมือนกับว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้วเนื่องจากการบริโภคมีสัญญานดีขึ้น เนื่องจากภาครัฐกู้เงินมาสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจารย์แสดงความวิตกว่าดัชนีเศรษฐกิจบางตัวแย่กว่าปี 2540 ขณะที่ดัชนีการนำเข้าเครื่องจักรวัตถุดิบติดลบมาโดยตลอด โดยเฉพาะเดือนล่าสุดก็ลบกว่า 21% อาจแสดงว่าภาคโรงงานอาจมีแผนลดการผลิตลงในอนาคต
สุดท้ายอาจารย์บรรยายถึงวิธีพิจาณาเหตุการณ์บ้านเมืองผ่านดวงดิถี (1 เดือนใช้ 4 ดวง) โดยแนะนำว่า(1) ให้ผูกดวงดิถีแล้วเพ่งเล็งไปที่ปัจจัยที่อยู่ใกล้ MC และ AS ของดวงดิถี (2) ดวงดิถีที่น่าพิจาณามากที่สุดคือดวงดิถีที่อยู่ก่อนและหลังดวงสงกรานต์ (3) ดวงดิถีมีโอกาสบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งก่อนหรือหลังเหตุการณ์สำคัญ ยกตัวอย่างเมื่อผูกดวงวันที่ 26 มี.ค.52 (New Moon) พบ MC กุม SA เล็ง MA ต่อมาก็เกิดกรณีจราจลของกลุ่มเสื้อแดง ส่วนอนาคตใกล้ๆลองผูกดวงดิถี วันที่ 26 Sep 09 (First Quarter) พบ SA กุม MC จึงน่าพิจาณาดูว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น
อาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย
บรรยายเรื่องภัยหวัด 2009 พิษเศรษฐกิจ และปัญหาการเมืองในประเทศไทย เริ่มต้นอาจารย์สันนิษฐานว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก น่าเกี่ยวข้องกับวงรอบ Saros ที่ 136 ซึ่งจะมีสุริยคราสทั้งสิ้น 72 ครั้ง เกิดขึ้นแต่ละครั้งกินเวลาประมาณ 18 ปี หลังจากนั้นได้ยกตัวอย่างโรคระบาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตพร้อมกับมุมดาวที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปี 1918 เปิดไข้หวัดสเปน พบ JU/NE กุม PL ฉาก UR ถัดมาปี 1919 JU+NE-NO = MC[ไทย] จึงเริ่มระบาดมาที่ประเทศไทย ครั้งล่าสุด 2009 ที่เกิดขึ้นที่เม็กซิโก พบ JU/NE = NO ซึ่งหมายถึงการระบาดใหญ่ (NE คือการฟุ้งกระจายหรือการระบาด, JU คือการขยายตัวหรือมหาศาล) และยังพบ SA สัมพันธ์กับ MC[เม็กซิโก], AS[สหรัฐ], MC[แคนาดา] และ AS[ไทย]ย้ำว่าในปี 53 ยังพบโครงสร้าง JU + NE –MO = M[ไทย] แสดงว่าประเทศไทยยังเสี่ยงต่อการระบาดในปีหน้า เวลาพิจารณาแนะนำว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นที่ไหนต้องดู MC และ AS ของประเทศนั้นๆควรสนิทองศาจากปัจจัยที่พิจารณา
ถัดมาอาจารย์บรรยายเรื่องพิษเศรษฐกิจ กล่าวว่าปี 52เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของโลก (VE=15องศาราศีกุมภ์ตำแหน่งจุลทวาร, SU=พลูโต=มกร ราศีทวาร) ส่วนปี 53 เศรษฐกิจโลกยังไม่ดี (VE/PL =HA) สำหรับประเทศไทยการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกทำให้ประเทศไทยดีขึ้นในปี 54 (VE/PL = [MC/VE]ไทย) อาจารย์ย้อยกลับไปปี 51 เมื่อจุดเริ่มเศรษฐกิจตกต่ำเกิดขึ้นที่สหรัฐ เมื่อพลูโตย้ายเข้ามกร เป็นผลเสียต่อสหรัฐ เนื่องจากวันก่อตั้งธ.กลางสหรัฐ (ตั้งเพื่อให้เงินกู้ประเทศอื่นใช้) และวันชาติสหรัฐอยู่ในราศีกรกฎ (ดาวอยู่กับใคร คนนั้นได้) ประเทศในราศีมกรที่ได้ประโยชน์ได้แอฟริกา และอินเดีย (ราศีมกรเปรียบเสมือนภาคใต้ แขก และคนดำ) ส่วนจีนอยู่ในราศีตุลย์ก็ได้ประโยชน์ในฐานะที่เป็นตัวกลาง แต่ปี 53 SA ย้ายเข้าราศีตุลย์ จีนจะเริ่มรับผลกระทบ
สุดท้ายก็บรรยายเรื่องการเมื่องโดยยกตัวอย่างเรื่องวงรอบและการเกิดขึ้นซ้ำของเหตุการณ์เชิงอุปมาอุปไมยว่าแต่ละวงรอบมีเหตุการณ์คล้ายกันแต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ได้ยกตัวอย่างวงรอบ 30 ปีโดยเปรียบเทียบช่วง 6 ต.ค.ปี 19 หลังเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา ต่อมาวันที่ 8 ต.ค. 19 เกิดการปฏิวัติและคุณธานินท์ กรัยวิเชียรขึ้นเป็นนายกฯ หลังสิ้นสุดตำแหน่งก็ได้รับการโปรดเกล้าให้เป็นองคมนตรี ขณะที่ปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 ก็ได้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ซึ่งเป็นองคมนตรีมารับตำแหน่งเป็นนายก อาจารย์ตั้งข้อสังเกตว่าถัดมาปี 2524 ช่วงขุดแก๊สในอ่าวไทยครั้งแรกการลงทุนเพิ่มตามมา ปี2554 การลงทุนในประเทศไทยก็น่าจะเพิ่มขึ้น สรุปท้ายว่าปี 53 ตลาดหุ้นกับทองคำยังเป็นฟองสบู่ยังคงต้องระมัดระวัง
เรื่องสุดท้ายอาจารย์บรรยายถึงปัญหาการเมืองไทย โดยใช้ดวงชะตาคุณอภิสิทธ์เป็นหลักพบว่า (1) วันที่ 17 ธ.ค. 51 คุณอภิสิทธ์ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นนายกฯ พบโครงสร้าง SU + KR – VE ซึ่งเป็นจุดโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสัมพันธ์กับ Mr (SU + KR หมายถึงกษัตริย์, VE หมายถึงคน) แสดงว่าหลัง 17ธ.ค. 51 คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ (ตราบที่ยังไม่มีโครงสร้างร้ายแรงลบล้างโครงสร้างนี้?) (2) ต่อมาดวงสงกรานต์ 21 ธ.ค. 51 พบ MC = ZE = [MC/MO]อภิสิทธิ์ แสดงว่าอภิสิทธิ์ยังเป็นนายกฯในปี 52 เพราะ ZE หมายถึงความสามารถในการบังคับบัญชา ไม่ได้หมายถึงการเผาไหม้แต่อย่างใด (3) ดวงสงกรานต์ 22 ธ.ค. 52 พบว่า MC/KR = MCr แสดงว่าคุณอภิสิทธิ์ยังเป็นนายกในปี 53 (4) เกี่ยวกับอนาคตอันใกล้ ลองผูกดวง 19 ก.ย. 52 (New Moon) เทียบดวงคุณอภิสิทธ์ที่วิตกว่ามี SA, SU, MO, VE กุมกับ SUv แต่ SUv จะหมายถึงคนที่เกิดวันเดียวกับคุณอภิสิทธ์ไม่ใช่คุณอภิสิทธิ์ เนื่องจากคุณอภิสิทธ์มีเสาร์สันโดด เกิดต่างประเทศ และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่เมืองนอก จึงใช้เสาร์อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว และในช่วงเวลาดังกล่าวคุณอภิสิทธ์ไปยูเอ็นไม่ได้อยู่ในไทย ส่วนโครงสร้าง MA/UR ที่เล็ง [ASสะท้อนและMC]อภิสิทธ์ อาจหมายถึงพ่อแม่ ถ้าคุณอภิสิทธ์ไม่ได้ไปหาหมอให้เจาะเลือดก็อาจหมายถึงพ่อ-แม่คุณอภิสิทธิ์ป่วย ในโครงสร้างดวงคุณอภิสิทธิ์ยังพบว่า MEr+SAr-NEr = SUr อาจต้องมีการเดินทางทั้งชีวิต และในช่วงดังกล่าว SAt ที่แปลว่าไกลอยู่เรือนที่ 3 แสดงว่าอาจมีการติดต่อสื่อสารทางไกลผ่าน Video Conference มาประเทศไทย
อาจารย์กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่บางท่านเกรงว่าวันที่ 19 ก.ย. 52 อาจมีเหตุการณ์ปฏิวัติเหมือนที่เกิดเมื่อ 19 ก.ย. 49 นั้น โดยหลักการแล้ว (1) ไม่มีทฤษฎีใดๆกล่าวถึงวงรอบ 3 ปี (2) ดวง NEW MOON ไม่มีโครงสร้างปัจจัยที่แสดงเหตุการณ์รุนแรง ซี่งที่จริงดวงสงกรานต์ 21 ธ.ค. 51 ก็ได้ยืนยันแล้วว่าผู้นำสามารถจัดการได้ (3) ขอให้นอนหลับฝันดีทุกคน
อาจารย์อดิเทพ ศรีรัตนไพฑูรย์
บรรยายเรื่องข้อสังเกตเกี่ยวกับภัยพิบัติ โดย (1) ตั้งข้อสังเกตว่าในดวงเมืองของกรุงเทพฯ (21 เม.ย. 2325 เวลา 6:54 น.) พบโครงสร้าง MA/NE ตั้งฉาก HA แสดงว่าประเทศไทยมีโอกาสเกิดน้ำท่วมหรือโรคระบาด (2) หาช่วงเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ เริ่มจากหาผลต่างโครงสร้าง MA+NE-HA (38องศา50ลิบดา) และ NO ที่เป็นจุดติดต่อของโรค (16องศา8ลิบดา) ได้ผลต่างเท่ากับ 22องศา40ลิบดา ดังนั้นจะเกิดเหตุการณ์ในปีที่โค้งเป็นจำนวนเท่าของผลต่าง ทดลองเอา 10 คูณผลต่างได้ค่าโค้งเท่ากับ 224 องศา ตรงกับโค้งของดวงทินวรรษปีนี้ และเชื่อว่าเหตุการณ์อาจรุนแรงในปี 54 เนื่องจากพบโครงสร้าง NE/VU=ASr (น้ำท่วม), NE/HA =MA+NE-HA =SUr (โรคติดเชื้อ) และ SA+NE =ARr (โรคระบาด)
ข้างล่างนี้เป็นงานวิเคราะห์ที่ผมทำไว้ครับ
ลองศึกษากันดูนะครับ
น้ำจะท่วมกทม.หรือจังหวัดใกล้เคียง และจะเกิดโรคระบาดในปี พ.ศ.2555(ค.ศ.2012) หรือเปล่า
จากดวงกทม. พบว่า
MA/NE = HA = 90
หรือเขียนใหม่เป็น MA+NE-HA = HA
MA+NE-HA (โรคระบาด) มีตำแหน่งอยู่ที่ 38 องศา 50 ลิปดา จากจุดเมษ
NO (การติดต่อ) มีตำแหน่งอยู่ที่ 16 องศา 08 ลิปดา จากจุดเมษ
ทั้งสองตำแหน่งมีผลต่างเท่ากับ 22 องศา 40 ลิปดา
ค่าโค้งปัจจุบัน(ทินวรรษพ.ศ.2552) ของกทม.เท่ากับ 221:04
เอา10 คูณ 22:40 ได้ 224:00
นำค่า 224 ไปป้อนในช่องของค่าโค้ง จะตรงกับวันที่ 7 มีนาคม 2555
จากนั้น ให้ตั้งดวงทินวรรษ 2555
ข้อมูลบางส่วนจากดวงทินวรรษ พ.ศ.2555
1) (-NE) t = SUt/MOt = 0
2) [NE/VU] t = [NE/VU] v2 = ASr = 0
3) [MA+NE-HA] t = [MA+NE-HA] r = 0 error2 องศา 20 ลิปดา
4) [MO+HA-AD] t = [MO+HA-AD] r = 0 การถึงแก่กรรมของประชาชนเพราะโรคระบาด
= ADv1 = 90
= (-MOr) = 180
5) [MA+NE-NO] t = [MA+NE-NO] r = 0 แปลว่าการติดต่อของโรค
= [SU/HA] t = 180
= [AR/MO] r = 180
= [SU/UR] r = 180
= NOr = 135
6) [UR/NE]t = MCv1 = 180 = (-MC) t = 0
[UR+NE-MC] t = [UR+NE-MC] r = 180
= (-SUr) = 180 = [SA+NE-HA] r = 90
= (-MOr) = 90
แปลรวมว่า “เกิดวิกฤติในกทม. = โรคระบาดในหมู่ประชาชน”
7) [MA+SA-MC] t = [MA+SA-MC] v1 = 90 = MCv1 = 0
8) [SA/NE] t = HAt = AR
ดวงอมาวสี 22/3/2555
1) [MA+NE-HA] t = [MA+NE-HA] r = 0 error 3 ลิปดา
2) [NE/HA] t = SUr = 0 error 11ลิปดา
3) [NE/VU] t = [NE/VU] v2 = 0 error 1 องศา 6 ลิปดา
= ASr = 0 error 44 ลิปดา
4) [SA/NE]t = HAt = 180
= ASr = 135
= SAv1 = 135
= เมษ = 90
5) ที่จุดอมาวสี = [ME/UR]t = 0
= [MA/SA]t = 180
= [MC/AS]t = 180
หากตั้งดวง เหมายัน 21/12/2555 พบว่า
1) [NE/VU] t = [NE/VU] v2 = ASr = 0
= MCt = 45
2) SUr = [NE/HA] t = 0 error 13ลิปดา
= [UR/AD] t = 0 error 13 ลิปดา
= APt = 180 = error 1 องศา 12 ลิปดา
ยังมีโครงสร้างสำคัญของ SUr ที่แสดงผลในช่วงเวลาเดียวกันด้วยกล่าวคือ
จากดวงกำเนิดของกทม.
SUr = [NE+VU-AD] r = 135
30:58 254:58
ทั้งสองมีผลต่างเท่ากับ 224 ด้วยเช่นกัน
NE+VU-AD แปลว่า “การเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารของสภาพความเป็นอยู่”
โครงสร้างนี้ บ่งบอกล่วงหน้า มาตั้งแต่ เหมายัน 22/12/2554
[NE+VU-AD] t = [NE+VU-AD]r = 135
= [NE+VU-AD] v1 = 90
อีกโครงสร้างหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือ
UR+ZE-HA แปลว่า “กำลังที่ทำให้เกิดการทำลาย เนื่องจากอำนาจธรรมชาติ”
ในหนังสือพระเคราะห์สนธิเขียนไว้ว่า เป็นพายุฝนฟ้าคะนอง แผ่นดินไหวในทะเล ซึ่ง
UR+ZE-HA = NO = 135
= PO = 135
= AR/MO= 180
= SU/SA = 90
อมาวสี 5/3/2554
1) SUt.MOt = SUv1 = 90
2) [UR+ZE-HA] t = [UR+ZE-HA] v1 = 0
3) [NE/VU] t = [NE/VU] v1 = 90 = URv1
= SolarDay = 90
อมาวสี 3/4/2554
PLt = [MA/SA] t = 0
= [UR/ZE] t = [UR/ZE] v2 = 90
= [SU.MO] t/ [MA.UR] t = 90
SUt.MOt = SAt.ZEt = 180
= MCt = ASt = 135
= [UR+ZE-HA] t = [UR+ZE-HA] v1 = 90
= ADr = 90
ทินวรรษ 2554
[UR+ZE-HA] t = [UR+ZE-HA] r = 135
และในช่วง เหมายัน 22/12/2554
[UR+ZE-HA] t = [UR+ZE-HA] v1 = 0
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
ยังมีโครงสร้างอื่นๆอีกมาก ที่อาจทำให้การแปลความหมาย จะต้องแปลไปในอีกทิศทางหนึ่ง
แต่ไม่สามารถ เขียนบอกกันในที่นี้ได้ครับ
คงตั้งเป็นประเด็นเรื่องน้ำท่วมและโรคระบาดไว้ก่อน
ข้อสังเกตุอีกประการหนึ่ง "ในขณะนี้วงการแพทย์กำลังทดลองยาต้านไวรัสเอดส์ในมนุษย์"
ผู้แสดงความคิดเห็น อดิเทพ ศรีรัตนไพฑูรย์ วันที่ตอบ 2009-09-20 04:32:58 IP : 58.10.90.23
ความเห็นที่ 6 (1986244)
เพื่อให้ สมบูรณ์มากขึ้น ผมขอรบกวนช่วยเพิ่มคำแปล ตัวสีแดง ต่อท้าย
อีกโครงสร้างหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือ
UR+ZE-HA แปลว่า “กำลังที่ทำให้เกิดการทำลาย เนื่องจากอำนาจธรรมชาติ” ในหนังสือพระเคราะห์สนธิเขียนไว้ว่า เป็นพายุฝนฟ้าคะนอง แผ่นดินไหวในทะเล ซึ่ง
UR+ZE-HA = NO = 135 แนวเขต
= PO = 135 king of an ocean
= AR/MO= 180
= SU/SA = 90
แปลรวมว่า "การอพยพประชาชนตามแนวชายฝั่ง" สาเหตุจาก UR+ZE-HA
ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงอีกครั้งครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น อดิเทพ ศรีรัตนไพฑูรย์ วันที่ตอบ 2009-09-21 10:55:28 IP : 58.10.90.253
อาจารย์หนุ่ม พยากรณ์
สาธิตโปรแกรม Uranus เริ่มจากการอธิบายปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังการจัดทำโปรแกรม ประกอบด้วย (1) เบื้องบนเป็นเช่นใดเบื้องล่างไซร้เป็นเช่นนั้น = โปรแกรมต้องสามารถจับคู่โครงสร้างดาวเข้ารูปที่ปรากฏบนฟ้าขณะนั้นเข้ากับโครงสร้างดาวเข้ารูปที่ปรากฏบนพื้นดวงชะตา (Same-As Planetary Picture) (2) อนาคต ปัจจุบัน เฉกเช่นกันกับอดีต หรืออีกนัยหนึ่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเหมือนกันโดยอุปมาอุปไมย = โปรแกรมต้องสามารถคำนวณวงรอบด้วยวิธีต่างๆทั้งครึ่งโค้ง, โค้ง, สองเท่าโค้ง เป็นต้น (3) จำเป็นและพอเพียงเป็นข้อพึงพินิจ = สูตรดาวมีกว่า 5 พันสูตร ทำอย่างไรจึงสามารถดึงสูตรเฉพาะที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องใช้ออกมา โปรแกรมจึงมีความฉลาดในการพิจาณาความสัมพันธ์ของปัจจัย ด้วยการอ่านสมการจากการตั้งปัจจัยเป็นแขนดาวมาเปรียบเทียบกับโครงสร้างสมการในสารานุกรมพระเคราะห์สนธิ และสามารถดึงเอาเฉพาะโครงสร้างที่เกิดขึ้น ณ วัย และเวลาขณะนั้น (4) ดาวทำมุมต้องคิด ดาวมีสิทธิไม่ทำงาน = เป็นเรื่องของการครบวงจร จากแนวคิดที่ว่าโครงสร้างใดจะทำงาน ต้องสัมพันธ์และคล้องจองกันทั้งดวงเดิมและดวงจร อาทิเช่น เป็นความสัมพันธ์สลับ (Reciprocal) เช่นพฤหัสจรถึงเสาร์เดิม เสาร์จรต้องถึงพฤหัสเดิมด้วย, ความสัมพันธ์ Same-AS เช่น ปัจจัยใดๆที่แขนถึงแกนในดวงจร ต้องปรากฏปัจจัยนั้นมีแขนถึงแกนในดวงเดิมด้วย หรือแทนด้วยสมการ t A+B-C = r A+B-C, t A+B-C = v A/B//C เป็นต้น
จากนั้นอธิบายถึงเครื่องมือใหม่ๆที่อยู่ระหว่างการทำวิจัย ได้แก่ (1) โค้งจันทรยาตร์ (จันทรคติ) จจย.จค (V6) กำหนดให้ 1 วันจันทร์จรเท่ากับ 1 เดือนจันทรคติ (27.5 วัน) ซึ่งเป็นคนละตัวกับโค้งจันทรยาตร์ (สุริยคติ) จจย.สค (V3) ที่กำหนดให้ 1 วันจันทร์จรเท่ากับ 1 เดือนสุริยคติเหมือนตำราทั่วๆไป (2) Minor Meridian Progress (pMC or Mp) กำหนดให้ 1 วันเท่ากับ 361 องศา (3) โค้งเมอริเดียนหรือ Meridian Direction (pMC or Mp) V8 (4) ดาวเด่น หรือ Aspect Dominance ใช้ปัจจัยทำมุมกับจุดเจ้าชะตาสำคัญถ่วงน้ำหนักจากระยะคลาดเคลื่อน (วังกะ) ต่างกับวิธีของอาจารย์ประยูรที่มีการพิจาณาปัจจัยใน 1-4-7-10 ของเรือนชะตาเมอริเดียน
แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเห็นมากขึ้นได้แก่ ผ่านเว็ป, มีลูกเล่น, GUI เช่นหน้าจอ Touch Screen และใช้เป็น E-Learning ได้
Uranus Roadmap หรือแผนการพัฒนาโปรแกรมในอนาคตที่คิดจะทำประกอบด้วย (1) จานคำนวณ 2 ชั้นเพื่อรำลึกถึงอาจารย์จรัญ (2) Harmonics Dial ในทุกมุม (3) Uranian House (4) Classical Wheel (5) Graphical Ephemeris (6) Synastry Analysis (7) Report Generator (8) Atlas, Daylight Saving Time (9) Intelligence Close Circuit (10) GUI
New Feature สำหรับรุ่นปัจจุบัน (2.2.48) ประกอบด้วย (1) ! หมายถึงเกิดโครงสร้าง Reciprocal (2)!! หมายถึงเกิดโครงสร้าง Same-As Planetary Picture (3) | หมายถึง Planetary Picture
คุณสมัคร บัวชู (อธิ อัฐกาล)
สาธิตโปรแกรม Aries ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับนักโหราศาสตร์ยูเรเนียนที่ต้องการลดเวลาในการพิจาณาปัจจัย เช่นหมอดู 1900 และใช้ในการค้นคว้าวิจัย จุดเด่นของประแกรมประกอบด้วย (1) สามารถกำหนดพจนานุกรมสูตรพระเคราะห์สนธิได้จากหลายตำราทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ช่วยในการค้นคว้าถึงที่มาสูตรพระเคราะห์สนธิต่างๆ (2) แสดงโครงสร้างสูตรพระเคราะห์สนธิที่ให้ผลดี/ร้าย หนัก/เบาด้วยสี ช่วยลดเวลาพิจารณาปัจจัย (3) หน้าจอที่แสดง Dial Wheel สามารถแสดงเฉพาะโครงสร้างสูตรที่สำคัญที่กำลังพิจารณาอยู่ (4) Dial Wheel มีขนาดใหญ่ และเส้นกริดแสดงมุมสัมพันธ์ชัดเจนอ่านได้ง่าย (5) พูดได้ ในการบรรยายคุณสมัครลองผูกดวงเด็กแฝดที่เกิดห่างกัน 10 นาที แต่มีคนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว โปรแกรมสามารถแยกโครงสร้างดี/ร้ายด้วยสีทำให้สามารถเห็นความแตกต่างของสองดวงชะตาได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ
บรรยายเรื่องความสำคัญของสมผุสดาวที่ถูกต้อง เริ่มจากกล่าวถึงมูลเหตุจูงใจในการค้นหาวิธีคำนวณสมผุสดาวให้ถูกต้องและคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดว่าเกิดจากความต้องการทางด้านปฏิบัติการพยากรณ์และด้านทฤษฏีการพยากรณ์ที่ต้องการความเที่ยงตรง ได้แก่
• การปรับแก้เวลาเกิดรายนาที [โดยเฉพาะเมื่อใช้กับความหมายประจำองศา อาทิ การใช้ Sabian Symbol]
• การปรับแก้ Vernal Equinox สำหรับพยากรณ์จรปัจจุบัน เนื่องจาก จุดวสันตวิษุวัตรหรือจุด Vernal Equinox มีการโคจรย้อนจักรปีละ 50.25ฟิลิบดา” หรือ 70 ปีต่อ 1 องศา ทำให้อ้างอิงตำแหน่งดาวไม่คงที่ [จุดเมษในดวงชะตาเดิมและดวงชะตาจรไม่ตรงกัน]
• การปรับแก้โดยโค้งสุริยยาตร์ เนื่องจาก 1 องศาจะเท่ากับ 1 ปี ดังนั้นหากตำแหน่งของปัจจัยที่พิจารณาคลาดเคลื่อนไป 5ลิบดา การเกิดขึ้นของเหตุการณ์จะคาดเคลื่อนได้เป็นเดือน หรือ 10 ฟิลิบดาต่อวัน อาจารย์ตั้งข้อสังเกตุว่าลูกค้าบางรายหากทายผิดไป 10 วันก็หาว่าไม่แม่นแล้ว
• ทฤษฏีพรมแดนสัมบูรณ์และระยะวังกะ 1 ลิบดา [แต่ละราศีและองศาต่างมีเขตแดนที่สมบูรณ์ ณ จุดสิ้นสุดแต่ละราศี หากเลยเพียง 1 ลิบดาก็ถือว่าย้ายราศี และความหมายเปลี่ยน โดยเฉพาะถ้าใช้ความหมายประจำองศา ปัจจัยคลาดเคลื่อนไป 1 ลิบดาก็เปลี่ยนความหมายแล้ว]
• ทฤษฏีระยะวังกะมุมสัมพันธ์ ง่ามมุมระหว่าง 2 ปัจจัยมีความหมายเฉพาะ [สามารถนำมาพยากรณ์ได้โดยใช้ความหมายประจำองศา]
• ทฤษฏีโหราศาสตร์ยุคใหม่ เช่น Parallax [การคลาดเคลื่อนของตำแหน่งดาวที่ปรากฏ เนื่องมาจากการเปลี่ยนตำแหน่งสังเกตการณ์บนโลกเมื่อเทียบกับตำแหน่งอาทิตย์]
อาจารย์เสริมว่าการเลือกสูตรดาวและที่มาตำแหน่งดาวจะพิจารณาจาก
• ความจำเป็นของทฤษฏีที่ใช้ [ทฤษฏีเก่าอาจไม่ต้องการความแม่นยำมาก แต่ทฤษฏีใหม่อาจต้องการ]
• ความแม่นยำของการกำหนดเวลาเกิดเหตุ ในระดับ ยุค/ปี/เดือน/วัน/ชั่วโมง/นาที/วินาที
• ที่มาของตำแหน่งดาว มีทั้งจากปฏิทินดาวและซอฟท์แวร์ [ซึ่งมีความแม่นยำต่างกัน]
• ความคลาดเคลื่อนของระบบ [เช่นหากต้องลงดวงชะตาด้วยมือ ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนสูงอยู่แล้ว สูตรที่ใช้ก็ไม่ต้องการความยำมาก]
จากการทำวิจัย อาจารย์พบว่าตำแหน่งดาวที่แม่นยำที่สุดจะมาจากปฏิทินดาว The American Ephemeris ของ Neil F. Michelsen ขณะที่สูตรคำนวณตำแหน่งดาวที่ให้ความแม่นยำสูงเป็นสูตรของ Bretagnon/Simon และสูตรที่ใช้คำนวณดวงจันทร์เป็นของ Chapront ทำให้ปัจจุบันโปรแกรม PlaPlace [ที่พัฒนาโดยอาจารย์] มีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 10 ฟิลิบดา
หมายเหตุ: เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัดแต่มีประเด็นที่น่าสนใจ ข้อความใน [] จึงเป็นการขยายความของผู้สรุป
คุณพงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย (Pallas)
มาบรรยายเรื่องการกลับมาของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ โดยใช้ดวงดิถีประกอบตัวอย่างการบรรยาย โดยเริ่มจากให้คำจำกัดความของเศรษฐกิจตกต่ำ (Depression) ว่าคือภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดเวลานานหลายปีและส่งผลกระทบไปหลายประเทศ จากนั้นได้บรรยายถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วง 1930s ว่าเริ่มจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงในสหรัฐ และซ้ำเติมด้วยนโยบายการเงินการคลังที่ตึงตัว หลังจากที่ UR (ดาวแห่งความพลิกผัน ตื่นตระหนก และความตรึงเครียด) จรเข้าราศีเมษและ กุม HA (ดาวแห่งทุกขเวทนาและความขนาดแคลน) ในปี 1928 และกุม AD (ดาวแห่งการหยุดชะงัก)ในปี 1929 และตามด้วยโครงสร้าง T-Square ของ SA, UR, PL ในจรราศีในปี 1930 หลังจากนั้นเศรษฐกิจถึงจุดต่ำสุดในปี 1932 เมื่อโครงสร้างวิกฤตคลายตัวลง และกลับมาขยายตัวอีกครั้งเมื่อรัฐและธนาคารกลางประเทศต่างๆเปลี่ยนนโยบายมาเป็นแบบคลายตัวและอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่ JU (ดาวแห่งเศรษฐกิจและการขยายตัว) เข้ากุม NE (ดาวแห่งความฟุ้งเฟ้อ) และ AP (ดาวแห่งการค้า) จากนั้นก็บรรยายถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในรอบนี้ เริ่มต้นจากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐแตก หลังโครงสร้าง T-Square ของ SA, NE, AD ทำงาน ทำให้เกิดการตื่นตระหนกในตลาดการเงิน เมื่อ SA เล็ง UR ในปี 2008 จากนั้นรัฐบาลในหลายประเทศก็อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ (JU กุม NE แลกราศีกับ UR) ทำให้ดูเหมือนเศรษฐกิจฟื้นแล้ว แต่ปัจจัยทางโหราศาสตร์ได้บ่งชี้ว่าจุดต่ำสุดที่แท้จริงน่าอยู่ใน ปี 2010 เพราะเป็นช่วงที่โครงสร้าง Grand Cross ของ MA, SA, PL, JU, UR, HA เริ่มก่อรูปที่จุดทวาร ซึ่งจะเข้าสู่จุดวิกฤตในช่วงวันที่ 31 ก.ค. 2010 เมื่อ MA ดาวแห่งกิจกรรมและความไม่สงบ ข้ามากุม SA ที่จุดตุล ร่วมด้วย MO ที่เข้ากุมจุดเมษ ในช่วง 1-2 เดือนนั้นโลกคงเจอกับวิกฤติการณ์สำคัญทั้งทางเมือง เศรษฐกิจและสังคม ส่วนการคลี่คลายของเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2010 เมื่อ SA จรออกจากตรียางค์แรกของบราศีตุลย์ ตามด้วย JU จรออกจากแกนวิกฤตินี้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2011 อย่างไรก็ตามอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในปี 2012-2015 เมื่อ UR และ PL ซึ่งหมายถึงการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างปุปปับฉับพลัน จะทำมุมฉากต่อกันถึง 7 ครั้งตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2012 ถึง 17 มีนาคม 2015 โดยเฉพาะต้นปี 2015 เกิดโครงสร้าง T-Square ของ UR, PL, NO โดยมี MA และ VE กุม UR และทำมุม 45 องศากับ AD ซึ่งอาจบ่งบอกถึงวิกฤตในตลาดหุ้น
สุดท้ายผู้บรรยายกล่าวสรุปว่าวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการกลับมาของเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ แม้จะมีความคล้ายคลึงกันหลายประการแต่ก็มีความต่างกัน และความแตกต่างที่สำคัญในเชิงโหราศาสตร์ คือช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ 1930s มีโครงสร้างวิกฤตหลายโครงสร้างเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบันมีช่วงผ่อนคลายที่ JU เข้ากุม NE ถึง 3 ครั้งในปี 2009
ปิดท้ายด้วยดร.จรัสโรจน์ บถดำริห์ทายาทของอาจารย์จรัญก็ขึ้นมากล่าวปิดงาน และเชิญอาจารย์อารี สวัสดี ให้เกรียติเพื่อแจกใบประกาศเกีรติคุณให้กับวิทยากรทุกท่านที่ยังคงอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาตั้งแต่ช่วงเช้า ลำดับต่อมาถ่ายรูปร่วมกันกับสมาชิกผู้มาร่วมงานซึ่งเป็นประเพณีหรือธรรมเนียมของชมรมSkyclock เป็นที่ระลึกทุกครั้งที่จัดงานเป็นอันสิ้นสุดของงานสัมมนาที่จบลงไปได้โดยสะดวกราบรื่น แล้วพบกันใหม่ในปีหน้านะครับทุกท่าน
หมายเหตุ: หากมีการตกหล่นประเด็นที่สำคัญ หรือเกิดความผิดพลาดในการสรุปเนื้อหา อันเกิดจากความเข้าใจผิดของผู้สรุป ผู้สรุปก็ต้องขออภัยวิทยากรทุกๆท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
ด้วยความเคารพในศาสตร์แห่งการพยากรณ์
อุชุจาโร
15 กันยายน 2552 เวลา 20:32 น.
หมายเหตุ: เพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจบทสรุป ผู้สรุปจะใช้สัญลักษณ์แทนความหมายปัจจัยต่างๆที่วิทยากรแต่ละท่านอ้างอิงถึง ดังต่อไปนี้
สัญลักษณ์ ความหมาย สัญลักษณ์ ความหมาย สัญลักษณ์ ความหมาย
AR จุดเมษ MA อังคาร CU คิวปิโด
AS ลัคนา JU พฤหัส HA ฮาเดส
MC เมอริเดียน SA เสาร์ ZE เซอุส
SU อาทิตย์ UR มฤตยู KR โครโนส
MO จันทร์ NE เนปจูน AP อพอลลอน
NO ราหู PL พลูโต AD แอดเมตอส
ME พุธ CH ไคร่อน VU วัลคานุส
VE ศุกร์ PO โพไซดอน
สัญลักษณ์ต่อท้าย ความหมาย
r ปัจจัยเดิม
t ปัจจัยจรประจำวัน
v ปัจจัยจรสุริยยาตร์
งานวันโหรจรัญครั้งที่ 5 ประจำปี 2552 “เศรษฐกิจและโรคภัยไทย 2553”
วันที่ 13 กันยายน 2552
ผ่านไปอีกครั้งสำหรับงานวันโหรจรัญครั้งที่ 5 ที่จริงอาจารย์ทรงยศบอกว่าเป็นครั้งที่ 6 แต่ปกรายงานครั้งที่ 5 ดันพิมพ์ผิดเป็นครั้งที่ 4 ก็เลยเลยตามเลย งานครั้งนี้เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระแน่นมากๆ ด้วยวิทยากรด้านโหราศาสตร์ระดับครูหลายท่าน
ก่อนงานได้มีการลงทะเบียนก่อนเข้างาน ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักโหราศาสตร์ด้วยกัน ได้มาทักทายกันหลังจากที่ 1 ปีกลับมาเจอกันครั้งหนึ่ง ชมดูหนังสือของค่ายต่างๆ ร้านหนังสือที่มาวางจำหน่ายได้แก่หนังสือของอาจารย์ประยูร พลอารีย์ นำโดยอาจารย์ปานใจ พลอารีย์ สำนักพิมพ์รัศมีจันทร์ ร้านนี้มีสาธิตโปรแกรมพร้อมกับดูดวงในตัวประกอบการสาธิตจุดเด่นของโปรแกรม และร้านของอาจารย์กิตตินันท์ เจนาคม ซึ่งมีหนังสือหลากหลาย หลายสาขาวิชา น่าสนใจ ต่อมาโหราศาสตร์โยคะซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์จรัญ พิกุลอีกท่านหนึ่ง ได้นำหนังสือฤกษ์สำเร็จรูป ใช้ง่ายไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้โหราศาสตร์ ก็ใช้เป็น มาแจกสำหรับท่านที่มาร่วมสัมมนา
ในกิจกรรมเสริมของการสัมมนาช่วงบ่ายทางskyclock ได้มีกิจกรรมเสริมโดยเปิดห้องพยากรณ์ในช่วงบ่าย เรียนเชิญนักโหราศาสตร์กิตติมศักดิ์ ซึ่งปกติไม่ได้รับดูดวงทั่วไป แต่ละท่านฝีมือระดับที่ลูกศิษย์ลูกหาใหญ่ๆโตๆ พึ่งพาเป็นร่มโพธิ์ไม่ให้ออกไปทำนายที่อื่น มีแต่จ่ายค่าเครื่องไปกลับพร้อมกับซองปัจจัย บางท่านไปเพื่อช่วยวิเคราะห์ในการทำมาหากินของลูกศิษย์ให้คล่องให้รวยยิ่งๆขึ้น ซึ่งในการดูหมอ(ตามศัพท์โหร)ครั้งนี้ เงินทั้งหมดเข้าชมรมskyclockเพื่อเป็นทุนในการจัดงาน ลูกค้าที่มาดูส่วนมากเป็นนักโหราศาสตร์ของแต่ละค่าย บางท่านมาดูเทคนิคการทำนายของskyclockว่าเป็นอย่างไร มีเทคนิคอะไรบ้าง อัดเทปเก็บไว้ฟังด้วย บางท่าน1คนแต่ขอจองนักโหราศาสตร์3 ท่านก็มี 3 ท่าน3เทคนิค คุ้มค่า
ดูหมอไปซักด้วยว่าดูอย่างไร คำพูดนี้มาจากดาวตัวไหน คุ้มค่าดูได้บำรุงชมรม ได้ดูดวง ได้วิชาติดกลับบ้านไปด้วย
รายนามนักโหราศาสตร์ที่มานั่งทำนายทายทักดังนี้
1.อาจารย์วรเชรษฐ ติยเกษม ลูกศิษย์อ.จรัญ พิกุลสายเชียงใหม่
2.อาจารย์ภารต ถิ่นคำ webmaster Astroclassical.com
3.อาจารย์หนุ่ม webmaster payakorn.com
4.อาจารย์ทรงยศ รัศมีพงศ์ ชมรมskyclock
5.อาจารย์กรองกาญจน์(Krongkarn Dhananaiyapergse)แห่งระเบียนโหรโรงแรมเอเชีย สมาชิกชมรมskyclock
เริ่มต้นงาน ดร.จรัสโรจน์ ทายาทอาจารย์จรัญ พิกุล กล่าวเปิดงานพร้อมกับให้เกียรติเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์ ในช่วงรำลึกถึงอาจารย์จรัญ พิกุล
อาจารย์ภารต ถิ่นคำ
เริ่มต้นเปิดงานอาจารย์ภารตได้เล่าถึงประสบการณ์เรียนโหราศาสตร์ของตน จนกระทั่งมารู้จักอาจารย์จรัญสมัยทำยูเรเนียนสัมพันธ์ ราวปี 2524-2528 และเป็นลูกศิษย์ทางโทรศัพท์ ประทับใจที่อาจารย์จรัญมีผลงานต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่อาจารย์ภารตเป็นเด็กจนกระทั่งโต โดยเฉพาะได้นำเรื่องวงรอบตามแนวทางของอาจารย์จรัญไปใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก
อาจารย์รุจ ดุลยากร
นำเสนอเรื่องโหราโยคะออกกำลังการเพื่อสุขภาพ อาจารย์เกริ่นตอนต้นว่าได้เทคนิคและวิธีการของอาจารย์จรัญไปประยุกต์ใช้กับโยคะในหลายเรื่องทั้งเรื่องวงรอบ ฟ้าเปิด-ฟ้าปิด จันทร์ทำมุม-ไร้มุม วันสำคัญ-อาทิตย์เข้ามุมสำคัญ เป็นต้น เสร็จแล้วก็นำออกกำลังกายด้วยท่าโยคะสมาธิ โดยเริ่มจากไหว้ครูด้วยบทสวดชุมนุมเทวดา ตามด้วยการเป่าสังข์ จากนั้นก็เริ่มแนะนำท่าโยคะออกกำลังกายให้คนในห้องทำตาม นับได้ 9 ท่าพอดี ดูเหมือนจะมีชื่อตามดาวนพเคราะห์ ปิดท้ายด้วยให้คนในห้องยืนสงบนิ่งกำหนดหายใจเข้าออกเพื่อแผ่เมตตาต่อตัวเองและสรรพสัตว์ทั้งหลาย
อาจารย์อารี สวัสดี
ขึ้นมาบรรยายในหัวข้อ ปัจจัยทางดาราศาสตร์นำไปต่อยอดทางโหราศาสตร์ เริ่มจากการแนะนำหนังสือดาราศาสตร์และโหราศาสตร์โบราณ ทั้ง Tetrabiblos และ Almagest ของปโตเลมี ที่น่าสนใจมากคือ Recent Advance in Natal Astrology เป็นผลงานวิจัยเชิงลึกของเทคนิคทางโหราศาสตร์ที่ใช้กันอยู่ในอดีตถึงปัจจุบันโดยนักโหราศาสตร์ มีนาย Geoffrey Dean เป็นผู้รวบรวมแก้ไข ไม่รู้ว่าผู้สนใจจะไปหาได้อีกหรือเปล่าเพราะอาจารย์บอกว่าเก็บไว้ร่วม 10 ปี ที่บ้านจนเห็นปลวกขึ้นที่เก็บเป็นทางก็เลยเจอเล่มนี้ แล้วก็เข้าเรื่องซึ่งส่วนใหญ่เป็นการบรรยายเกี่ยวกับสุริยคราสที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2552 ที่นักดาราศาสตร์บอกว่านานที่สุดในศตวรรษที่ 21 แล้วก็ต่อยอดไปถึงสุริยุปราคาในอดีตที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 20 มิ.ย. 2498 ว่าเป็นครั้งที่นานที่สุดในศตวรรษที่ 20 และก็มีความสัมพันธ์กับครั้งล่าสุดคืออยู่ในวงรอบ Saros ที่ 136 เช่นเดียวกัน โดย 1 วงรอบ Saros จะใช้เวลา 1300-1500 ปี (ที่สุริยุปราคาจะเกิดตรงตำแหน่งเดิม) ก็ได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเช่นก่อนเกิดสุริยคราส จะเกิดจันทรคราสก่อนและหลังประมาณ 1 สัปดาห์แต่เป็นจันทรคราสแบบเงามัว แต่นักโหราศาตร์ไม่ค่อยเอามาทำนายทายทักเพราะนักดาราศาสตร์ไม่ได้ประกาศออกไป และปรากฏการณ์อุปราคานี้ทางนักดาราศาตร์ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่นักโหราศาสตร์บางท่านชอบเอามาทำนายทายทักเป็นเรื่องร้าย อาจารย์กล่าวสรุปด้วยการยกข้อความตำราพิชัยสงครามของขงเบ้งที่เคยกล่าวไว้ถึงการจัดแบ่งประเภทขุนพลความตอนหนึ่งว่า “ขุนพลผู้ใดมีจิตภราดรภาพ มีเมตตากรุณาเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก มีสัจจะและศีลธรรมเป็นที่ยกย่องนับถือของประเทศเพื่อนบ้าน มีความเจนจบทางด้านดาราศาสตร์และรอบรู้ด้านภูมิศาสตร์ รู้จักใช้คนให้แสดงความสามารถ สร้างภราดรภาพขึ้นในสากลโลก ขุนพลเช่นนี้เรียกว่ายอดขุนพลผู้เกรียงไกรแห่งจักรวาล ซึ่งข้าศึกไม่อาจจะต้านทานได้”
แพทย์หญิงศันสนีย์ เสนะวงษ์
หลังจากนั้นก็เข้าสู่การสัมนาเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการมาให้ความรู้ และนักโหราศาสตร์มาให้ทัศนะ เปิดการบรรยายโดยพญ.ศันสนีย์ ที่อธิบายชนิดของไข้หวัดใหญ่ที่มีทั้งไข้หวัดตามฤดูกาลและไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่วิตกกันอยู่ว่าเป็นคนละสายพันธุ์กัน อดีตของการเกิดการระบาดครั้งใหญ่ 7 ครั้งตั้งแต่ปีพ.ศ. 2432, 2443, 2461, 2500, 2511, 2552 โดยเฉพาะที่รุนแรงมากเกิดขึ้นในปี 2461 เรียกว่าไข้หวัดสเปนที่คร่าชีวิตคนไปมากในไทยมีคนป่วยกว่า 2.3 ล้านคนเสียชีวิต 8 หมื่นคนขณะที่เวลานั้นไทยมีประชากรเพียง 8.5 ล้านคน ส่วนไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 พบผู้ป่วยรายแรกในเม็กซิโก เดือนมี.ค. ,รายแรกในไทย วันที่ 3 พ.ค. และติดเชื้อภายในประเทศไทยคนแรกแต่เป็นคนที่ 7 ในไทย วันที่ 31 พ.ค. โดยแบ่งระดับความรุนแรงของการระบาดออกเป็น 3 ระยะคือ คนต่อคน, ติดต่อระดับประเทศ และติดต่อระหว่างประเทศ หากจะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่พึงตระหนักว่าไม่สามารถป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้ แต่ช่วยลดการเกิดการกลายพันธุ์ การกลายพันธุ์สืบเนื่องมาจากหมู เนื่องจากหมูสามารถติดเชื้อได้ง่ายทั้งจากคนและจากสัตว์ปีก หมูจึงเป็นตัวแลกเปลี่ยนพันธุกรรมของเชื้อในคนและเชื้อในสัตว์ปีก การป้องกันควรสวมหน้ากากปิดปากจมูก ล้างมือบ่อยๆ เพราะเวลาไอจาม ฝอยเล็กๆไปไกลถึง 5 เมตรและแขวนลอยในอากาศ หากติดไข้หวัด ใช้ยาลดไข้ได้แต่ต้องเป็นพวกพาราเซตามอล และห้ามเด็ดขาดสำหรับแอสไพริน ควรหยุดงานจนกว่าหายไข้ แต่ถ้า 3-5 วันแล้วไข้ไม่ลด มีอาการไอมากขึ้น เจ็บหน้าอก หายใจเร็วต้องรีบพบแพทย์ การวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการจะใช้น้ำล้างโพรงจมูกได้ผลชัดที่สุด โดยใช้เวลาวินิจฉัย 6 ช.ม.ถึง 3 วัน การเจาะเลือดใช้เพื่อตรวจดูภูมิคุ้มกัน ไม่มีผลต่อการวินิจฉัยโรคแต่อย่างใด วัคซีนป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ปลายปีนี้ สุดท้ายพญ.ศันสนีย์ เน้นย้ำว่าอย่าเพิ่งลืมไข้หวัดนกที่มีความรุนแรงมากกว่า
นายแพทย์สนธยา พรึงลำภู
บรรยายเรื่องปัจจัยทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาด และคนไข้ที่เป็นโรคระบาดว่ามีปัจจัยทางโหราศาตร์ใดบ้างที่เกี่ยวข้อง โดยแนะนำว่าการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยใดๆควรพิจารณาความสัมพันธ์ทาง Latitude (Declination) ด้วยนอกเหนือไปจากพิจารณาความสัมพันธ์ทาง Longitude ที่ใช้พิจาณาความสัมพันธ์เชิงมุมกันอยู่โดยทั่วไป และจากการพิจารณาดวงสงกรานต์ปี 1918 ที่เกิดไข้หวัดสเปนพบว่า SA กุม NE ในราศีสิงห์ สนิทองศาทั้งทาง Longitude และ Latitude ซึ่งหมายถึงมีทุกข์จากการติดเชื้อ สำหรับปีนี้ แม้มีดาวไม่ดีกุมกันหลายดวง แต่ในเชิง Latitude ยังมีความห่างกันจึงไม่น่าส่งผลแรงเท่า และวิธีพิจาณาว่าโรคระบาดจะเกิดขึ้นที่ไหน โดยให้ดูว่าปัจัย UR, SA, NE พาดผ่านประเทศใด สำหรับปีนี้การกุมกันของ CH, NE และ JP ในราศีกุมภ์ พาดผ่านไทย ขณะที่ศูนย์รังสี CH, NE, JP ก็พาดผ่านประเทศเม็กซิโกแสดงถึงการระบาดในทั้ง 2 ประเทศ สำหรับอนาคตอันใกล้พบว่า SA/NE จะพาดผ่านสหรัฐ และอินเดีย ทำให้ทั้งสองประเทศนี้เสี่ยงต่อการระบาดในครั้งต่อไป นอกจากนี้ช่วงหลายปีนี้ SA จะจตุโกณกับ PL จึงต้องระวังการกลายพันธุ์ และยังพบ SA กุมกับเกตุสากล แสดงถึงจะมีการเจ็บป่วย ส่วนปี 53 ต้องระวังช่วงปลายเดือนก.ค.ที่ MA และ SA ย้ายเข้ามากุมกันในราศีตุลย์และเล็ง UR ในราศีเมษ ซึ่งต่างอยู่อยู่บนจุดตั้งต้นราศีทวาร
หลังจากนั้นอาจารย์ก็ยกตัวอย่างผู้ป่วยด้วยไข้หวัด 2009 เนื่องจากไม่ทราบเวลาเกิดจึงใช้ SU ในดวงกำเนิดเป็นหลัก เทียบกับดวงจรสุริยคติ และดวงจรปัจจุบัน ณ วันเกิดการติดเชื้อ พบว่า SUr มักสัมพันธ์กับ NE โดยในดวงตัวอย่างรายแรกมี SUv และ MAt ทำมุม 150 องศากับ NEr และ MAt , รายที่สองมี SUt=NEr, รายที่สามมี SUv=[MA/NE]r (หมายถึงภูมิคุ้มกันอ่อนแอ) เป็นต้น โดยสรุปหากมี SUt หรือ SUv ทำมุมกับ NEr มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื่อโดยเฉพาะเวลามี MAt เข้ามาสัมพันธ์ด้วย
ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ
บรรยายในเรื่องปัจจัยทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดเช่นเดียวกันโดยเริ่มจากนิยามไข้หวัดใหญ่ว่าคือไข้ขึ้นสูงทำลายปอด จากนั้นก็นำเสนอภาษาสัญลักษณ์ในลีลาของศรีกันย์ (ซึ่งเป็นนามปากกาของท่าน) ได้แก่
ความหมายและสัญลักษณ์ที่ใช้
ความหมาย สัญลักษณ์ ความหมาย สัญลักษณ์
ไข้หวัด MA, NE, AD ป่วย SA
ใหญ่ VU เฉียบพลัน UR
สายพันธุ์ NO ปอด JU
ใหม่ PL สูง KR
การผสมความหมาย
ไข้หวัด MA =NE =AD
ป่วยเฉียบพลันด้วยโรคมีผลต่อประชาชน SA =UR =NE =MO
สายพันธุ์ใหม่ NO =UR
โรคเฉียบพลัน SA =UR
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (MA=ME=AD) =VU =(NO=UR)
การฉีดวัคซีน AS =SA =NE
ไข้สูง MA =KR
โรคติดต่อ (AR =NE =MA), (SA =NE)
โรคติดต่อร้ายแรง (AR =HA =NE), (AR =HA =VU)
โรคระบาด (SU =HA =AP, SA =NE),
(HA =AP =MO, SA =NE =AR),
(SA =NE =UR)
การติดเชื้อ MA =NE
ติดเชื้อจากผู้อื่น MA =NE =AS
ตามด้วยการบรรยายถึงข้อควรพิจารณา ซึ่งได้แก่
• การใช้ดวงสุริยคราส [อาจบ่งบอกถึงโรคระบาดได้ดี] จากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การเกิดสุริยคราสทำให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแปรปรวน และสนามแม่เหล็กไฟฟ้าก็มีความสัมพันธ์กับการแพร่กระจายของโรคระบาด
• การใช้ดวงอมาวสี ดวงปูรณมี [ไว้เจาะลึกเพื่อดูพัฒนาการของเรื่อง เช่นเริ่มติดเชื้อ กลายพันธุ์ ค้นพบวัคซีน เป็นต้น]
• จังหวะที่ SA เล็ง UR ถึง 3 ครั้ง ได้แก่ปลาย 2008, ต้น 2009 และช่วงนี้ [เกิดจากปัจจัยทั้งสองมีการสลับกันเดินถอยหลังในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งจะหมายถึงเหตุการณ์จะยืดเยื้อยาวนาน]
• การพิจาณา Galactic Center เป็นปัจจัยร่วมในการวิเคราะห์เนื่องจากมีพลังมากกว่าอาทิตย์
• การพิจาณาวงรอบจุดดับอาทิตย์ (Sunspot Cycle) ประกอบ เพื่อพิจาณาถึงช่วงเวลาที่ให้ผลแรง
หลังจากนั้นอาจารย์ได้ยกกรณีศึกษาขึ้นมาพิจารณาโดยเริ่มจากดวงสุริยคราสวันที่ 26 มกราคม 2009 เวลา 14:56 น.กรุงเทพฯ พบโครงสร้างที่สำคัญคือ
ดูจุดเริ่มต้น
ความสัมพันธ์ ความหมาย
SA เล็ง UR การป่วยเฉียบพลัน
SA = AS กระทบประเทศไทย
UR โคจรไปสู่ VE กำลังย่างกรายสู่มนุษย์
SU กุม JU เกี่ยวกับปอด
T-Sqr ของ SA, UR มี MO เป็นแกน กระทบประชาชน
MO 120 กับ ME มีการแพร่ระบาด
MO 135 กับ JU มีปอดเป็นที่อาศัย
นอกจากนี้ GC เล็ง HA และสัมพันธ์กับ AP [เป็นเรื่องร้ายแรง, วิชามาร]
ดูการพัฒนาการ
[พิจารณาจาก SA เล็ง UR สนิทองศา ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009 และ 19 กันยายน 2009]
• วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา 18:00น. พบโครงสร้าง T-Square ของ SA, UR, MO และ SA เล็ง UR (ป่วยเฉียบพลัน) สัมพันธ์ MO (กระทบประชาชน) สัมพันธ์ ME (มีการติดต่อแพร่ระบาด) สัมพันธ์ JU (มีปอดเป็นที่อาศัย)
• วันที่ 15 กันยายน 2009 เวลา 19:50น. มี SA (ป่วย) กุม UR (เฉียบพลัน) สนิทองศาหมายถึงจะมีการระบาดอีกในระยะเวลาอันใกล้
[พิจารณาจากดวงดิถี]
• วันที่ 25 เมษายน 2009 เวลา 10:24น. (New Moon) พบโครงสร้าง
PL (การขยายพันธุ์) =MA (สัตว์) =VE (คน) หมายถึงมีการกลายพันธุ์
• วันที่ 9 พฤษภาคม 2009 เวลา 11:13น. (Full Moon) พบโครงสร้าง
รูปว่าวสามเหลี่ยม SU =ZE =VE =MO เริ่มพบการติดเชื้อในคน
ดูจุดสิ้นสุด
วันที่ 19 กันยายน 2009 เวลา 1:45น. (New Moon) พบโครงสร้าง T-Square ของ A, NE, SA ที่แสดงถึงการค้นพบวัคซีนและจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น นอกจากนี้การพิจาณาวงรอบจุดดับอาทิตย์พบว่ามีความเข้มมากที่สุดในปี 2003 ซึ่งเป็นปีที่เกิดการระบาดของไข้หวัดนก โรคระบาดในปัจจุบันจึงมีระดับความรุนแรงน้อยกว่า
สรุป
คาดว่าภายในปีนี้จะมีการค้นพบวัคซีนป้องกันโรค ทำให้การแพร่ระบาดไม่น่ากลัว
หมายเหตุ:
1. เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัดแต่มีประเด็นที่น่าสนใจ ข้อความใน [] จึงเป็นการขยายความของผู้สรุป
2. สัญลักษณ์ที่อาจารย์ให้ไว้เช่น A= B= C จะหมายถึงความสัมพันธ์เชิงมุมในรูปแบบไหนก็ได้ ทั้งปัจจัยโดด ศูนย์รังสี จุดอิทธิพล ดังนั้นจะรวมถึง A=B=C, A+B-C, A+B+C, A-B-C, A/B//C และอื่นๆ อย่างไรก็ตามอาจารย์เคยกล่าวว่าหลายครั้งเราพบความสัมพันธ์แรงๆในรูปแบบของปัจจัยโดด ที่ประกอบกันเป็นดาวเข้ารูป (Planetary Pictures) และผู้เรียบเรียงเข้าใจว่าในการบรรยายครั้งนี้อาจารย์จะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ในรูปของปัจจัยโดดเป็นหลัก
3. Galactic Center คือจุดศูนย์กลางของจักรวาลทางช้างเผือกที่อาทิตย์เคลื่อนที่หมุนรอบ หรือบางทีเรียกว่าเป็นดวงอาทิตย์ของดวงอาทิตย์ เป็นตำแหน่งศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงที่ดึงดูดดวงดาวในจักรวาลเข้าไว้ด้วยกัน ในจักราศีแบบฤดูกาล จุด GC จะโคจรตามจักราศีในอัตราเร็วปีละ 0.84 ลิบดา หรือ ประมาณ 71 ปีต่อ 1 องศา ล่าสุดอยู่ที่บริเวณ องศาที่ 27 ราศีธนู
4. Sunspot Cycle เกิดจากปริมาณจุดดับบนดวงอาทิตย์มีจำนวนผันแปรเป็นวัฏฏจักรที่มีคาบเฉลี่ยประมาณ 11 ปี ทำให้เกิดการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าไม่เท่ากัน และเกิดปรากฏการณ์สลับขั้วสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ ซึ่งงานวิจัยในต่างประเทศพบว่ามีผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก
อาจารย์เกษม ปาละวิสุทธิ์
มาบรรยายในหัวข้อการพยากรณ์ตามแนวทางโหราศาสตร์ยูเรเนียน อาจารย์ออกตัวว่าไม่ค่อยสบายหลัง NEv กุม SUr ทำให้เหงือกอักเสบ ทานยาแก้อักเสบแล้วแพ้ แล้วเผยเคล็ดลับว่าปากกับอวัยเพศในทางโหราศาสตร์เกี่ยวข้องกัน [พฤษภปกครองปาก, พิจิกปกครองอวัยวะเพศ] โชคดีที่ MAt ไม่เกี่ยวข้องทำให้ไม่เป็นอะไรมาก หลังจากนั้นได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานในฐานะนักโหราศาสตร์เริ่มตั้งแต่ออกดูตามหมูบ้าน จนถึงตั้งสำนักพยากรณ์ขึ้นมา 2 ครั้งซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาจารย์ให้ข้อคิดที่สำคัญว่านักพยากรณ์ไม่ควรเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์และสถานที่ติดต่อเพราะทำให้สูญเสียลูกค้า ช่วงที่ตั้งสำนักงานมีอุปสรรคสำคัญคือค่าใช้จ่ายเนื่องจากรายได้ประเมินล่วงหน้าไม่ได้ เพราะความต้องการของลูกค้าเกิดขึ้นตามอารมณ์ อาจเปลี่ยนใจไม่มาดูทั้งที่นัดล่วงหน้าไว้แล้ว เคยพยากรณ์ตามโรงแรมโดยมีคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คเป็นเครื่องมือผูกดวง พบว่าเพื่อนนักโหราศาสตร์อีกท่านที่ใช่จานหมุนและเขียนดาวด้วยมือกลับมีลูกค้าให้ความสนใจมากกว่า เลยได้ข้อคิดว่านักโหราศาสตร์ควรมีลักษณะเด่นจนลูกค้าลืมไม่ลง กรณีเป็นหัวหน้าทีมให้คำแนะนำว่าไม่ควรแย่งลูกค้ากับลูกทีม เล่าถึงประสบการณ์พยากรณ์ในห้างครั้งแรกมีการตั้งโต๊ะพยากรณ์อยู่ในร้านขายหนังสือแถวอิมพีเรียลาดพร้าว พบว่ามีลูกค้ามาก และไม่มีปัญหาเรื่องต้นทุนเพราะเจ้าของร้านหนังสือออกค่าใช้จ่าย พอมาเช่าพื้นที่เองเปิดห้องพยากรณ์กลับมีปัญหาเลยต้องกำหนดว่าลูกค้า 3 รายแรกควรเป็นของหัวหน้าทีมเพื่อสนับสนุนค่าเช่า กรณีร่วมงานในสำนักพยากรณ์ควรระวังการสูญเสียลูกค้าประจำ กรณีที่คิวเราไม่แน่นอนเพราะหัวหน้าสำนักมักมักจัดคนอื่นสลับกับเรา เล่าถึงประสบการณ์พยากรณ์ในห้องอาหารที่คุณโอฬาริกเปิดร้านคิวปิโดและพบกับอาจารย์อารีเป็นครั้งแรก ว่าต้องประชันกับคาราโอเกะ ทำให้ต้องใช้เสียงดังและหลังๆติดเรื่องเสียงดังมาด้วย ช่วงท้ายอาจารย์แนะนำวิธีพยากรณ์โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ดังนี้ 1) แจกนามบัตร 2) ควรวิเคราะห์เหตุการณ์จรลูกค้าละเอียดระดับเดือน โดยเฉพาะการใช้ดวงอมาวสี และพยากรณ์รายเดือนให้ 1 เดือนแถมไปโดยไม่คิดเงิน หากทำนายถูก ลูกค้ามักกลับมาเอง 3)พยากรณ์พื้นดวงได้ถูกมีผลในการดึงลูกค้ากลับมาใช้บริการภายหลังได้น้อย 4) อย่าทิ้งจุดเด่นของยูเรเนียนที่มีการให้รายละเอียดอย่างมากมาย การพยากรณ์น้อยกว่า 1 ชั่วโมงอาจให้คุณภาพต่ำ จึงต้องยอมรับจุดอ่อนของยูเรเนียนที่ต้องใช้เวลาพยากรณ์นานเมื่อเทียบกับการพยากรณ์แขนงอื่น 3ดวงของยูเรเนียนอาจใช้เวลาเท่ากับ 10 ดวงของการพยากรณ์ประเภทอื่น
สุดท้ายอาจารย์ให้คำแนะนำว่ากรณีไม่มีเวลาเกิดแน่นอน การใช้โค้งร่วมกับ JUtและ SAt จะช่วยในการพยากรณ์ได้ แต่ก็ควรบอกลูกค้าถึงโอกาสคลาดเคลื่อน ถ้าลูกค้าไม่ยอมรับก็ควรยอมปล่อยลูกค้าให้กับนักโหราศาสตร์ท่านอื่นๆ
อาจารย์ภารต ถิ่นคำ
มาบรรยายเรื่องโหราศาตร์สมรสตามแนวสากล-ยูเรเนียน ด้วยวิธีการที่เรียกว่าสมพงษ์ดวงชะตา (Synastry) โดยอาศัยแนวทางอาจารย์จรัญ ที่จับคู่ดาวในดวงหญิงและชายเทียบกัน ตามด้วยการส่องรายละเอียดของดาวที่สนใจด้วยยูเรเนียน มีขั้นตอนที่สำคัญคือ (1) ดู SU และ MO ของทั้งสองฝ่ายเปรียบเทียบกันว่ามีมุมสัมพันธ์หรือไม่ ถ้าไม่มีจะไม่สามารถครองคู่กันเลย (2) มุมสัมพันธ์ที่ใช้พิจารณาได้แก่ 0, 15, 22.5, 30, 36, 40, 45, 60, 72, 80, 90, 108, 120, 135 ,140, 150, 160, 180 ยอมให้ระยะวังกระไม่เกิน +/- 1 องศา (3) กรณีสัมพันธ์ด้วยมุมแข็ง คือ 45, 90, 135 ,180 แม้ครองคู่กันก็ต้องอยู่ด้วยความขัดแย้งตลอดเวลา (4) ให้ดู VE และ MA ของทั้งสองฝ่ายเปรียบเทียบกันเพื่อบ่งบอกรสนิยมทางเพศและความพึงพอใจซึ่งกันและกัน มีเคล็ดลับว่าถ้า VE ของฝ่ายหนึ่งสัมพันธ์กับ PL ของอีกฝ่ายมักรักกันและได้เสียกันเร็วมาก (5) แม้ครองคู่กันก็ควรดูวิกฤตของอายุ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อดาวใหญ่จรทำมุมแข็งกับดาวใหญ่เดิม เช่นอายุ 21 (UR), 22 (SA), 28-30 และ 42-45 (SA, JU) เป็นต้น (6) เจาะลึกลักษณะของคู่ครองโดยใช้ศูนย์รังสี เช่น กรณีดูดวงฝ่ายชาย SU/MA บอกลักษณะของสามีว่าเป็นคนแบบไหน, SU/CU บอกลีลาการใช้ชีวิตครอบครัว, MO บอกว่าผู้หญิงที่ฝ่ายชายชอบมีลักษณะเช่นใด, MO/CU บอกว่าผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันมีลักษณะเช่นใด เป็นต้น (7) วิธีแก้ไข ดูจากจุดดึงดูดทางเพศ คือ VE/VU หรือ VE/CU แล้วปรับปรุงจากการแต่งกาย (ลัคนา) โดย VE + CU + AS อยู่ตรงไหน ควรแต่งกายตามนั้น เน้นย้ำว่าให้ใช้ +AS ไม่ใช่ -AS เนื่องจาก AS ที่ใช้ต้องเป็นดาวสะท้อน (สิ่งที่คนอื่นมองเห็น) หากต้องการมีโชค (JU) โดย VE + CU –JU อยู่ตรงไหนให้ทำตามนั้นครอบครัวถึงมีความสุข
อาจารย์กิตตินันท์ เจนาคม
บรรยายเรื่องดวงลูกหนังเริ่มจากให้นิยามธรรมชาติของกีฬาฟุตบอล ผู้ชนะคือผู้ที่ยิงประตูมากกว่า การชนะมีทั้งขาดลอยและไม่ขาดลอย ทีมมีทั้งทีมเป็นรองและทีมเล่นไม่เก่ง ต้องเข้าใจธรรมชาติตรงนี้ก่อน ดวงชะตาที่ใช้วิเคราะห์ประกอบด้วย (1) ดวงเมืองที่เป็นที่ตั้งของทีมนั้น โดยใช้ MC และ AS ท้องถิ่นของแต่ละเมือง ส่วน MC และ AS ท้องถิ่นจร จะใช้กรณีทัวร์นาเมนต์ โดยกำหนดให้จรจากวันแรกของการแข่งขันเท่ากับ 1 วันต่อ 1 องศา (2) ดวงวันเริ่มต้นหรือเปิดฤดูกาลจะใช้กรณี Leaque (3) ดวง ณ วัน/เวลาตอนเริ่มแข่งขัน ใช้กรณีเฉพาะเจาะจง เทคนิคเพิ่มเติม (1) ดวงผู้จัดการทีม ผู้รักษาประตูซึ่งนายอูโด้เคยแนะนำ หรือนักกีฬา แต่ต้องระวังการเปลี่ยนตัวระหว่างการแข่งขันและแปลความหมายผิด เช่น JU สัมพันธ์ดีกับผู้จัดการอาจหมายถึงดีใจกระโดดจนตัวลอยเวลาทีมยิงได้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะชนะ ดวงนักกีฬามักบอกเฉพาะความรับผิดชอบและความโดดเด่นในวันนั้น และที่สำคัญเวลาเกิดอาจไม่มีหรือไม่แน่นอน (2) ถ้าดาวเดินช้ายังไม่สนิทองศา ใช้ดาวเร็วดูประกอบได้ แต่ถ้าใช้ดาวเดินเร็ว ศูนย์รังสี จุดอิทธิพล จะต้องสนิทองศากับ MC และ AS ท้องถิ่นช่วงที่กำลังแข่งขัน MOt น่าจะบอกอารมณ์ในช่วง 1องศา หรือ 2 ชั่วโมงได้ดี (3) มุมสัมพันธ์ใดๆ เช่น 7.5 ,22.5 ต้องทดลองดู แล้วเหตุการณ์จริงจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าใช้ได้หรือไม่ได้ (4) ดูว่าฤดูกาลนี้ทีมไหนน่าเป็นแชมป์ให้ดูโครงสร้างใหญ่ของท้องฟ้าว่าทำมุมกับ MC และ AS ท้องถิ่นของใคร MC/AS ท้องถิ่น ยังใช้ดูเมืองที่น่าลงทุนได้อีกด้วย (5) อูโด้แนะนำให้ใช้จุดชนะ (winner points) สัมพันธ์ถึง SU ฝ่ายไหนมากกว่ากัน แต่อาจารย์เห็นว่าการใช้จุดแพ้/ชนะยังมีความไม่แน่นอนเพราะการตีความผิด รวมถึงอย่ายึดมั่นกับความหมายตามตำรามากไป จุดชนะที่สำคัญได้แก่ SU+MA-JU, MA/JU, ZE/KR (6) การหาว่าฝ่ายไหนมีโอกาสทำผิดพลาดมากที่สุด บางครั้งง่ายกว่าหาผู้ชนะ (7) โครงสร้างไหนรู้สึกสะดุดใจให้ใช้อันนั้น ให้ทำตัวเป็นผู้จัดการทีม แม้หลายโครงสร้างมีทั้งดีและไม่ดีและจะมีอันเดียวที่ให้ sense ของการแพ้/ชนะ
สุดท้ายอาจารย์ฝากเป็นข้อคิดว่า (1) ไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคเดียวให้หาหลายๆเทคนิคประกอบกัน ขอให้เทคนิคที่ใช้สามารถตอบได้ว่าภายใน 2 ชั่วโมงของการแข่งขัน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองจนมั่นใจ (2) ระวังความรู้สึกจากปัจจัยภายนอก ทำให้ไม่เชื่อดวง เช่นเห็นทีมที่น่าชนะ(ตามดวง) เล่นห่วยหรือชอบ/ไม่ชอบทีมใดเป็นพิเศษ (3) ใครไม่รู้จักฟุตบอลจะทายให้แม่นยำได้ยาก
ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
บรรยายเรื่องสภาวะเศรษฐกิจโลกกับสินค้าเกษตรไทยปี 53 อาจารย์พยายามที่จะตอบคำถาม 3 ข้อคือ (1) เศรษฐกิจไทยถึงก้นเหวแล้วยัง (2) ถ้าถึงแล้ว เด้งกลับแล้วยัง เป็นแบบไหน ตัว L หรือตัว V (3) การใช้ดวงดิถีดูชะตาบ้านเมือง ได้แก่ดวง Full Moon, New Moon, First Quarter, Last Quarter โดยเริ่มจากการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยว่า ปัญหาการตกต่ำของเศรษฐกิจมาจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ทางด้านปัจจัยภายนอก เนื่องจากธนาคารกลางประเทศสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นดำเนินนโยบายผิดพลาด ส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ ตามมาด้วยปัญหาคนว่างงาน การลดการบริโภค และการลดการนำเข้าและการเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบมากเนื่องจากเศรษฐกิจไทยกว่า 60-70% ต้องพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยว ด้านโรงงานคำสั่งซื้อหายตั้งแต่เดือนพ.ย.ปี 51 และเกือบเป็นศูนย์ในเดือน ม.ค.-เม.ย. 52 ขณะที่ปัจจัยภายในเกิดจากความวุนวายทางการเมืองทำให้ไทยในช่วงต้นปีจัดลำดับเป็นประเทศอันตรายลำดับ 8 ของโลก อย่างไรก็ตามจากข้อมูลเศรษฐกิจประเทศไทยผ่านจุดเลวร้ายไปแล้วในเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนคำถามที่ว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นแล้วยังอาจารย์พิจารณาจากดัชนีเศรษฐกิจเดือนก.ค. 52 ซึ่งเป็นเดือนล่าสุดที่มีข้อมูล ทั้งตัวเลขการใช้กำลังการผลิต การบริโภคภาคเองชน และการลงทุนพบว่ายังมีการลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และติดลบในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนๆหน้า แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงก้นเหว ยังคงดิ่งลงอยู่แต่ลงในอัตราที่ช้าลง แต่ที่ดูเหมือนกับว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้วเนื่องจากการบริโภคมีสัญญานดีขึ้น เนื่องจากภาครัฐกู้เงินมาสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจารย์แสดงความวิตกว่าดัชนีเศรษฐกิจบางตัวแย่กว่าปี 2540 ขณะที่ดัชนีการนำเข้าเครื่องจักรวัตถุดิบติดลบมาโดยตลอด โดยเฉพาะเดือนล่าสุดก็ลบกว่า 21% อาจแสดงว่าภาคโรงงานอาจมีแผนลดการผลิตลงในอนาคต
สุดท้ายอาจารย์บรรยายถึงวิธีพิจาณาเหตุการณ์บ้านเมืองผ่านดวงดิถี (1 เดือนใช้ 4 ดวง) โดยแนะนำว่า(1) ให้ผูกดวงดิถีแล้วเพ่งเล็งไปที่ปัจจัยที่อยู่ใกล้ MC และ AS ของดวงดิถี (2) ดวงดิถีที่น่าพิจาณามากที่สุดคือดวงดิถีที่อยู่ก่อนและหลังดวงสงกรานต์ (3) ดวงดิถีมีโอกาสบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งก่อนหรือหลังเหตุการณ์สำคัญ ยกตัวอย่างเมื่อผูกดวงวันที่ 26 มี.ค.52 (New Moon) พบ MC กุม SA เล็ง MA ต่อมาก็เกิดกรณีจราจลของกลุ่มเสื้อแดง ส่วนอนาคตใกล้ๆลองผูกดวงดิถี วันที่ 26 Sep 09 (First Quarter) พบ SA กุม MC จึงน่าพิจาณาดูว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น
อาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย
บรรยายเรื่องภัยหวัด 2009 พิษเศรษฐกิจ และปัญหาการเมืองในประเทศไทย เริ่มต้นอาจารย์สันนิษฐานว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก น่าเกี่ยวข้องกับวงรอบ Saros ที่ 136 ซึ่งจะมีสุริยคราสทั้งสิ้น 72 ครั้ง เกิดขึ้นแต่ละครั้งกินเวลาประมาณ 18 ปี หลังจากนั้นได้ยกตัวอย่างโรคระบาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตพร้อมกับมุมดาวที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปี 1918 เปิดไข้หวัดสเปน พบ JU/NE กุม PL ฉาก UR ถัดมาปี 1919 JU+NE-NO = MC[ไทย] จึงเริ่มระบาดมาที่ประเทศไทย ครั้งล่าสุด 2009 ที่เกิดขึ้นที่เม็กซิโก พบ JU/NE = NO ซึ่งหมายถึงการระบาดใหญ่ (NE คือการฟุ้งกระจายหรือการระบาด, JU คือการขยายตัวหรือมหาศาล) และยังพบ SA สัมพันธ์กับ MC[เม็กซิโก], AS[สหรัฐ], MC[แคนาดา] และ AS[ไทย]ย้ำว่าในปี 53 ยังพบโครงสร้าง JU + NE –MO = M[ไทย] แสดงว่าประเทศไทยยังเสี่ยงต่อการระบาดในปีหน้า เวลาพิจารณาแนะนำว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นที่ไหนต้องดู MC และ AS ของประเทศนั้นๆควรสนิทองศาจากปัจจัยที่พิจารณา
ถัดมาอาจารย์บรรยายเรื่องพิษเศรษฐกิจ กล่าวว่าปี 52เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของโลก (VE=15องศาราศีกุมภ์ตำแหน่งจุลทวาร, SU=พลูโต=มกร ราศีทวาร) ส่วนปี 53 เศรษฐกิจโลกยังไม่ดี (VE/PL =HA) สำหรับประเทศไทยการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกทำให้ประเทศไทยดีขึ้นในปี 54 (VE/PL = [MC/VE]ไทย) อาจารย์ย้อยกลับไปปี 51 เมื่อจุดเริ่มเศรษฐกิจตกต่ำเกิดขึ้นที่สหรัฐ เมื่อพลูโตย้ายเข้ามกร เป็นผลเสียต่อสหรัฐ เนื่องจากวันก่อตั้งธ.กลางสหรัฐ (ตั้งเพื่อให้เงินกู้ประเทศอื่นใช้) และวันชาติสหรัฐอยู่ในราศีกรกฎ (ดาวอยู่กับใคร คนนั้นได้) ประเทศในราศีมกรที่ได้ประโยชน์ได้แอฟริกา และอินเดีย (ราศีมกรเปรียบเสมือนภาคใต้ แขก และคนดำ) ส่วนจีนอยู่ในราศีตุลย์ก็ได้ประโยชน์ในฐานะที่เป็นตัวกลาง แต่ปี 53 SA ย้ายเข้าราศีตุลย์ จีนจะเริ่มรับผลกระทบ
สุดท้ายก็บรรยายเรื่องการเมื่องโดยยกตัวอย่างเรื่องวงรอบและการเกิดขึ้นซ้ำของเหตุการณ์เชิงอุปมาอุปไมยว่าแต่ละวงรอบมีเหตุการณ์คล้ายกันแต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ได้ยกตัวอย่างวงรอบ 30 ปีโดยเปรียบเทียบช่วง 6 ต.ค.ปี 19 หลังเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา ต่อมาวันที่ 8 ต.ค. 19 เกิดการปฏิวัติและคุณธานินท์ กรัยวิเชียรขึ้นเป็นนายกฯ หลังสิ้นสุดตำแหน่งก็ได้รับการโปรดเกล้าให้เป็นองคมนตรี ขณะที่ปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 ก็ได้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ซึ่งเป็นองคมนตรีมารับตำแหน่งเป็นนายก อาจารย์ตั้งข้อสังเกตว่าถัดมาปี 2524 ช่วงขุดแก๊สในอ่าวไทยครั้งแรกการลงทุนเพิ่มตามมา ปี2554 การลงทุนในประเทศไทยก็น่าจะเพิ่มขึ้น สรุปท้ายว่าปี 53 ตลาดหุ้นกับทองคำยังเป็นฟองสบู่ยังคงต้องระมัดระวัง
เรื่องสุดท้ายอาจารย์บรรยายถึงปัญหาการเมืองไทย โดยใช้ดวงชะตาคุณอภิสิทธ์เป็นหลักพบว่า (1) วันที่ 17 ธ.ค. 51 คุณอภิสิทธ์ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นนายกฯ พบโครงสร้าง SU + KR – VE ซึ่งเป็นจุดโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสัมพันธ์กับ Mr (SU + KR หมายถึงกษัตริย์, VE หมายถึงคน) แสดงว่าหลัง 17ธ.ค. 51 คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ (ตราบที่ยังไม่มีโครงสร้างร้ายแรงลบล้างโครงสร้างนี้?) (2) ต่อมาดวงสงกรานต์ 21 ธ.ค. 51 พบ MC = ZE = [MC/MO]อภิสิทธิ์ แสดงว่าอภิสิทธิ์ยังเป็นนายกฯในปี 52 เพราะ ZE หมายถึงความสามารถในการบังคับบัญชา ไม่ได้หมายถึงการเผาไหม้แต่อย่างใด (3) ดวงสงกรานต์ 22 ธ.ค. 52 พบว่า MC/KR = MCr แสดงว่าคุณอภิสิทธิ์ยังเป็นนายกในปี 53 (4) เกี่ยวกับอนาคตอันใกล้ ลองผูกดวง 19 ก.ย. 52 (New Moon) เทียบดวงคุณอภิสิทธ์ที่วิตกว่ามี SA, SU, MO, VE กุมกับ SUv แต่ SUv จะหมายถึงคนที่เกิดวันเดียวกับคุณอภิสิทธ์ไม่ใช่คุณอภิสิทธิ์ เนื่องจากคุณอภิสิทธ์มีเสาร์สันโดด เกิดต่างประเทศ และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่เมืองนอก จึงใช้เสาร์อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว และในช่วงเวลาดังกล่าวคุณอภิสิทธ์ไปยูเอ็นไม่ได้อยู่ในไทย ส่วนโครงสร้าง MA/UR ที่เล็ง [ASสะท้อนและMC]อภิสิทธ์ อาจหมายถึงพ่อแม่ ถ้าคุณอภิสิทธ์ไม่ได้ไปหาหมอให้เจาะเลือดก็อาจหมายถึงพ่อ-แม่คุณอภิสิทธิ์ป่วย ในโครงสร้างดวงคุณอภิสิทธิ์ยังพบว่า MEr+SAr-NEr = SUr อาจต้องมีการเดินทางทั้งชีวิต และในช่วงดังกล่าว SAt ที่แปลว่าไกลอยู่เรือนที่ 3 แสดงว่าอาจมีการติดต่อสื่อสารทางไกลผ่าน Video Conference มาประเทศไทย
อาจารย์กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่บางท่านเกรงว่าวันที่ 19 ก.ย. 52 อาจมีเหตุการณ์ปฏิวัติเหมือนที่เกิดเมื่อ 19 ก.ย. 49 นั้น โดยหลักการแล้ว (1) ไม่มีทฤษฎีใดๆกล่าวถึงวงรอบ 3 ปี (2) ดวง NEW MOON ไม่มีโครงสร้างปัจจัยที่แสดงเหตุการณ์รุนแรง ซี่งที่จริงดวงสงกรานต์ 21 ธ.ค. 51 ก็ได้ยืนยันแล้วว่าผู้นำสามารถจัดการได้ (3) ขอให้นอนหลับฝันดีทุกคน
อาจารย์อดิเทพ ศรีรัตนไพฑูรย์
บรรยายเรื่องข้อสังเกตเกี่ยวกับภัยพิบัติ โดย (1) ตั้งข้อสังเกตว่าในดวงเมืองของกรุงเทพฯ (21 เม.ย. 2325 เวลา 6:54 น.) พบโครงสร้าง MA/NE ตั้งฉาก HA แสดงว่าประเทศไทยมีโอกาสเกิดน้ำท่วมหรือโรคระบาด (2) หาช่วงเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ เริ่มจากหาผลต่างโครงสร้าง MA+NE-HA (38องศา50ลิบดา) และ NO ที่เป็นจุดติดต่อของโรค (16องศา8ลิบดา) ได้ผลต่างเท่ากับ 22องศา40ลิบดา ดังนั้นจะเกิดเหตุการณ์ในปีที่โค้งเป็นจำนวนเท่าของผลต่าง ทดลองเอา 10 คูณผลต่างได้ค่าโค้งเท่ากับ 224 องศา ตรงกับโค้งของดวงทินวรรษปีนี้ และเชื่อว่าเหตุการณ์อาจรุนแรงในปี 54 เนื่องจากพบโครงสร้าง NE/VU=ASr (น้ำท่วม), NE/HA =MA+NE-HA =SUr (โรคติดเชื้อ) และ SA+NE =ARr (โรคระบาด)
ข้างล่างนี้เป็นงานวิเคราะห์ที่ผมทำไว้ครับ
ลองศึกษากันดูนะครับ
น้ำจะท่วมกทม.หรือจังหวัดใกล้เคียง และจะเกิดโรคระบาดในปี พ.ศ.2555(ค.ศ.2012) หรือเปล่า
จากดวงกทม. พบว่า
MA/NE = HA = 90
หรือเขียนใหม่เป็น MA+NE-HA = HA
MA+NE-HA (โรคระบาด) มีตำแหน่งอยู่ที่ 38 องศา 50 ลิปดา จากจุดเมษ
NO (การติดต่อ) มีตำแหน่งอยู่ที่ 16 องศา 08 ลิปดา จากจุดเมษ
ทั้งสองตำแหน่งมีผลต่างเท่ากับ 22 องศา 40 ลิปดา
ค่าโค้งปัจจุบัน(ทินวรรษพ.ศ.2552) ของกทม.เท่ากับ 221:04
เอา10 คูณ 22:40 ได้ 224:00
นำค่า 224 ไปป้อนในช่องของค่าโค้ง จะตรงกับวันที่ 7 มีนาคม 2555
จากนั้น ให้ตั้งดวงทินวรรษ 2555
ข้อมูลบางส่วนจากดวงทินวรรษ พ.ศ.2555
1) (-NE) t = SUt/MOt = 0
2) [NE/VU] t = [NE/VU] v2 = ASr = 0
3) [MA+NE-HA] t = [MA+NE-HA] r = 0 error2 องศา 20 ลิปดา
4) [MO+HA-AD] t = [MO+HA-AD] r = 0 การถึงแก่กรรมของประชาชนเพราะโรคระบาด
= ADv1 = 90
= (-MOr) = 180
5) [MA+NE-NO] t = [MA+NE-NO] r = 0 แปลว่าการติดต่อของโรค
= [SU/HA] t = 180
= [AR/MO] r = 180
= [SU/UR] r = 180
= NOr = 135
6) [UR/NE]t = MCv1 = 180 = (-MC) t = 0
[UR+NE-MC] t = [UR+NE-MC] r = 180
= (-SUr) = 180 = [SA+NE-HA] r = 90
= (-MOr) = 90
แปลรวมว่า “เกิดวิกฤติในกทม. = โรคระบาดในหมู่ประชาชน”
7) [MA+SA-MC] t = [MA+SA-MC] v1 = 90 = MCv1 = 0
8) [SA/NE] t = HAt = AR
ดวงอมาวสี 22/3/2555
1) [MA+NE-HA] t = [MA+NE-HA] r = 0 error 3 ลิปดา
2) [NE/HA] t = SUr = 0 error 11ลิปดา
3) [NE/VU] t = [NE/VU] v2 = 0 error 1 องศา 6 ลิปดา
= ASr = 0 error 44 ลิปดา
4) [SA/NE]t = HAt = 180
= ASr = 135
= SAv1 = 135
= เมษ = 90
5) ที่จุดอมาวสี = [ME/UR]t = 0
= [MA/SA]t = 180
= [MC/AS]t = 180
หากตั้งดวง เหมายัน 21/12/2555 พบว่า
1) [NE/VU] t = [NE/VU] v2 = ASr = 0
= MCt = 45
2) SUr = [NE/HA] t = 0 error 13ลิปดา
= [UR/AD] t = 0 error 13 ลิปดา
= APt = 180 = error 1 องศา 12 ลิปดา
ยังมีโครงสร้างสำคัญของ SUr ที่แสดงผลในช่วงเวลาเดียวกันด้วยกล่าวคือ
จากดวงกำเนิดของกทม.
SUr = [NE+VU-AD] r = 135
30:58 254:58
ทั้งสองมีผลต่างเท่ากับ 224 ด้วยเช่นกัน
NE+VU-AD แปลว่า “การเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารของสภาพความเป็นอยู่”
โครงสร้างนี้ บ่งบอกล่วงหน้า มาตั้งแต่ เหมายัน 22/12/2554
[NE+VU-AD] t = [NE+VU-AD]r = 135
= [NE+VU-AD] v1 = 90
อีกโครงสร้างหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือ
UR+ZE-HA แปลว่า “กำลังที่ทำให้เกิดการทำลาย เนื่องจากอำนาจธรรมชาติ”
ในหนังสือพระเคราะห์สนธิเขียนไว้ว่า เป็นพายุฝนฟ้าคะนอง แผ่นดินไหวในทะเล ซึ่ง
UR+ZE-HA = NO = 135
= PO = 135
= AR/MO= 180
= SU/SA = 90
อมาวสี 5/3/2554
1) SUt.MOt = SUv1 = 90
2) [UR+ZE-HA] t = [UR+ZE-HA] v1 = 0
3) [NE/VU] t = [NE/VU] v1 = 90 = URv1
= SolarDay = 90
อมาวสี 3/4/2554
PLt = [MA/SA] t = 0
= [UR/ZE] t = [UR/ZE] v2 = 90
= [SU.MO] t/ [MA.UR] t = 90
SUt.MOt = SAt.ZEt = 180
= MCt = ASt = 135
= [UR+ZE-HA] t = [UR+ZE-HA] v1 = 90
= ADr = 90
ทินวรรษ 2554
[UR+ZE-HA] t = [UR+ZE-HA] r = 135
และในช่วง เหมายัน 22/12/2554
[UR+ZE-HA] t = [UR+ZE-HA] v1 = 0
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
ยังมีโครงสร้างอื่นๆอีกมาก ที่อาจทำให้การแปลความหมาย จะต้องแปลไปในอีกทิศทางหนึ่ง
แต่ไม่สามารถ เขียนบอกกันในที่นี้ได้ครับ
คงตั้งเป็นประเด็นเรื่องน้ำท่วมและโรคระบาดไว้ก่อน
ข้อสังเกตุอีกประการหนึ่ง "ในขณะนี้วงการแพทย์กำลังทดลองยาต้านไวรัสเอดส์ในมนุษย์"
ผู้แสดงความคิดเห็น อดิเทพ ศรีรัตนไพฑูรย์ วันที่ตอบ 2009-09-20 04:32:58 IP : 58.10.90.23
ความเห็นที่ 6 (1986244)
เพื่อให้ สมบูรณ์มากขึ้น ผมขอรบกวนช่วยเพิ่มคำแปล ตัวสีแดง ต่อท้าย
อีกโครงสร้างหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือ
UR+ZE-HA แปลว่า “กำลังที่ทำให้เกิดการทำลาย เนื่องจากอำนาจธรรมชาติ” ในหนังสือพระเคราะห์สนธิเขียนไว้ว่า เป็นพายุฝนฟ้าคะนอง แผ่นดินไหวในทะเล ซึ่ง
UR+ZE-HA = NO = 135 แนวเขต
= PO = 135 king of an ocean
= AR/MO= 180
= SU/SA = 90
แปลรวมว่า "การอพยพประชาชนตามแนวชายฝั่ง" สาเหตุจาก UR+ZE-HA
ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงอีกครั้งครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น อดิเทพ ศรีรัตนไพฑูรย์ วันที่ตอบ 2009-09-21 10:55:28 IP : 58.10.90.253
อาจารย์หนุ่ม พยากรณ์
สาธิตโปรแกรม Uranus เริ่มจากการอธิบายปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังการจัดทำโปรแกรม ประกอบด้วย (1) เบื้องบนเป็นเช่นใดเบื้องล่างไซร้เป็นเช่นนั้น = โปรแกรมต้องสามารถจับคู่โครงสร้างดาวเข้ารูปที่ปรากฏบนฟ้าขณะนั้นเข้ากับโครงสร้างดาวเข้ารูปที่ปรากฏบนพื้นดวงชะตา (Same-As Planetary Picture) (2) อนาคต ปัจจุบัน เฉกเช่นกันกับอดีต หรืออีกนัยหนึ่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเหมือนกันโดยอุปมาอุปไมย = โปรแกรมต้องสามารถคำนวณวงรอบด้วยวิธีต่างๆทั้งครึ่งโค้ง, โค้ง, สองเท่าโค้ง เป็นต้น (3) จำเป็นและพอเพียงเป็นข้อพึงพินิจ = สูตรดาวมีกว่า 5 พันสูตร ทำอย่างไรจึงสามารถดึงสูตรเฉพาะที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องใช้ออกมา โปรแกรมจึงมีความฉลาดในการพิจาณาความสัมพันธ์ของปัจจัย ด้วยการอ่านสมการจากการตั้งปัจจัยเป็นแขนดาวมาเปรียบเทียบกับโครงสร้างสมการในสารานุกรมพระเคราะห์สนธิ และสามารถดึงเอาเฉพาะโครงสร้างที่เกิดขึ้น ณ วัย และเวลาขณะนั้น (4) ดาวทำมุมต้องคิด ดาวมีสิทธิไม่ทำงาน = เป็นเรื่องของการครบวงจร จากแนวคิดที่ว่าโครงสร้างใดจะทำงาน ต้องสัมพันธ์และคล้องจองกันทั้งดวงเดิมและดวงจร อาทิเช่น เป็นความสัมพันธ์สลับ (Reciprocal) เช่นพฤหัสจรถึงเสาร์เดิม เสาร์จรต้องถึงพฤหัสเดิมด้วย, ความสัมพันธ์ Same-AS เช่น ปัจจัยใดๆที่แขนถึงแกนในดวงจร ต้องปรากฏปัจจัยนั้นมีแขนถึงแกนในดวงเดิมด้วย หรือแทนด้วยสมการ t A+B-C = r A+B-C, t A+B-C = v A/B//C เป็นต้น
จากนั้นอธิบายถึงเครื่องมือใหม่ๆที่อยู่ระหว่างการทำวิจัย ได้แก่ (1) โค้งจันทรยาตร์ (จันทรคติ) จจย.จค (V6) กำหนดให้ 1 วันจันทร์จรเท่ากับ 1 เดือนจันทรคติ (27.5 วัน) ซึ่งเป็นคนละตัวกับโค้งจันทรยาตร์ (สุริยคติ) จจย.สค (V3) ที่กำหนดให้ 1 วันจันทร์จรเท่ากับ 1 เดือนสุริยคติเหมือนตำราทั่วๆไป (2) Minor Meridian Progress (pMC or Mp) กำหนดให้ 1 วันเท่ากับ 361 องศา (3) โค้งเมอริเดียนหรือ Meridian Direction (pMC or Mp) V8 (4) ดาวเด่น หรือ Aspect Dominance ใช้ปัจจัยทำมุมกับจุดเจ้าชะตาสำคัญถ่วงน้ำหนักจากระยะคลาดเคลื่อน (วังกะ) ต่างกับวิธีของอาจารย์ประยูรที่มีการพิจาณาปัจจัยใน 1-4-7-10 ของเรือนชะตาเมอริเดียน
แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเห็นมากขึ้นได้แก่ ผ่านเว็ป, มีลูกเล่น, GUI เช่นหน้าจอ Touch Screen และใช้เป็น E-Learning ได้
Uranus Roadmap หรือแผนการพัฒนาโปรแกรมในอนาคตที่คิดจะทำประกอบด้วย (1) จานคำนวณ 2 ชั้นเพื่อรำลึกถึงอาจารย์จรัญ (2) Harmonics Dial ในทุกมุม (3) Uranian House (4) Classical Wheel (5) Graphical Ephemeris (6) Synastry Analysis (7) Report Generator (8) Atlas, Daylight Saving Time (9) Intelligence Close Circuit (10) GUI
New Feature สำหรับรุ่นปัจจุบัน (2.2.48) ประกอบด้วย (1) ! หมายถึงเกิดโครงสร้าง Reciprocal (2)!! หมายถึงเกิดโครงสร้าง Same-As Planetary Picture (3) | หมายถึง Planetary Picture
คุณสมัคร บัวชู (อธิ อัฐกาล)
สาธิตโปรแกรม Aries ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับนักโหราศาสตร์ยูเรเนียนที่ต้องการลดเวลาในการพิจาณาปัจจัย เช่นหมอดู 1900 และใช้ในการค้นคว้าวิจัย จุดเด่นของประแกรมประกอบด้วย (1) สามารถกำหนดพจนานุกรมสูตรพระเคราะห์สนธิได้จากหลายตำราทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ช่วยในการค้นคว้าถึงที่มาสูตรพระเคราะห์สนธิต่างๆ (2) แสดงโครงสร้างสูตรพระเคราะห์สนธิที่ให้ผลดี/ร้าย หนัก/เบาด้วยสี ช่วยลดเวลาพิจารณาปัจจัย (3) หน้าจอที่แสดง Dial Wheel สามารถแสดงเฉพาะโครงสร้างสูตรที่สำคัญที่กำลังพิจารณาอยู่ (4) Dial Wheel มีขนาดใหญ่ และเส้นกริดแสดงมุมสัมพันธ์ชัดเจนอ่านได้ง่าย (5) พูดได้ ในการบรรยายคุณสมัครลองผูกดวงเด็กแฝดที่เกิดห่างกัน 10 นาที แต่มีคนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว โปรแกรมสามารถแยกโครงสร้างดี/ร้ายด้วยสีทำให้สามารถเห็นความแตกต่างของสองดวงชะตาได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ
บรรยายเรื่องความสำคัญของสมผุสดาวที่ถูกต้อง เริ่มจากกล่าวถึงมูลเหตุจูงใจในการค้นหาวิธีคำนวณสมผุสดาวให้ถูกต้องและคลาดเคลื่อนน้อยที่สุดว่าเกิดจากความต้องการทางด้านปฏิบัติการพยากรณ์และด้านทฤษฏีการพยากรณ์ที่ต้องการความเที่ยงตรง ได้แก่
• การปรับแก้เวลาเกิดรายนาที [โดยเฉพาะเมื่อใช้กับความหมายประจำองศา อาทิ การใช้ Sabian Symbol]
• การปรับแก้ Vernal Equinox สำหรับพยากรณ์จรปัจจุบัน เนื่องจาก จุดวสันตวิษุวัตรหรือจุด Vernal Equinox มีการโคจรย้อนจักรปีละ 50.25ฟิลิบดา” หรือ 70 ปีต่อ 1 องศา ทำให้อ้างอิงตำแหน่งดาวไม่คงที่ [จุดเมษในดวงชะตาเดิมและดวงชะตาจรไม่ตรงกัน]
• การปรับแก้โดยโค้งสุริยยาตร์ เนื่องจาก 1 องศาจะเท่ากับ 1 ปี ดังนั้นหากตำแหน่งของปัจจัยที่พิจารณาคลาดเคลื่อนไป 5ลิบดา การเกิดขึ้นของเหตุการณ์จะคาดเคลื่อนได้เป็นเดือน หรือ 10 ฟิลิบดาต่อวัน อาจารย์ตั้งข้อสังเกตุว่าลูกค้าบางรายหากทายผิดไป 10 วันก็หาว่าไม่แม่นแล้ว
• ทฤษฏีพรมแดนสัมบูรณ์และระยะวังกะ 1 ลิบดา [แต่ละราศีและองศาต่างมีเขตแดนที่สมบูรณ์ ณ จุดสิ้นสุดแต่ละราศี หากเลยเพียง 1 ลิบดาก็ถือว่าย้ายราศี และความหมายเปลี่ยน โดยเฉพาะถ้าใช้ความหมายประจำองศา ปัจจัยคลาดเคลื่อนไป 1 ลิบดาก็เปลี่ยนความหมายแล้ว]
• ทฤษฏีระยะวังกะมุมสัมพันธ์ ง่ามมุมระหว่าง 2 ปัจจัยมีความหมายเฉพาะ [สามารถนำมาพยากรณ์ได้โดยใช้ความหมายประจำองศา]
• ทฤษฏีโหราศาสตร์ยุคใหม่ เช่น Parallax [การคลาดเคลื่อนของตำแหน่งดาวที่ปรากฏ เนื่องมาจากการเปลี่ยนตำแหน่งสังเกตการณ์บนโลกเมื่อเทียบกับตำแหน่งอาทิตย์]
อาจารย์เสริมว่าการเลือกสูตรดาวและที่มาตำแหน่งดาวจะพิจารณาจาก
• ความจำเป็นของทฤษฏีที่ใช้ [ทฤษฏีเก่าอาจไม่ต้องการความแม่นยำมาก แต่ทฤษฏีใหม่อาจต้องการ]
• ความแม่นยำของการกำหนดเวลาเกิดเหตุ ในระดับ ยุค/ปี/เดือน/วัน/ชั่วโมง/นาที/วินาที
• ที่มาของตำแหน่งดาว มีทั้งจากปฏิทินดาวและซอฟท์แวร์ [ซึ่งมีความแม่นยำต่างกัน]
• ความคลาดเคลื่อนของระบบ [เช่นหากต้องลงดวงชะตาด้วยมือ ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนสูงอยู่แล้ว สูตรที่ใช้ก็ไม่ต้องการความยำมาก]
จากการทำวิจัย อาจารย์พบว่าตำแหน่งดาวที่แม่นยำที่สุดจะมาจากปฏิทินดาว The American Ephemeris ของ Neil F. Michelsen ขณะที่สูตรคำนวณตำแหน่งดาวที่ให้ความแม่นยำสูงเป็นสูตรของ Bretagnon/Simon และสูตรที่ใช้คำนวณดวงจันทร์เป็นของ Chapront ทำให้ปัจจุบันโปรแกรม PlaPlace [ที่พัฒนาโดยอาจารย์] มีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 10 ฟิลิบดา
หมายเหตุ: เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัดแต่มีประเด็นที่น่าสนใจ ข้อความใน [] จึงเป็นการขยายความของผู้สรุป
คุณพงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย (Pallas)
มาบรรยายเรื่องการกลับมาของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ โดยใช้ดวงดิถีประกอบตัวอย่างการบรรยาย โดยเริ่มจากให้คำจำกัดความของเศรษฐกิจตกต่ำ (Depression) ว่าคือภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดเวลานานหลายปีและส่งผลกระทบไปหลายประเทศ จากนั้นได้บรรยายถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วง 1930s ว่าเริ่มจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงในสหรัฐ และซ้ำเติมด้วยนโยบายการเงินการคลังที่ตึงตัว หลังจากที่ UR (ดาวแห่งความพลิกผัน ตื่นตระหนก และความตรึงเครียด) จรเข้าราศีเมษและ กุม HA (ดาวแห่งทุกขเวทนาและความขนาดแคลน) ในปี 1928 และกุม AD (ดาวแห่งการหยุดชะงัก)ในปี 1929 และตามด้วยโครงสร้าง T-Square ของ SA, UR, PL ในจรราศีในปี 1930 หลังจากนั้นเศรษฐกิจถึงจุดต่ำสุดในปี 1932 เมื่อโครงสร้างวิกฤตคลายตัวลง และกลับมาขยายตัวอีกครั้งเมื่อรัฐและธนาคารกลางประเทศต่างๆเปลี่ยนนโยบายมาเป็นแบบคลายตัวและอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่ JU (ดาวแห่งเศรษฐกิจและการขยายตัว) เข้ากุม NE (ดาวแห่งความฟุ้งเฟ้อ) และ AP (ดาวแห่งการค้า) จากนั้นก็บรรยายถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในรอบนี้ เริ่มต้นจากฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐแตก หลังโครงสร้าง T-Square ของ SA, NE, AD ทำงาน ทำให้เกิดการตื่นตระหนกในตลาดการเงิน เมื่อ SA เล็ง UR ในปี 2008 จากนั้นรัฐบาลในหลายประเทศก็อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ (JU กุม NE แลกราศีกับ UR) ทำให้ดูเหมือนเศรษฐกิจฟื้นแล้ว แต่ปัจจัยทางโหราศาสตร์ได้บ่งชี้ว่าจุดต่ำสุดที่แท้จริงน่าอยู่ใน ปี 2010 เพราะเป็นช่วงที่โครงสร้าง Grand Cross ของ MA, SA, PL, JU, UR, HA เริ่มก่อรูปที่จุดทวาร ซึ่งจะเข้าสู่จุดวิกฤตในช่วงวันที่ 31 ก.ค. 2010 เมื่อ MA ดาวแห่งกิจกรรมและความไม่สงบ ข้ามากุม SA ที่จุดตุล ร่วมด้วย MO ที่เข้ากุมจุดเมษ ในช่วง 1-2 เดือนนั้นโลกคงเจอกับวิกฤติการณ์สำคัญทั้งทางเมือง เศรษฐกิจและสังคม ส่วนการคลี่คลายของเหตุการณ์น่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2010 เมื่อ SA จรออกจากตรียางค์แรกของบราศีตุลย์ ตามด้วย JU จรออกจากแกนวิกฤตินี้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2011 อย่างไรก็ตามอาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในปี 2012-2015 เมื่อ UR และ PL ซึ่งหมายถึงการปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างปุปปับฉับพลัน จะทำมุมฉากต่อกันถึง 7 ครั้งตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2012 ถึง 17 มีนาคม 2015 โดยเฉพาะต้นปี 2015 เกิดโครงสร้าง T-Square ของ UR, PL, NO โดยมี MA และ VE กุม UR และทำมุม 45 องศากับ AD ซึ่งอาจบ่งบอกถึงวิกฤตในตลาดหุ้น
สุดท้ายผู้บรรยายกล่าวสรุปว่าวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการกลับมาของเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ แม้จะมีความคล้ายคลึงกันหลายประการแต่ก็มีความต่างกัน และความแตกต่างที่สำคัญในเชิงโหราศาสตร์ คือช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ 1930s มีโครงสร้างวิกฤตหลายโครงสร้างเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ขณะที่วิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบันมีช่วงผ่อนคลายที่ JU เข้ากุม NE ถึง 3 ครั้งในปี 2009
ปิดท้ายด้วยดร.จรัสโรจน์ บถดำริห์ทายาทของอาจารย์จรัญก็ขึ้นมากล่าวปิดงาน และเชิญอาจารย์อารี สวัสดี ให้เกรียติเพื่อแจกใบประกาศเกีรติคุณให้กับวิทยากรทุกท่านที่ยังคงอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาตั้งแต่ช่วงเช้า ลำดับต่อมาถ่ายรูปร่วมกันกับสมาชิกผู้มาร่วมงานซึ่งเป็นประเพณีหรือธรรมเนียมของชมรมSkyclock เป็นที่ระลึกทุกครั้งที่จัดงานเป็นอันสิ้นสุดของงานสัมมนาที่จบลงไปได้โดยสะดวกราบรื่น แล้วพบกันใหม่ในปีหน้านะครับทุกท่าน
หมายเหตุ: หากมีการตกหล่นประเด็นที่สำคัญ หรือเกิดความผิดพลาดในการสรุปเนื้อหา อันเกิดจากความเข้าใจผิดของผู้สรุป ผู้สรุปก็ต้องขออภัยวิทยากรทุกๆท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
ด้วยความเคารพในศาสตร์แห่งการพยากรณ์
อุชุจาโร
15 กันยายน 2552 เวลา 20:32 น.
หมายเหตุ: เพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจบทสรุป ผู้สรุปจะใช้สัญลักษณ์แทนความหมายปัจจัยต่างๆที่วิทยากรแต่ละท่านอ้างอิงถึง ดังต่อไปนี้
สัญลักษณ์ ความหมาย สัญลักษณ์ ความหมาย สัญลักษณ์ ความหมาย
AR จุดเมษ MA อังคาร CU คิวปิโด
AS ลัคนา JU พฤหัส HA ฮาเดส
MC เมอริเดียน SA เสาร์ ZE เซอุส
SU อาทิตย์ UR มฤตยู KR โครโนส
MO จันทร์ NE เนปจูน AP อพอลลอน
NO ราหู PL พลูโต AD แอดเมตอส
ME พุธ CH ไคร่อน VU วัลคานุส
VE ศุกร์ PO โพไซดอน
สัญลักษณ์ต่อท้าย ความหมาย
r ปัจจัยเดิม
t ปัจจัยจรประจำวัน
v ปัจจัยจรสุริยยาตร์
วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552
โหราศาสตร์การแพทย์ ในแนวสากล(Geocentric System)
โหราศาสตร์การแพทย์(Medical Astrology)
ในชีวิตมนุษย์นอกจากวุ่นวายในการทำมาหากินเลี้ยงชีพ ชีวิตมักจะต้องการผลักดันตนเองให้สูงขึ้นตามมาสโลว์ว่า
ความต้องการของคน มี5 ขั้น
ขั้นที่ 1 ความต้องการทางกาย (Physiological Needs) คือความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต หรือปัจจัย4
ขั้นที่ 2 ความต้องการความ มั่นคงปลอดภัย (Safety and Security Needs) คือความต้องการที่จะมีชีวิต
ที่มั่นคง ปลอดภัย ขั้นนี้พอมีเงินมีทอง ก็ต้องการรักษาทรัพย์สินและชีวิต ดังนั้นจะต้องหาทางที่จะดำรงค์ชีวิตให้ดีที่สุดก็คือ
รักษาตนเองให้ดีที่สุด ไม่ให้ใครมาปล้น ไม่ให้มีการไฟไหม้ และรักษาสุขภาพตนเองให้ดีที่สุด
ขั้นที่ 3 ความต้องการความรักและการเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม (Love and Belonging Needs) มนุษย์เมื่อเข้า
ไปอยู่ในกลุ่มใดก็ต้องการให้ตนเป็นที่รักและยอมรับในกลุ่มที่ตนอยู่ ช่วงนี้จะเข้าสังคมเพื่อใก้คนรู้จัก เริ่มบริจาคสิ่งของเข้าสมาคม
ขั้นที่ 4 ความต้องการได้ รับการยกย่องจากผู้อื่น (Self -Esteem Needs) เป็นความต้องการในลำดับต่อมา ซึ่งความต้องการในชั้นนี้ถ้าได้รับจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจใจตนเอง
ขึ้นที่ 5 ความต้องการในการเข้าใจและรู้จักตนเอง (Self-Actualization Needs) เป็นความต้องการชั้นสูง
ของมนุษย์
ความรู้ในวิชาโหราศาสตร์การแพทย์จะนำมาเพื่อทราบในขั้นที่1และ2
เบื้องต้น ในโหราศาสตร์การแพทย์ จจะต้องรู้จักความหมายของราศี(Zodiac and Sign) ธาตุ(Element) คุณะ(Quality)
ดาวและระยะเชิงมุม(Aspectarian)
ธาตุ(Element)กับสรีระในโหราศาสตร์การแพทย์แบ่งออกเป็น4 ธาตุคือ
1.ธาตุไฟ ลักษณะร้อน แห้ง ควบคุมร่างกายส่วนที่เป็น
1.1หัว 1.2หัวใจ 1.3 ตะโพก
2.ธาตุดิน ลักษณะแห้ง เย็น ควบคุมร่างกายส่วนที่เป็น
2.1กระดูก 2.2 คอ 2.3 ท้อง
3.ธาตุน้ำ ลักษณะเปียกและหนาวเย็น ควบคุมร่างกาย ส่วนที่เป็น
3.1กระเพาะ 3.2 ปัสสาวะและส่วนขับถ่าย 3.3 เท้า
4.ธาตุลมลักษณะ อุ่น ชื้น ควบคุมส่วนร่างกายที่เป็น
4.1ไต 4.2 หน้าแข้ง 4.3 ปอด
ดาว(Planet)กับส่วนต่างๆในร่างกาย
สมองและระบบประสาทควบคุมโดยพุธและดาวมฤตยู
การหายใจควบคุมโดยพุธ
หัวใจ ควบคุมโดยอาทิตย์
เส้นเลือดแดงที่นำเลือดแดงออกจากหัวใจ
เส้นเลือดดำควบคุมโดยเสาร์
ไต ควบคุมโดยศุกร์
ตับ ควบคุมโดยพฤหัส
ระบบการย่อยอาหารควบคุมโดยศุกร์
กล้ามเนื้อควบคุมโดยอังคาร
การสืบพันธ์ควบคุมโดยศุกร์กับอังคาร
เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ ควบคุมโดยเนปจูนและมฤตยู
วิธีที่ใช้ในการทดสอบ ควบคุมโดยพลูโต
เซลล์รังไข่ควบคุมโดยจันทร์
ผิวหนังควบคุมโดยเสาร์
เล็บเท้าควบคุมโดยอังคาร
กระดูกและโครงกระดูกควบคุมโดยเสาร์
ภพในเรือนชะตา(House)
ภพหลักในการตรวจดวงชะตาคือเรือนมุม(The Cardinal Angles)
ภพที่1 หรือลัคนา นายแพทย์ผู้รักษา
ภพที่7คืออาการและลักษณะของโรค
ภพที่10คือคนไข้
ภพที่4คือยารักษาหรือการรักษา
ภพที่12คือการรักษาในโรงพยาบาล การนอนป่วย
ภพที่11คือการออกจากโรงพยาบาล
ภพที่ 6 คือการพยาบาล การรักษาผิดพลาด การฟื้นไข้หรือทรุด
ภพที่8คือการผ่าตัด
หากมีคนสนใจมากๆ จะทะยอยลงบทความเกี่ยวกับโหราศาสตร์การแพทย์และcase study ต่อไป
ในชีวิตมนุษย์นอกจากวุ่นวายในการทำมาหากินเลี้ยงชีพ ชีวิตมักจะต้องการผลักดันตนเองให้สูงขึ้นตามมาสโลว์ว่า
ความต้องการของคน มี5 ขั้น
ขั้นที่ 1 ความต้องการทางกาย (Physiological Needs) คือความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต หรือปัจจัย4
ขั้นที่ 2 ความต้องการความ มั่นคงปลอดภัย (Safety and Security Needs) คือความต้องการที่จะมีชีวิต
ที่มั่นคง ปลอดภัย ขั้นนี้พอมีเงินมีทอง ก็ต้องการรักษาทรัพย์สินและชีวิต ดังนั้นจะต้องหาทางที่จะดำรงค์ชีวิตให้ดีที่สุดก็คือ
รักษาตนเองให้ดีที่สุด ไม่ให้ใครมาปล้น ไม่ให้มีการไฟไหม้ และรักษาสุขภาพตนเองให้ดีที่สุด
ขั้นที่ 3 ความต้องการความรักและการเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม (Love and Belonging Needs) มนุษย์เมื่อเข้า
ไปอยู่ในกลุ่มใดก็ต้องการให้ตนเป็นที่รักและยอมรับในกลุ่มที่ตนอยู่ ช่วงนี้จะเข้าสังคมเพื่อใก้คนรู้จัก เริ่มบริจาคสิ่งของเข้าสมาคม
ขั้นที่ 4 ความต้องการได้ รับการยกย่องจากผู้อื่น (Self -Esteem Needs) เป็นความต้องการในลำดับต่อมา ซึ่งความต้องการในชั้นนี้ถ้าได้รับจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจใจตนเอง
ขึ้นที่ 5 ความต้องการในการเข้าใจและรู้จักตนเอง (Self-Actualization Needs) เป็นความต้องการชั้นสูง
ของมนุษย์
ความรู้ในวิชาโหราศาสตร์การแพทย์จะนำมาเพื่อทราบในขั้นที่1และ2
เบื้องต้น ในโหราศาสตร์การแพทย์ จจะต้องรู้จักความหมายของราศี(Zodiac and Sign) ธาตุ(Element) คุณะ(Quality)
ดาวและระยะเชิงมุม(Aspectarian)
ธาตุ(Element)กับสรีระในโหราศาสตร์การแพทย์แบ่งออกเป็น4 ธาตุคือ
1.ธาตุไฟ ลักษณะร้อน แห้ง ควบคุมร่างกายส่วนที่เป็น
1.1หัว 1.2หัวใจ 1.3 ตะโพก
2.ธาตุดิน ลักษณะแห้ง เย็น ควบคุมร่างกายส่วนที่เป็น
2.1กระดูก 2.2 คอ 2.3 ท้อง
3.ธาตุน้ำ ลักษณะเปียกและหนาวเย็น ควบคุมร่างกาย ส่วนที่เป็น
3.1กระเพาะ 3.2 ปัสสาวะและส่วนขับถ่าย 3.3 เท้า
4.ธาตุลมลักษณะ อุ่น ชื้น ควบคุมส่วนร่างกายที่เป็น
4.1ไต 4.2 หน้าแข้ง 4.3 ปอด
ดาว(Planet)กับส่วนต่างๆในร่างกาย
สมองและระบบประสาทควบคุมโดยพุธและดาวมฤตยู
การหายใจควบคุมโดยพุธ
หัวใจ ควบคุมโดยอาทิตย์
เส้นเลือดแดงที่นำเลือดแดงออกจากหัวใจ
เส้นเลือดดำควบคุมโดยเสาร์
ไต ควบคุมโดยศุกร์
ตับ ควบคุมโดยพฤหัส
ระบบการย่อยอาหารควบคุมโดยศุกร์
กล้ามเนื้อควบคุมโดยอังคาร
การสืบพันธ์ควบคุมโดยศุกร์กับอังคาร
เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ ควบคุมโดยเนปจูนและมฤตยู
วิธีที่ใช้ในการทดสอบ ควบคุมโดยพลูโต
เซลล์รังไข่ควบคุมโดยจันทร์
ผิวหนังควบคุมโดยเสาร์
เล็บเท้าควบคุมโดยอังคาร
กระดูกและโครงกระดูกควบคุมโดยเสาร์
ภพในเรือนชะตา(House)
ภพหลักในการตรวจดวงชะตาคือเรือนมุม(The Cardinal Angles)
ภพที่1 หรือลัคนา นายแพทย์ผู้รักษา
ภพที่7คืออาการและลักษณะของโรค
ภพที่10คือคนไข้
ภพที่4คือยารักษาหรือการรักษา
ภพที่12คือการรักษาในโรงพยาบาล การนอนป่วย
ภพที่11คือการออกจากโรงพยาบาล
ภพที่ 6 คือการพยาบาล การรักษาผิดพลาด การฟื้นไข้หรือทรุด
ภพที่8คือการผ่าตัด
หากมีคนสนใจมากๆ จะทะยอยลงบทความเกี่ยวกับโหราศาสตร์การแพทย์และcase study ต่อไป
งานสัมมนาเชิงวิชาการโหราศาสตร์ วันโหรจรัญ 2009
ชมรมSkyclockโหราศาสตร์สากล-ยูเรเนียน จานคำนวณสองชั้น
ชื่องาน: วันโหรจรัญ
หัวข้อสัมมนา : เศรษฐกิจและโรคภัยไทย ปี2553
วันจัดงาน : วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2552 ตั้งแต่เวลา 8.30 -17.30 น.
สถานที่ ห้อง 604 อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
รายการสัมมนา
8.30-8.45 น. ลงทะเบียน
8.45-9.00 น. เปิดการสัมนาและระลึกถึงอาจารย์จรัญ โดย อ.อารี สวัสดี, รศ. ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ นายแพทย์สนธยา
พรึงลำภู ผู้ดำเนินรายการ: ดร. จรัสโรจน์ บถดำริห์
9.00-9.15 น. โหราโยคะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยคุณรุจ ดุลยากร webmaster Horayoga.com
9.15-9.45 น. ปัจจัยทางดาราศาสตร์นำไปต่อยอดทางโหราศาสตร์ โดย อาจารย์อารี สวัสดี
9.45-11.30 น. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
9.45-10.30 น. ข้อมูลด้านวิชาการ โดย ศาสตราจารย์แพทย์หญิง ดร.รวงผึ้ง สุทเธนทร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
10.30-11.00 น. ทัศนะด้านโหราศาสตร์ โดย นายแพทย์สนธยา พรึงลำภู
11.00-11.30 น. ทัศนะด้านโหราศาสตร์ โดย ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ
11.30-12.00 น. การพยากรณ์ตามแนวทางโหราศาสตร์ยูเรเนียน โดย อาจารย์เกษม ปาละวิสุทธิ์
12.00-12.45 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
12.45-13.15 น. โหราศาสตร์สมรส โดย อาจารย์ภารต ถิ่นคำ webmaster astroclassical.com
13.15-14.00 น. สภาวะเศรษฐกิจโลกกับสินค้าเกษตรไทยเพื่อการส่งออกในปี 2553 โดย รศ. ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
14.00-14.30 น. โหราศาสตร์การกีฬา ดวงลูกหนัง โดย อาจารย์กิตตินันท์ เจนนาคม
14.30-14.40 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.40-15.30 น. ภัยหวัด 2009 พิษเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมืองในประเทศไทย โดยอาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย
15.30-16.30 น. โปรแกรมโหราศาสตร์ กับ Feature ใหม่ โดย
• คุณหนุ่ม พยากรณ์ เจ้าของโปรแกรม ยูเรนัส webmaster payakorn.com
• คุณสมัคร บัวชู เจ้าของโปรแกรม เอริส
16.30-16.45 น. ความสำคัญของสมผุสดาวที่ถูกต้อง โดย ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ
16.45-17.15 น. โหราศาสตร์การเงิน Financial Astrology เรื่อง “การกลับมาของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Return of Great Depression) เปรียบเทียบภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบันกับเหตุการณ์ช่วงปี 1929-1933” โดย Pallas
17.15-17.30 น. กล่าวปิดงานพร้อมแจกใบประกาศเกียรติคุณ โดยอาจารย์อารี สวัสดี
ชื่องาน: วันโหรจรัญ
หัวข้อสัมมนา : เศรษฐกิจและโรคภัยไทย ปี2553
วันจัดงาน : วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2552 ตั้งแต่เวลา 8.30 -17.30 น.
สถานที่ ห้อง 604 อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
รายการสัมมนา
8.30-8.45 น. ลงทะเบียน
8.45-9.00 น. เปิดการสัมนาและระลึกถึงอาจารย์จรัญ โดย อ.อารี สวัสดี, รศ. ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ นายแพทย์สนธยา
พรึงลำภู ผู้ดำเนินรายการ: ดร. จรัสโรจน์ บถดำริห์
9.00-9.15 น. โหราโยคะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยคุณรุจ ดุลยากร webmaster Horayoga.com
9.15-9.45 น. ปัจจัยทางดาราศาสตร์นำไปต่อยอดทางโหราศาสตร์ โดย อาจารย์อารี สวัสดี
9.45-11.30 น. ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
9.45-10.30 น. ข้อมูลด้านวิชาการ โดย ศาสตราจารย์แพทย์หญิง ดร.รวงผึ้ง สุทเธนทร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
10.30-11.00 น. ทัศนะด้านโหราศาสตร์ โดย นายแพทย์สนธยา พรึงลำภู
11.00-11.30 น. ทัศนะด้านโหราศาสตร์ โดย ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ
11.30-12.00 น. การพยากรณ์ตามแนวทางโหราศาสตร์ยูเรเนียน โดย อาจารย์เกษม ปาละวิสุทธิ์
12.00-12.45 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
12.45-13.15 น. โหราศาสตร์สมรส โดย อาจารย์ภารต ถิ่นคำ webmaster astroclassical.com
13.15-14.00 น. สภาวะเศรษฐกิจโลกกับสินค้าเกษตรไทยเพื่อการส่งออกในปี 2553 โดย รศ. ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
14.00-14.30 น. โหราศาสตร์การกีฬา ดวงลูกหนัง โดย อาจารย์กิตตินันท์ เจนนาคม
14.30-14.40 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.40-15.30 น. ภัยหวัด 2009 พิษเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมืองในประเทศไทย โดยอาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย
15.30-16.30 น. โปรแกรมโหราศาสตร์ กับ Feature ใหม่ โดย
• คุณหนุ่ม พยากรณ์ เจ้าของโปรแกรม ยูเรนัส webmaster payakorn.com
• คุณสมัคร บัวชู เจ้าของโปรแกรม เอริส
16.30-16.45 น. ความสำคัญของสมผุสดาวที่ถูกต้อง โดย ดร.วินัย อวยพรประเสริฐ
16.45-17.15 น. โหราศาสตร์การเงิน Financial Astrology เรื่อง “การกลับมาของเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Return of Great Depression) เปรียบเทียบภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบันกับเหตุการณ์ช่วงปี 1929-1933” โดย Pallas
17.15-17.30 น. กล่าวปิดงานพร้อมแจกใบประกาศเกียรติคุณ โดยอาจารย์อารี สวัสดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




